เรียนต่อญี่ปุ่น : หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาว Japanese Language Course

เรียนต่อญี่ปุ่น หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาว

 longterm_photolanguage_top

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาว

เรียนต่อญี่ปุ่น : หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาว  Japanese Language Course

สถาบันการศึกษาในญี่ปุ่นทุกระดับ ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นในการเรียนการสอน ดังนั้น นักเรียนต่างชาติจำเป็นจะต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นเพียงพอที่จะเข้าใจการเรียนการสอนในสถาบันระดับอุดมศึกษาได้

นอกจากนั้นการมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นจะเอื้อประโยชน์ต่อการทำงาน ซึ่งบุคลากรที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นเป็นที่ต้องการของบริษัทญี่ปุ่นที่มาลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก จึงทำให้ในปัจจุบันมีนักเรียนไทยเดินทางไปเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นทุกปี

การเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น จะสามารถพัฒนาได้เร็ว เนื่องจากได้ฝึกฝนการพูดในสถานการณ์จริง และยังได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบใกล้ชิด หรือจะพูดอีกอย่างว่า การได้เรียนรู้จากชีวิตจริง และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมของชาวญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย

 

การเรียนการสอน

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาว เป็นการเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างจริงจัง  เพื่อใช้ในการทำงานในอนาคต หรือเพื่อศึกษาต่อในระดับสูงของญี่ปุ่น ใช้เวลาในการเรียนตั้งแต่ 1 – 2 ปี โดยมีชั้นเรียนตั้งแต่เริ่มต้น สำหรับผู้เริ่มเรียนไปจนถึงระดับสูง

longterm_photo1

การสอบเพื่อวัดระดับชั้นเรียน

ระดับชั้นเรียนจะแบ่งเป็นระดับต้น ถึงระดับสูง โดยเมื่อนักเรียนเดินทางถึงญี่ปุ่นแล้ว ทุกโรงเรียนจะมีการทดสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น เพื่อจัดให้เข้าชั้นเรียนที่เหมาะสมกับพื้นฐานความรู้ของนักเรียน โดยเป็นสิทธิของทางโรงเรียนที่จะพิจารณาผลการสอบของนักเรียน ณ เวลานั้น ว่าสามารถทำข้อสอบทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ได้มากน้อยแค่ไหน ประกอบกับระบบการแบ่งชั้นเรียนของทางโรงเรียนเอง ไม่เกี่ยวกับระดับชั้นเรียนหรือผลสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นที่เคยสอบมาใด ๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้น การที่จะต้องเรียนซ้ำในส่วนที่เคยเรียนมาแล้วก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นปรกติ โดยเฉพาะในส่วนของทักษะการฟังและการพูด

อย่างไรก็ตาม หากนักเรียนคิดว่าชั้นเรียนนั้นไม่เหมาะสมกับตนเอง  สิ่งที่ต้องทำคือ ” แสดงให้อาจารย์ผู้สอนเห็นว่า ตนเองมีความรู้และทักษะการใช้ภาษาญี่ปุ่นทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียน มากกว่าระดับที่กำลังเรียนอยู่  เช่น ตอบคำถามให้มากที่สุด ถูกต้องไม่ผิดเลย  ทำการบ้านได้ถูกต้อง ทำคะแนนสอบย่อยได้เต็ม เป็นต้น   หากทางโรงเรียนมีชั้นเรียนในระดับที่สูงกว่าและเหมาะสมกับความรู้ของเรา  แน่นอนว่าทางโรงเรียนพร้อมที่จะย้ายให้ไปเรียนในระดับที่เหมาะสม

 

การเรียนการสอนที่ญี่ปุ่นจะเร็วกว่าการเรียนที่ไทยมาก  
จากผู้ที่เรียนระดับชั้นต้น ระยะเวลาเรียน 3 เดือนแรก เนื้อหาจะครอบคลุมระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ N5 ( กรุณาดูตารางด้านล่างประกอบ ) ระยะเวลาเรียน 1 ปี เนื้อหาจะครอบคลุมความรู้ระดับ N2

 

ระยะเวลา

ระดับเนื้อหาที่เรียนโดยทั่วไป
3 เดือน
เนื้อหาความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ N5
1 ปี
3 เดือน
เนื้อหาความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ N4
6 เดือน
เนื้อหาความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ N3~2
6 เดือน
เนื้อหาความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ N2~1
6 เดือน
เนื้อหาความรู้ภาษาญี่ปุ่นสูงกว่าระดับ N1
6 เดือน
ภาษาญี่ปุ่นระดับสูง
หมายเหตุ
  • ตารางนี้แสดงถึงระยะเวลาและระดับเนื้อหาที่สอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่นักเรียนแต่ละคนจะสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับนั้น ๆ ผ่านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนักเรียนแต่ละคน
  • การแบ่งระดับชั้นเรียนของแต่ละโรงเรียนจะแตกต่างกันไป แล้วแต่สถาบัน

