หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น

แนะนำโรงเรียนสอนภาษาในญี่ปุ่น สำหรับผู้ เตรียมความพร้อมเพื่อการ หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น

ในปัจจุบันมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย ที่ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นโดยมีเป้าหมายเป็นการ หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น ต่อหลังจากเรียนจบ อีกทั้งประเทศญี่ปุ่น ก็มีแนวโน้มในการเปิดรับชาวต่างชาติเข้าทำงานในบริษัท องค์กรที่ญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี เนื่องจากสังคมญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่สภาวะขาดแคลนคนวัยทำงานนั่นเอง

แต่ก่อนอื่น หากต้องการ หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น นักเรียนชาวต่างชาติควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การหางานตามระบบญี่ปุ่น และ เตรียมคุณสมบัติตนเอง ให้พร้อมเพื่อจะสมัครงานกับบริษัทญี่ปุ่น

เลือกข้ามไปอ่านหัวข้อที่ต้องการ

 

ประเภทธุรกิจที่เปิดรับนักเรียน-นักศึกษาต่างชาติเข้าทำงาน

ธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น เปิดรับนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงานหลังจากเรียนจบนั้นมีอย่างกว้างขวาง สำหรับธุรกิจหลักที่มีนักศึกษาเข้าไปทำงานในอัตราที่สูงสุดนั้น ได้แก่ ธุรกิจด้าน IT, การสื่อสารโทรคมนาคม, การผลิต, การบริการ, สถาบันการเงิน, การค้าเชิงพาณิชย์ และ การค้าขายระหว่างประเทศ ตามลำดับ

หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น

 

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการ หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานต่อที่ญี่ปุ่น ด้วยวีซ่าทำงานนั่นก็คือ

  • สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย หรือ วิทยาลัยวิชาชีพ (Senmon Gakkou)
  • มีความสามารถในการสื่อสารภาษาญี่ปุ่นระดับสูง
  • มีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านนั้นๆ

ผู้ที่เชี่ยวชาญ และ มีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านนั้นๆ อย่างตรงสาย จะมีข้อได้เปรียบในการได้รับการตอบรับเข้าทำงานบริษัทมากกว่าผู้ที่ไม่มี โดยเฉพาะสำหรับงานที่จำเป็นต้องใช้ความรู้เฉพาะทางที่ลึกซึ้ง จบจากคณะ-สาขา-หรือวิทยาลัยวิชาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่สมัครโดยตรง รวมไปถึงมีใบรับรองความรู้ความสามารถ (สำหรับสายงานที่ต้องการ)

เช่น ด้าน IT ด้านการออกแบบ หรือแม้กระทั่งด้านล่าม และ การแปล ก็ยังจำเป็นต้องใช้ทักษะความรู้ภาษาที่มากกว่า 2 ภาษา ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญและสูงมากกว่างานอื่นๆ

 

หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีคุณสมบัติที่กล่าวมา ก็มีโอกาส หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น ได้ เพียงแต่อัตราการแข่งขันจะค่อนข้างสูง เนื่องจากก็ยังมีผู้ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเฉพาะทางนั้นๆ สมัครเป็นคู่แข่งอยู่มากเช่นกัน ดังนั้นหากต้องการที่จะหางานทำต่อที่ประเทศญี่ปุ่นและได้รับการตอบรับเข้าทำงาน ก็ควรเตรียมตัวด้านคุณสมบัติเพื่อที่จะทำงานในสายงานที่ต้องการให้พร้อม

ไม่ว่าจะสมัครงานไหน ก็ต้องมีทักษะความรู้ภาษาญี่ปุ่น

เนื่องจากเราจำเป็นต้องสื่อสารกับคนในองค์กร และ ลูกค้าได้ในระดับที่ดีมาก และเทียบเท่ากับระดับคนญี่ปุ่นสื่อสาร และนั่นก็เท่ากับระดับความรู้ของ การสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น JLPT ขั้น N1 – N2 ขึ้นไป หรือ  การทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นทางธุรกิจ BJT  ระดับ J2 ขึ้นไป และในการสมัครงาน ผู้สมัครควรมีใบรับรองความรู้เหล่านี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อแสดงให้เป็นหลักฐานที่ใช้ในการสมัครงานด้วย

ทำไมถึงต้องได้ระดับสูงเท่านี้ ?