 

หมายเหตุ

  • ตารางนี้แสดงถึงระยะเวลาและระดับเนื้อหาที่สอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่นักเรียนแต่ละคนจะสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับนั้น ๆ ผ่านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนักเรียนแต่ละคน
  • การแบ่งระดับชั้นเรียนของแต่ละโรงเรียนจะแตกต่างกันไป แล้วแต่สถาบัน

วันและเวลาเรียน

เวลาเรียนคือ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ หยุดวันเสาร์ , อาทิตย์และวันหยุดราชการ โดยเรียนครึ่งวัน ประมาณ 4 ชั่วโมง จะเป็นครึ่งเช้าหรือครึ่งบ่ายก็แล้วแต่ระดับชั้นเรียน ( บางสถาบันจะเรียนประมาณ 5-6 ชั่วโมงต่อวัน )

มีการเช็คชื่อทุกวันและทุกคาบเรียน ซึ่งมีผลต่อการสอบเลื่อนชั้นและการต่ออายุวีซ่า ในกรณีที่ไม่สบายหรือเกิดเหตุที่ทำให้ไม่สามารถมาเรียนได้ จะต้องโทรศัพท์แจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ

 

ส่วนใหญ่ชั้นต้น-ชั้นกลางจะเรียนช่วงบ่าย / ชั้นกลางสูง – ชั้นสูงจะเรียนช่วงเช้า


เพื่อนร่วมชั้นเรียน

นักเรียนในแต่ละห้องจะประมาณ 15 – 25 คน โดยเพื่อนร่วมห้องจะเป็นนักเรียนต่างชาติจากชาติต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีคนจีน เกาหลี ไต้หวัน เป็นอันดับต้น ๆ

จำนวนนักเรียนต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น ( ปี 2018 )

                    • แบ่งตามระดับที่ศึกษาอยู่

รัฐบาลท้องถิ่นเอกชนรวม
บัณฑิตวิทยาลัย31,7152,04316,42650,184
มหาวิทยาลัย (ปริญญาตร๊)12,5541,85570,44884,857
วิทยาลัยอนุปริญญา0192,4202,439
วิทยาลัยเทคนิค467043510
วิทยาลัยอาชีวศึกษา01967,45667,475
หลักสูตรเตรียมเข้าศึกษาต่อ--3,4363,436
สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น-5890,02190,079
รวม44,7363,994250,250298,980
                    • แบ่งตามประเทศ (พื้นที่)

ชื่อประเทศ (พื้นที่)จำนวนนักเรียนต่างชาติ
1จีน114,950
2เวียดนาม72,354
3เนปาล24,331
4เกาหลีใต้17,012
5ไต้หวัน9,524
6ศรีลังกา8,329
7อินโดนีเซีย6,277
8เมียนมาร์5,928
9ไทย3,962
10บังคลาเทศ3,640

longterm_photo2

หลักสูตรตามเป้าหมายทางการศึกษา

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นทั่วไป

เน้นพัฒนาความเข้าใจและทักษะการใช้ภาษาของผู้เรียนทั้ง 4 ด้าน คือ การฟัง พูด อ่าน และเขียน ให้มีประสิทธิภาพและความมั่นใจในการใช้มากขึ้น ซึ่งเนื้อหาจะครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเบื้องต้นถึงระดับสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาภาษาญี่ปุ่นเพื่อใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต รวมถึงเพื่อการสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อศึกษาต่อในระดับสูง

เป็นหลักสูตรที่ช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาเชิงวิชาการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับสูงของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรี โท หรือเอก หรือเข้าศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งโรงเรียนจะมีจัดสอนวิชาอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการศึกษาระดับสูงให้ด้วย เช่น วิชาที่ใช้สอบ EJU หรือ การเสริมทักษะด้านการเขียนเรียงความและรายงาน การจดบันทึก การถกประเด็นในชั้นเรียนกลุ่มย่อย การฝึกฝนทำข้อสอบและฝึกสัมภาษณ์ ทั้งยังมีการแนะแนวการศึกษาต่อให้นักเรียนอย่างใกล้ชิดอีกด้วย และสถาบันบางแห่งมีข้อตกลงกับทางมหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถเข้าศึกษาต่อในสถาบันนั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น

 

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเพื่อธุรกิจ

เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาษาญี่ปุ่น เพื่อสามารถนำไปใช้ได้จริงในการทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ เน้นเกี่ยวกับการใช้ภาษาทางธุรกิจ การอ่านเชิงธุรกิจ และการเขียนจดหมายโต้ตอบทางธุรกิจ ทั้งยังสอนทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานอีกด้วย เช่น มารยาททางธุรกิจ การเขียนรายงานการประชุม การรับโทรศัพท์ การนำเสนอรายงาน เป็นต้น หลักสูตรนี้ผู้เรียนจำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นระดับกลางขึ้นไป ( ประมาณ N2 )

วิชาเลือก

บางโรงเรียน ไม่ได้มีการแบ่งหลักสูตรตามเป้าหมายทางการศึกษา แต่จะมีวิชาเลือกให้เลือกเรียนตามวัตถุประสงค์ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นของนักเรียน เช่น

วิชาเลือกทางด้านธุรกิจ

การใช้ภาษาสุภาพ การเขียนจดหมายทางธุรกิจ การสมัครงาน การสัมภาษณ์งาน การรับโทรศัพท์ การนัดหมาย ฯลฯ

วิชาเลือกทางด้านวัฒนธรรม

เรียนภาษาญี่ปุ่นจากเพลง เรียนภาษาญี่ปุ่นจากการทำอาหาร ภาษาญี่ปุ่นกับการท่องเที่ยว ภาษาญี่ปุ่นในการ์ตูน เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่น ฯลฯ

วิชาเลือกเพื่อการเตรียมตัวสอบ

ติวสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเช่น ไวยากรณ์ คันจิ การอ่าน / ติวสอบ EJU วิชาต่าง ๆ ฯลฯ

หมายเหตุ : วิชาเลือก อาจจะมีค่าเล่าเรียนเพิ่มเติม

คุณสมบัติผู้สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • จบการศึกษาอย่างน้อยระดับ ม.6 หรือเทียบเท่า
  • มีประวัติการเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อย 150 ชั่วโมงและเทียบเท่าระดับ JLPT N5 ขึ้นไป หรือ มีผลสอบวัดระดับ JLPT N5 หรือผลสอบ JTest ระดับ F ขึ้นไป

**ผู้ที่มีเป้าหมายเรียนต่อระดับสูงที่ญี่ปุ่น ต้องมีความรู้ประมาณ N3 ขึ้นไป**

** กรณีที่ผู้สมัครมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีประวัติการทำงานที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น
  • มีประวัติการเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อย 150 ชั่วโมงและเทียบเท่าระดับ JLPT N5 ขึ้นไป หรือ มีผลสอบวัดระดับ JLPT N5 หรือผลสอบ JTest ระดับ F ขึ้นไป
  • ต้องมีเป้าหมายวางแผนหลังจากเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น
เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น
แนะแนว – ดำเนินการสมัครเรียนครบครันทุกขั้นตอน  โดยไม่มีค่าดำเนินการใด ๆ
ค่าสมัครเรียน ค่าเล่าเรียนเท่ากับที่จ่ายกับโรงเรียนโดยตรง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ
อีกทั้งไม่ต้องเสียเงินค่าส่งเอกสารไปญี่ปุ่น หรือค่าติดต่อใด ๆ ด้วยตนเอง

 

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น
โทร. 02-2677726 ต่อ 101-106
email : ask@jeducation.com

 

ที่พัก

เรียนต่อญี่ปุ่น พักที่ไหน

ที่พัก

เมื่อคิดจะมาใช้ชีวิตในญี่ปุ่น สิ่งแรกที่ขอให้ทำใจไว้ก่อนเลยคือเรื่องของที่พักอาศัย เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นเป็นภูเขา พื้นที่ราบมีน้อย เป็นที่ขึ้นชื่อว่า ที่พักในญี่ปุ่นนั้น ” แคบและแพง ” จึงเป็นเรื่องปรกติธรรมดาที่จะต้องจ่ายเงินค่าเช่าในราคาที่เรารู้สึกว่าแพงมากเมื่อคิดเป็นเงินไทย แต่ได้อยู่ในห้องที่เล็กกระจิ๋วหลิว

ที่พักของโรงเรียน :

สถาบันส่วนใหญ่จะจัดเตรียมที่พักไว้ให้นักเรียน สำหรับนักเรียนระยะยาวอาจจะเป็นหอของทางโรงเรียนโดยตรงหรือที่พักเอกชนที่ทำสัญญาไว้ ถ้ามาอยู่ญี่ปุ่นครั้งแรก แนะนำอยู่หอพักของโรงเรียนจะดีกว่า เพราะทุกโรงเรียนได้คำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนไว้แล้ว ดังนั้น ส่วนใหญ่จะมีเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นจัดเตรียมไว้ และเมื่อไปถึงญี่ปุ่นใหม่ ๆ จะมีขั้นตอนต่าง ๆ มากมายที่นักเรียนต้องทำด้วยตัวเอง การอยู่หอพักของโรงเรียนจะมีรุ่นพี่ (อาจจะเป็นคนต่างชาติ) ที่อยู่มาก่อนแล้วช่วยแนะนำได้ หรือหากมีปัญหาอะไรทางโรงเรียนสามารถให้คำแนะนำได้ง่ายกว่า โดยทั่วไปที่พักของโรงเรียนจะต้องทำสัญญาขั้นต่ำ 3 เดือนหรือ 6 เดือน