Ministry of Economy, Trade and Industry ได้สรุปเกณฑ์ของ N1 และ N2 ไว้ว่า ผู้ที่ได้ระดับ N1 จะเทียบเท่ากับระดับเจ้าของภาษา (Native Speaker) ซึ่งสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นสื่อสารได้ในหลายสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในสถานการณ์การทำงานหรือติดต่อธุรกิจ ซึ่งสามารถทำงานได้หลากหลายให้แก่องค์กร ในขณะที่ผู้ที่ได้ระดับ N2 เทียบเท่าได้กับระดับสนทนาได้จริง และสามารถสื่อสารในระดับธุรกิจได้ แต่อาจจะรับมือได้ไม่เต็มที่ เช่น การให้คำปรึกษาลูกค้า การต่อรองทางธุรกิจ เป็นต้น

ภาพเปรียบเที่ยบระดับความรู้ JLPT กับความเหมาะสมต่อเป้าหมายต่างๆ

ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ N1 จึงสามารถรับมือได้หลากหลายสถานการณ์ทางธุรกิจได้มากกว่า จึงทำให้บริษัทตอบรับผู้ที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่น N1 เข้าทำงานมากกว่าระดับอื่นๆ

 

การหางานที่ญี่ปุ่นมีขั้นตอนอย่างไร

วิธีการสมัครงานที่ใช้กันเป็นหลักในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคนต่างชาติที่ได้ภาษาญี่ปุ่นก็สามารถเข้าร่วมได้นั้น จะเรียกว่า 就職活動 (shuushokukatsudou) หรือ ระบบการรับสมัครคนเข้าทำงานของญี่ปุ่น

 

โดยระบบนี้ถ้าเรียกให้เข้าใจง่ายๆ เราสามารถมองว่าเป็น ช่วงเวลาหรือวงจรในการหางาน ไปจนถึงเข้าทำงาน คือ บริษัทใหญ่ๆในญี่ปุ่นทั้งประเทศ  จะเริ่มรับสมัคร สอบสัมภาษณ์ ประกาศผล ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันของแต่ละปี โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ไล่ไปตามขั้นตอน และเราจำเป็นต้องยื่นใบสมัครให้กับบริษัท ตามลำดับขั้นตอนของแต่ละช่วงเวลา โดยไม่ให้อยู่นอกเหนือช่วงเวลาดังนี้

 

  • เมษายน ให้เริ่มเตรียมตัววางแผนการสมัครงาน ต้องการสมัครงานในธุรกิจหรือตำแหน่งไหน ประเมินความรู้ภาษาญี่ปุ่นในตอนนี้ของเรา
  • พฤษภาคม นำแผนไปปรึกษากับอาจารย์ในสถาบันสอนภาษา เพื่อให้อาจารย์ช่วยให้คำแนะนำวางแผนการเรียนภาษาญี่ปุ่น การติวเข้มก่อนสมัครจริง
  • มิถุนายน เริ่มติดต่อบริษัทจัดหางานเพื่อช่วยเหลือด้านการนำเสนอตำแหน่งงาน
  • กรกฎาคม – สิงหาคม เข้าร่วม Job Fair หรือ สัมมนาของบริษัทต่างๆ เพื่อฟังข้อมูลการสมัคร
  • กันยายน เริ่มส่งใบสมัคร, เรซูเม่
  • ตุลาคม – พฤศจิกายน แต่ละบริษัทจะเริ่มประกาศผลรอบแรก, เปิดสอบข้อเขียน-สอบสัมภาษณ์
  • ธันวาคม บริษัทประกาศผลตอบรับเข้าทำงาน
  • มกราคม ดำเนินการเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน
  • เมษายน เริ่มทำงาน

 

สำหรับผู้ที่ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นจะสามารถเข้าร่วมระบบนี้ได้หรือไม่ ?