เมื่อคุ้นเคยกับที่ทางต่าง ๆ แล้ว หากอยากจะหาที่พักเองก็สามารถทำได้ ซึ่ง ณ เวลานั้น นักเรียนก็จะพอรู้แล้วว่าพักอยู่ย่านไหนจะสะดวกสำหรับตัวเอง มีข้อมูลและมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับค่าเช่า ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของที่ตั้ง ขนาด แบบห้อง อุปกรณ์ที่มีให้ ฯลฯ อีกทั้งยังสามารถไปดูที่พักด้วยตนเองได้ว่าเป็นอย่างไร

อพาร์ทเมนท์ ที่พัก เรียนต่อญี่ปุ่น

อพาร์ทเมนท์

สำหรับคนที่จะเรียนต่อระยะยาวมากกว่า 1 ปี หลังจากพักในที่พักซึ่งโรงเรียนจัดหาไว้ให้ในระยะแรกแล้ว หากต้องการหาอพาร์ทเมนท์อยู่เองสามารถทำได้โดยการติดต่อกับนายหน้าจัดหาที่พักที่ญี่ปุ่น หรือ Fudosan ซึ่งจะมีอยู่มากมายหลายบริษัท โดยแจ้งเงื่อนไขหรือลักษณะห้องพักที่ต้องการ และให้นายหน้าพาไปดูห้องพักที่สนใจได้

แต่ต้องทำใจด้วยว่า ต้องใช้เวลาในการหาห้องพักพอสมควร สำหรับคนต่างชาติในญี่ปุ่นแม้จะมีเงินก็ใช่ว่าจะได้ห้องพักที่หมายตา เพราะมีอพาร์ทเมนท์จำนวนมากที่ไม่รับคนต่างชาติเข้าพัก จึงควรเลือกติดต่อบริษัทนายหน้าที่คุ้นเคยกับการหาที่พักให้นักเรียนต่างชาติ การติดต่อนายหน้าและการทำสัญญาต่าง ๆ จะเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด อีกทั้งต้องเตรียมเงินค่ามัดจำ ค่านายหน้า เงินกินเปล่าอีกก้อนโต รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 4-6 เดือนของค่าเช่า ในการทำสัญญาหลายๆแห่ง ต้องมีผู้ค้ำประกันเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งมีระบบที่บริษัทนายหน้าจะเป็นผู้ค้ำประกันให้โดยเสียเงินค่าบริการเพิ่ม

การเช่าอพาร์ทเมนท์ที่ญี่ปุ่น โดยทั่วไปจะต้องทำสัญญา 2 ปี หากจะอยู่ต่อเกินสัญญาก็ต้องทำเรื่องชำระเงินค่าต่อสัญญา นอกจากนั้น อพาร์ทเมนท์ส่วนใหญ่จะเป็นห้องโล่ง ๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ จึงต้องเตรียมเงินสำหรับการใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่พัก

accommodation2

อพาร์ทเมนท์รายเดือน ( Monthly Mansion )

ปัจจุบันในโตเกียวและเมืองใหญ่ จะมีที่พักประเภทนี้เพิ่มมากขึ้นสำหรับชาวต่างชาติ ข้อดีคือมีอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้พร้อมสรรพ ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่ต้องทำสัญญานานเป็นปี ค่าเช่ามักจะรวมค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตไว้หมดแล้ว ค่าเช่าจะเป็นราคาต่อห้อง ไม่ใช่ต่อคน จึงสามารถแชร์ห้องกับเพื่อนเองได้ แม้ราคาจะค่อนข้างสูงแต่มีความสะดวกสบาย

Monthly Mansion ที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทนในการติดต่อเข้าพัก >> Leopalace 21

accommodation3

Homestay

การพักกับครอบครัวชาวญี่ปุ่นมีประโยชน์สำหรับการฝึกฝนภาษาญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นจริง ๆ ที่พักแบบ Home stay จะคิดราคาต่อคืนรวมอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น เมื่อคิดเป็นเงินที่ต้องชำระทั้งเดือนแล้วอาจจะรู้สึกว่าราคาสูง อีกทั้งบ้านส่วนใหญ่จะอยู่นอกเมือง ต้องใช้เวลาในการเดินทางไปเรียนพอสมควร แต่หากคิดถึงสิ่งที่จะได้เรียนรู้จากการพักกับครอบครัวคนญี่ปุ่นแล้ว เรียกว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป การพักแบบ Home Stay ก่อนในระยะแรกประมาณ 3 เดือน แล้วค่อยย้ายออกไปอยู่ด้วยตัวเองจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว

Homestay ที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทนในการติดต่อเข้าพัก >> Homestay in Japan

เรียนต่อญี่ปุ่น พัก Homestay     


ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น
เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น
แนะแนว – ดำเนินการสมัครเรียนครบครันทุกขั้นตอน  โดยไม่มีค่าดำเนินการใด ๆ
ค่าสมัครเรียน ค่าเล่าเรียนเท่ากับที่จ่ายกับโรงเรียนโดยตรง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ
อีกทั้งไม่ต้องเสียเงินค่าส่งเอกสารไปญี่ปุ่น หรือค่าติดต่อใด ๆ ด้วยตนเอง

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น
โทร. 02-2677726 ต่อ 101-106
email : ask@jeducation.com

ค่าใช้จ่าย

expense โดยประมาณ เรียนต่อญี่ปุ่น

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการเรียนภาษาญี่ปุ่น 1 ปี

โดยทั่วไปแล้ว ค่าเล่าเรียนของแต่ละโรงเรียนไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงหรือต่ำ จะขึ้นอยู่กับเมืองที่ไปอยู่ด้วย เช่น โตเกียวและเมืองใหญ่อื่น ๆ ค่าครองชีพจะสูงกว่าเมืองต่างจังหวัด เนื่องจากค่าที่พักจะสูงกว่ามาก ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการใช้เงินของแต่ละคน

โดยเฉลี่ยแล้ว การเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น 1 ปี จะใช้เงินโดยประมาณ 8 แสน – 1 ล้านบาท
– ค่าเล่าเรียนประมาณ 2 – 3 แสนบาทต่อ 1 ปี
– ค่าครองชีพประมาณ 3 – 5 หมื่นบาทต่อเดือน

 

จำนวนเงินที่ต้องชำระในครั้งแรกเมื่อสมัครเรียน

ค่าสมัคร 20,000 - 30,000 เยน ( แล้วแต่สถาบัน )ประมาณ 7,000 - 10,800 บาท
ค่าแปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น ( ในกรณีที่ต้องแปล )หน้าละ 400 - 600 บาท

จำนวนเงินที่ต้องชำระเมื่อผ่านการพิจารณาจากกองตรวจคนเข้าเมือง ( 1 เดือนก่อนเปิดเรียน )

ค่าเล่าเรียน 1 ปี 7 - 800,000 เยน
( กรณีที่มีการแบ่งชำระค่าเล่าเรียนได้เป็น 2 งวด ครั้งแรกจะชำระเงิน 1 แสนกว่าบาท )
ประมาณ 245,000 - 280,000 บาท
ค่าหอพัก ( ชำระล่วงหน้า 3 - 6 เดือน )แล้วแต่ค่าเช่า

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องชำระก่อนเดินทาง

ค่าตั๋วเครื่องบิน ( ไป- กลับ ระยะเวลา 1 ปี) ประมาณ 30,000 บาท
ค่าวีซ่าประเทศญี่ปุ่น860 บาท
ค่าบริการของศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น655 บาท

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ญี่ปุ่น

ค่าที่พัก

โตเกียว ห้องเดี่ยว80,000 - 100,000 เยน28,000 - 35,000 บาท
โตเกียว ห้องคู่ ( ต่อคน )40,000 - 60,000 เยน14,000 - 21,000 บาท
จังหวัดอื่น ๆ ห้องเดี่ยว45,000 - 80,000 เยน15,750 - 28,000 บาท
จังหวัดอื่น ๆ ห้องคู่ ( ต่อคน )30,000 - 45,000 เยน10,500 - 15,750 บาท

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยประมาณ ( 1 เดือนต่อหนึ่งคน )

ค่าใช้จ่ายเงินเยนคิดเป็นเงินบาท
(โดยประมาณ)
ค่าน้ำ ไฟ แก๊ส5000 - 8000 เยน1,750 - 2,800 บาท
ค่าอาหาร40000 - 60000 เยน14,000 - 21,000 บาท
ค่าพาหนะ ( ขึ้นอยู่กับระยะทาง )5000 - 15000 เยน1,750 - 5,250 บาท
ค่าประกันสุขภาพ1500 - 2000 เยน525 - 700 บาท
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด10000 เยน3,500 บาท
  • ประมาณการตัวเลขข้างต้น โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 100 เยน = 35 บาท
  • วิธีคำนวณเงินเยน ( ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้น ) เช่นสมมติว่า 100 เยน = 35 บาท เอาจำนวนเงินเยนตั้ง คูณด้วย 0.35 เช่น จำนวนเงิน 20,000 เยน X 0.35 = คิดเป็นเงินไทย 7000 บาท
  • ค่าเล่าเรียนและที่พักของแต่ละสถาบันจะแตกต่างกันไป กรุณาดูข้อมูลของแต่ละสถาบันโดยตรง