สามารถเข้าร่วมได้ และ ไม่ต้องรอให้เรียนจบก่อน ก็เข้าสู่ระบบหางานนี้ไปในระหว่างเรียนได้เลย  ทั้งนี้ดังที่ได้เห็นในไทม์ไลน์คือการเข้าสู่ระบบการรับสมัครคนเข้าทำงานของญี่ปุ่น เราจำเป็นต้องใช้เวลาตลอดทั้ง 1 ปีเพื่อครบขั้นตอน และผู้ที่ไปเรียนภาษา ก็มีเวลาอยู่ที่ญี่ปุ่นเพียง 1  ปี ( หรือสูงสุด 2 ปีขึ้นกับภาคการศึกษาที่เข้าเรียน และ ไม่สามารถอยู่เกินวีซ่าได้) ซึ่งบางคนแม้ไปเข้าเรียนที่ญี่ปุ่นแล้วก็ยังไม่สามารถเริ่มหางานได้เลยทันทีเนื่องจากความรู้ภาษาญี่ปุ่นยังไม่เพียงพอ  ดังนั้นการที่จะสมัครระบบนี้ได้ทัน ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายข้อที่จำเป็นต้องคำนึงถึงด้วย ได้แก่ ความรู้ภาษาญี่ปุ่นในช่วงเริ่มแรกตอนที่เราเข้าเรียน, ภาคเรียนที่เข้าเรียน หรือ ระยะเวลาเรียนในญี่ปุ่น

หางานบริษัทญี่ปุ่น

 

ตัวอย่างเช่น หากเราไปเข้าเรียนภาคเรียนเมษายน ( 2 ปี ) โดยเริ่มเรียนตั้งแต่ความรู้พื้นฐาน เราจะมีเวลาเรียนจนได้ระดับสูง 1 ปี และ มีเวลาอีก 1 ปี ในการเรียนไปด้วย พร้อมเข้าระบบหางานไปด้วย แต่ถ้าหากเราอยากไปเข้าเรียนภาคเรียนมกราคม ( 1 ปี 3 เดือน ) ซึ่งตามระยะเวลาวีซ่าแล้ว เราจะต้องสมัครงานในช่วงเดือนเมษายนปีเดียวกันทันที ถ้าเราไปค่อยๆเรียนจากพื้นฐาน เราอาจจะไม่สามารถมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นทัน ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องเข้าเรียนภาคเรียนนี้จริงๆ เราก็ต้องเตรียมความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นไปก่อนไปให้ได้มากที่สุด  เพื่อที่จะได้ไปพัฒนาต่อที่ญี่ปุ่นทัน และยื่นสมัครงานต่อได้เลย

 

นอกจากนี้อีกหลายปัจจัยที่จำเป็นต้องมีเตรียมไว้เพื่อให้มีเปอร์เซ็นต์การได้งานสูงขึ้น ยังรวมไปถึง การเตรียมใบสมัครที่ดี, ความพร้อมในการสอบข้อเขียน หรือสอบสัมภาษณ์, การเตรียม PORTFOLIO (กรณีสมัครงานด้านศิลปะหรือเฉพาะทาง), การแต่งกายที่ถูกระเบียบ (ตามแต่สายงาน) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องเตรียมให้พร้อมที่สุด เนื่องจากการแข่งขันหางานที่ญี่ปุ่นนั้นสูงอยู่เสมอ

 

แม้ว่าการหางานหลังจากเรียนจบ จะมีระยะเวลารวมไปถึงสิ่งที่ต้องเตรียมตัวค่อนข้างมาก สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้นักเรียนภาษาสามารถเตรียมสิ่งเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และผิดพลาดน้อยที่สุด ก็คือ การเลือกเรียนในสถาบันภาษาที่ญี่ปุ่นที่มีหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อการหางาน หรือมีระบบให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการหางาน ตั้งแต่แรกนั่นเอง

 

 

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อการหางาน

สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อ หางานบริษัทที่ญี่ปุ่น การเลือกสถาบันภาษาที่ญี่ปุ่นที่สามารถให้ความช่วยเหลือด้านการหางานได้ เช่น สถาบันที่มีหลักสูตรเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ หรือ สถาบันที่มีฝ่ายสนับสนุนนักเรียนด้านการหางานโดยเฉพาะ

จะช่วยให้เราสามารถเข้าระบบการหางานที่ญี่ปุ่นได้อย่างไม่พลาดแม้ขั้นตอนเดียว เพราะสถาบันเหล่านี้จะมีเจ้าหน้าที่และอาจารย์ที่คอยแนะนำแต่ละขั้นตอนการหางาน ตั้งแต่วางแผนระยะเวลาเรียนภาษาญี่ปุ่นของเราให้ได้ทัน, การเตรียมความพร้อมเพื่อการสมัครงานในสายงานที่เหมาะกับเรา, ไปจนถึงสามารถจัดงาน Job Fair ของเครือสถาบันเพื่อนักเรียนโดยเฉพาะได้

นอกจากนี้ สถาบันเหล่านี้ยังมีคลาสเรียนที่จะช่วยเตรียมความสามารถต่างๆ ที่จำเป็นต่อการสมัครงานเสริมให้ เช่น วิชามารยาททางธุรกิจ, วิชาการนำเสนองาน, วิชาการเขียนรายงาน, วิชาการโทรศัพท์ทางธุรกิจ ฯลฯ

 

 

สถาบันภาษาในญี่ปุ่นที่มีการสนับสนุนการหางานที่สามารถสมัครเรียนกับเจเอ็ดดูเคชั่นได้

 

ABK COLLEGE
เขต Bunkyo จังหวัด Tokyo

 

abk college แนะนำสถาบัน

ที่ ABK COLLEGE มีการช่วยเหลือสนับสนุนขั้นตอนในการหางานของนักเรียนอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยในทุกๆปี จะมีนักเรียนจาก ABK College ประมาณ 50 ที่ประสบความสำเร็จในการหางานต่อที่ญี่ปุ่นหลังจากเรียนจบ ได้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมโรงงานการผลิต, การค้า, IT, โรงแรม, ร้านอาหาร, อุตสาหกรรมบริการ, ตัวแทนหาที่พัก, การศึกษา, สายงานเฉพาะทางต่างๆ เป็นต้น

ตลอดระยะเวลา 1 ปีในระหว่างที่นักเรียนเรียนภาษาญี่ปุ่นหลักสูตรระยะยาวที่นี่ ทางโรงเรียนจะช่วยเหลือตั้งแต่การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานที่ต้องการ การจัดสัมมนาแนะนำบริษัท แนะนำเรื่องการสมัครงาน จัดงาน Job Fair พาเยี่ยมชมบริษัท ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกบริษัท การจัดสัมภาษณ์งานที่โรงเรียน และที่บริษัท ดูแลเรื่องการสมัครวีซ่าทำงาน จนกระทั่งนักเรียนได้เข้าทำงาน

นอกจากนี้ ABK COLLEGE ยังเป็นสมาชิกของ License for Free Employment Placement Services และ The Tokyo Chamber of Commerce and Industry และยังได้รับการนำเสนองานจากบริษัทจัดหางาน Hello work และหน่วยงานต่างๆ และเป็นโรงเรียนในเครือเดียวกับสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (ส.ส.ท.) และสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI)

ชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์ : 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เวลาเรียน : รอบเช้า 9.00 – 12.30 น. หรือ รอบบ่าย 13.30 – 17.00 น.

ค่าเล่าเรียนต่อปี

  • ค่าสมัคร 20,000 เยน
  • ค่าแรกเข้า 80,000 เยน
  • ค่าเล่าเรียน 620,000 เยน

รวม 720,000 เยน
*ชำระค่าเล่าเรียนครั้งละ 6 เดือน ครั้งแรกชำระ 390,000 เยน

คลิกอ่านรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติม 

คลิกขอคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่แนะแนว (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

 

 

Intercultural Institute of Japan
เขต Taito จังหวัด Tokyo

 

Intercultural Institute

 

สำหรับการเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาวของที่นี่ นักเรียนจะมีวิชาเลือกเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นเพื่อการทำงานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สนทนาธุรกิจ (Business Communication), การนำเสนองานเชิงธุรกิจ (Business Presentation), การพัฒนาความสามารถในการนำเสนอจุดเด่นตัวเอง (PR skills), มารยาทและวัฒนธรรมทางธุรกิจ, การใช้คำสุภาพเพื่อการทำงาน, ข้อมูลทางธุรกิจ (การอ่าน, การค้นคว้าข้อมูล, การคิด), การคุยโทรศัพท์เชิงธุรกิจ, การเขียนเชิงธุรกิจ, ศัพท์ทางธุรกิจ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการหางานต่อที่ประเทศญี่ปุ่นหลังจากเรียนจบอีกด้วย

ชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์ : 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เวลาเรียน : รอบเช้า 9.15 – 13.05 น. หรือ รอบบ่าย 13.25 – 17.15 น.