คำถามถามบ่อย

faq เรียนต่อญี่ปุ่น

icon_faqในการไปเรียนภาษาระยะยาวที่ประเทศญี่ปุ่น จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาว 1- 2 ปี

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • จบการศึกษาอย่างน้อยระดับ ม.6 หรือเทียบเท่า
  • มีประวัติการเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อย 150 ชั่วโมงและเทียบเท่าระดับ JLPT N5 ขึ้นไป หรือ มีผลสอบวัดระดับ JLPT N5 หรือผลสอบ JTest ระดับ F ขึ้นไป

**ผู้ที่มีเป้าหมายเรียนต่อระดับสูงที่ญี่ปุ่น ต้องมีความรู้ประมาณ N3 ขึ้นไป**

** กรณีที่ผู้สมัครมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีประวัติการทำงานที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น
  • มีประวัติการเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อย 150 ชั่วโมงและเทียบเท่าระดับ JLPT N5 ขึ้นไป หรือ มีผลสอบวัดระดับ JLPT N5 หรือผลสอบ JTest ระดับ F ขึ้นไป
  • ต้องมีเป้าหมายวางแผนหลังจากเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

icon_faqถ้าไม่เคยมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมาก่อนเลยจะไป เรียนต่อญี่ปุ่น ได้ไหม

ปัจจุบันทางกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศญี่ปุ่นมีกำหนดให้ผู้ที่จะเดินทางไปเรียนภาษาญี่ปุ่นหลักสูตรภาษาระยะยาว ต้องมีประวัติการเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อย 150 ชั่วโมงและเทียบเท่าระดับ JLPT N5 ขึ้นไปหรือ มีผลสอบวัดระดับ JLPT N5 หรือผลสอบ JTest ระดับ F ขึ้นไป

การเรียนการสอนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นจะใช้ภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ไม่มีการใช้ภาษาอื่น สำหรับผู้เริ่มเรียน อาจารย์จะมีวิธีการสอนที่จะทำให้นักเรียนทุกชาติสามารถเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ เช่น การใช้ภาษาท่าทาง รูปภาพหรือสื่อการสอนอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้เข้าใจ พร้อมกับได้สำเนียงการออกเสียงที่ถูกต้อง อีกทั้งเพื่อนร่วมชั้นเรียนจะเป็นคนต่างชาติ ซึ่งทุกคนมีเป้าหมายในการมาเรียนเพื่อพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่น ฉะนั้น จะใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษากลางในการสื่อสารเป็นหลัก

หากไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลยนั้น จะใช้ชีวิตอย่างลำบาก อยากให้นักเรียนลองนึกดูว่า ถ้าจะไปเรียนต่อที่อเมริกา โดยที่ยังไม่รู้จักแม้แต่ตัว ABC หรือไม่รู้แม้แต่จะการนับตัวเลข One , two , three … ถ้าหลงทางก็ถามใครไม่ได้ แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ แล้วจะใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างไร


icon_faqทางโรงเรียนหลายแห่งจะกำหนดอายุของผู้สมัครไว้ไม่เกิน 30 ปี หากอายุเกิน 30 ปีแล้ว จะสามารถสมัครเรียนได้หรือไม่

สามารถสมัครได้ค่ะ เพียงแต่ในกรณีที่จบการศึกษามามากกว่า 5 ปีแล้ว หรืออายุเกิน 30 ปีขึ้นไป การยื่นเรื่องขอสถานภาพนักเรียนเพื่อไปเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นจะค่อนข้างยุ่งยากขึ้น สิ่งสำคัญที่ทางกองตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาคือ

  • เหตุผลในการไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นคืออะไร ผู้สมัครจะต้องเขียนอธิบายประวัติส่วนตัวอย่างละเอียด (ตั้งแต่จบการศึกษา ทำอะไรมาบ้าง) พร้อมทั้งเป้าหมายในการไปเรียนรวมถึงแผนการหลังจากที่เรียนจบอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
  • ความรู้ภาษาญี่ปุ่น เช่น เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อนหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ควรจะมีหลักฐานการศึกษาภาษาญี่ปุ่นมายื่นประกอบ
  • การทำงาน เช่น งานที่ทำมีความเกี่ยวข้องกับคนญี่ปุ่นหรือไม่ หรือมีความจำเป็นต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นอย่างไร
  • หลักฐานทางการเงินที่จะต้องมีมากพอสมควร ถ้าไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อนเลย และงานที่ทำก็ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับญี่ปุ่นด้วย โอกาสที่จะผ่านการพิจารณาก็จะมีค่อนข้างน้อย

icon_faqโอกาสในการผ่านการพิจารณาขอสถานภาพนักเรียน ( Student Visa ) มีมากน้อยแค่ไหน

การพิจารณาออกสถานภาพนักเรียน ของทางกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศญี่ปุ่น จะพิจารณาจากหลักฐานของผู้สมัครเป็นหลักค่ะ  โดยพิจารณาจากหลายๆส่วน ทั้งตัวผู้สมัครเองและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย  เช่น

  • เหตุผลในการไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น
  • ความรู้ภาษาญี่ปุ่น
  • รายได้และเงินในบัญชีธนาคารของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • ประวัติของครอบครัว เช่น  ไม่เคยมีคนในครอบครัวทำผิดกฎหมายญี่ปุ่น หรือหนีวีซ่าญี่ปุ่น

icon_faqการสมัครเข้าเรียนมีปีละกี่ครั้ง แต่ละภาคเรียนต่างกันอย่างไร

โดยทั่วไป นักเรียนสามารถสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นได้ ปีละ 4 ครั้ง ตามตารางด้านล่างนี้ แต่บางสถาบันจะเปิดรับปีละ 2 ครั้ง คือเดือนเมษายนและตุลาคม

ภาคเรียนเปิดเรียนหลักสูตรจบการศึกษารับสมัคร
ฤดูใบไม้ผลิเดือนเมษายน1 ปี / 2 ปีเดือนมีนาคมเดือนตุลาคมของปีก่อนหน้า
ฤดูร้อนเดือนกรกฎาคม1 ปี 9 เดือนเดือนมีนาคมเดือนมกราคม
ฤดูใบไม้ร่วงเดือนตุลาคม1 ปี 6 เดือนเดือนมีนาคมเดือนเมษายน
ฤดูหนาวเดือนมกราคม1 ปี 3 เดือนเดือนมีนาคมเดือนกรกฎาคมของปีก่อนหน้า
  • จะต้องสมัคร 4- 5 เดือนล่วงหน้าก่อนเปิดภาคเรียน
  • โรงเรียนในโตเกียว และภูมิภาคคันโต จะปิดรับสมัครเร็วกว่าภูมิภาคอื่น ๆ
  • กำหนดการปิดรับสมัครของแต่ละปีอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่

นักเรียนจะสมัครเข้าเรียนภาคเรียนใดนั้น สามารถเลือกได้ตามเวลาที่เหมาะสมของตัวเอง แต่ทุกภาคเรียนจะกำหนดให้มาจบที่เดือนมีนาคม (กรุณาดูตารางประกอบ ) เนื่องจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเปิดเทอมในเดือนเมษายน การที่โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นกำหนดให้จบที่เดือนมีนาคม ก็เพื่อที่จะให้นักเรียนสามารถเข้าเรียนต่อในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยได้ โดยไม่ขาดช่วง

แต่สำหรับนักเรียนที่ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเข้าเรียนต่อในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น สามารถเลือกที่จะเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นระยะเวลา 1 – 2 ปีได้ ตามความต้องการของตนเอง


icon_faqจะต้องเรียนนานแค่ไหนจึงจะมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นเพียงพอที่จะสื่อสารได้

นักเรียนต่างชาติสามารถเรียนภาษาในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น ได้นานที่สุดคือ 2 ปี
ส่วนจะเรียนนานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อนเลย หรือมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมาบ้างเล็กน้อย การเรียนภาษาญี่ปุ่น 1 ปีนั้น ยังถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นมากสำหรับการเรียนภาษาใหม่อีกหนึ่งภาษา อย่างไรก็ตาม กรุณาดูรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาการเรียนที่ญี่ปุ่นที่หลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาว


icon_faqถ้าจะสมัครเรียนกับสองโรงเรียน แล้วมาเลือกทีหลังได้หรือไม่

ไม่ได้ค่ะ เพราะเมื่อคุณสมัครเรียนกับทางโรงเรียนแล้ว ทางโรงเรียนจะส่งเอกสารของคุณไปให้กับกองตรวจคนเข้าเมือง เพื่อพิจารณาตรวจสอบเอกสารและออกใบรับรองสถานภาพการอยู่อาศัย แม้ว่าโรงเรียนที่คุณสมัครเรียนจะอยู่คนละเมือง คนละจังหวัดกันก็ตาม แต่กองตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น สามารถตรวจพบเอกสารที่สมัครซ้ำซ้อนกันได้ ในกรณีนี้ คุณอาจจะไม่ได้รับการพิจารณาให้เข้าเรียนกับทั้งสองโรงเรียนเลยก็ได้นะคะ


icon_faqถ้าเรียนโรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่งในปีแรก แล้วปีต่อไปจะเปลี่ยนโรงเรียนได้หรือไม่