ค่าเล่าเรียนต่อปี

  • ค่าสมัคร 20,000 เยน
  • ค่าแรกเข้า 60,000 เยน
  • ค่าเล่าเรียน 620,000 เยน
  • ค่าอื่นๆ 70,000 เยน

รวม 850,000 เยน
*ชำระค่าเล่าเรียนครั้งละ 6 เดือน ครั้งแรกชำระ 480,000 เยน

คลิกอ่านรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติม 

คลิกขอคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่แนะแนว (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

 

 

Tokyo Galaxy Japanese Language School
เขต Chuo จังหวัด Tokyo

 

Tokyo Galaxy

สำหรับนักเรียนที่จะหางานทำในบริษัทญี่ปุ่นหลังจบการศึกษาจากหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นทั่วไปแล้ว ที่สถาบันมีหลักสูตร Business Japanese Class หรือ “หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ” (ระยะเวลาเรียน 6 เดือน)  โดยนักเรียนจะได้เรียนทักษะการปฏิบัติที่หลากหลายตั้งแต่การเตรียมสัมภาษณ์ การเจรจาธุรกิจ และการสื่อสารกับชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งมีวิชาที่เรียนดังนี้

  • สนทนาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ (ฝึกฝนการสื่อสารเชิงธุรกิจเพื่อการทำงาน)
  • การเตรียมสอบ JLPT
  • การเขียนเชิงธุรกิจ
  • การอ่านเอกสารเชิงธุรกิจ
  • การเตรียมสอบภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ
  • โครงสร้างสังคมญี่ปุ่น / บรรทัดฐานทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น

*ผู้เรียนคอร์สนี้ต่อได้ ต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับเทียบเท่า N2

นอกจากนี้ที่ Tokyo Galaxy ยังมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำในการเรียน และการหางานอีกด้วย

ชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์ (หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นทั่วไป) : 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เวลาเรียน : หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นทั่วไป รอบเช้า 9.20 – 12.40 น. หรือ รอบบ่าย 13.10 – 16.30 น.

ค่าเล่าเรียนต่อปี

  • ค่าสมัคร 20,000 เยน
  • ค่าแรกเข้า 60,000 เยน
  • ค่าเล่าเรียน 720,000 เยน

รวม 800,000 เยน
*ชำระค่าเล่าเรียนครั้งละ 6 เดือน ครั้งแรกชำระ 420,000 เยน

คลิกอ่านรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติม 

คลิกขอคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่แนะแนว (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

 

 

Shinjuku Japanese Language Institute
เขต Shinjuku จังหวัด Tokyo

 

Shinjuku Japanese Language Institute

สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น ที่มีหลักสูตรเพิ่มทักษะภาษาญี่ปุ่นเฉพาะทางในการทำงาน ให้สามารถเลือกเรียนเพิ่มได้ควบคู่ไปกับการเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นทั่วไป อย่างหลักสูตร Business Japanese และ Tourism Business Japanese ให้เลือกเรียน (มีระยะเวลาหลักสูตร 3 เดือน) โดยแตกต่างกันดังนี้

  • หลักสูตร Business Japanese เป็นหลักสูตรที่มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นในการทำงานได้อย่างถูกต้อง, สามารถอ่านและเข้าใจหนังสือพิมพ์ธุรกิจได้, สามารถอ่านข้อมูลส่วนตัวได้, สามารถพูดในที่ประชุม และนำเสนองานด้วยภาษาญี่ปุ่นได้
    • ภาคเรียน : เมษายน / กรกฎาคม / ตุลาคม / มกราคม
    • ระยะเวลาหลักสูตร : 3 เดือน
    • ระดับภาษา : ระดับสูง (ผู้ที่มีความรู้เทียบเท่าหรือมากกว่า Intermediate II)
    • หนังสือเรียน : “Shin Businessman Monogatari” (New Businessman Story) “Business Japanese Kanji” และสื่อการเรียนอื่นๆ (หนังสือพิมพ์ บทความ ฯลฯ)
    • การดูงาน : 1 ครั้งต่อภาคเรียน (เช่น ธนาคารญี่ปุ่น, Daiwa House, ตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น)