สำหรับที่ญี่ปุ่น การเปลี่ยนสถาบันการศึกษาเป็นเรื่องที่ทำได้ยากค่ะ เนื่องจากวีซ่านักเรียนที่ได้รับนั้น โรงเรียนที่สมัครไปเรียนจะเป็นเสมือนผู้ค้ำประกันในญี่ปุ่นของนักเรียน ฉะนั้น การเปลี่ยนโรงเรียนจะไม่สามารถทำได้โดยง่ายเพราะมีเรื่องของวีซ่าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องพิจารณาเลือกโรงเรียนให้ละเอียดตั้งแต่แรกที่สมัครค่ะ


icon_faqไม่ทราบว่า การชำระเงินค่าเล่าเรียนนั้นจะต้องชำระทั้งหมด หรือมีการแบ่งจ่ายอย่างไรบ้าง

ระบบการชำระค่าเล่าเรียนจะขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน บางแห่งต้องชำระค่าเล่าเรียน 1 ปีเต็มในครั้งแรก บางแห่งสามารถแบ่งจ่ายได้ เช่น ในกรณีที่เรียนตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป การชำระเงินค่าเล่าเรียนนั้นจะแบ่งออกเป็นงวด ๆ ดังนี้ค่ะ

  1. ชำระเงินค่าสมัคร พร้อมกับส่งใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครเรียน
  2. เมื่อทางโรงเรียนตอบรับเข้าเรียน และผ่านการพิจารณาจากทางกองตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นแล้ว จะต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมกับค่าเล่าเรียน , ค่าหนังสือ , ค่าประกัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สำหรับการศึกษาใน 6 เดือนแรก (ชำระก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น)
  3. ค่าเล่าเรียนงวดต่อไป ก็จะต้องชำระครั้งละ 6 เดือน จนกว่าจะสำเร็จการศึกษา ( ไม่เกิน 2 ปี )

* บางโรงเรียนจะต้องชำระค่าเล่าเรียนล่วงหน้าสำหรับ 1 ปี เมื่อทางโรงเรียนตอบรับเข้าเรียนแล้ว กรุณาดูรายละเอียดการชำระเงินที่หน้าหลักสูตรการศึกษา ของแต่ละโรงเรียน


icon_faqจะมีทุนการศึกษาที่ให้ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นบ้างไหม

ทุนการศึกษาสำหรับการไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทุนสำหรับนักศึกษาและนักวิจัย ซึ่งมีทั้งทุนที่ขอได้ในประเทศไทย และทุนที่ต้องขอในขณะที่ศึกษาอยู่ในประเทศญี่ปุ่น สำหรับทุนที่ขอได้ในประเทศไทย บางทุนก็จะให้ทุนสำหรับการเรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนด้วยเป็นเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี เช่นทุนรัฐบาลญี่ปุ่น , ทุนรัฐบาลไทย , ทุนพานาโซนิค

แต่ทุนสำหรับการไปศึกษาในระดับโรงเรียนสอนภาษาโดยเฉพาะนั้น แทบจะไม่มีเลยค่ะ จะมีก็แต่ทุนของทางโรงเรียนเอง ซึ่งจะให้สำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี หรือไม่ก็เป็นทุนของหน่วยงานราชการท้องถิ่นหรือองค์กรเอกชน ที่จะให้กับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนในท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะต้องขอในขณะที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว โดยสมัครขอทุนผ่านทางสถาบันที่ศึกษาอยู่ ฉะนั้น นักเรียนที่ไปเรียนในโรงเรียนสอนภาษาที่ญี่ปุ่นในเบื้องต้นนั้น จะเป็นนักเรียนที่ไปด้วยทุนส่วนตัวแทบทั้งสิ้น


icon_faqในระหว่างที่เรียนภาษา จะสามารถทำงานพิเศษไปด้วยได้หรือไม่

นักศึกษาต่างชาติในญี่ปุ่นสามารถทำงานพิเศษได้ หากได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็จะสามารถทำงานพิเศษได้ โดยทำได้ไม่เกิน 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และห้ามทำงานในสถานบันเทิง หรือสถานพนัน

อาชีพที่ทำได้ก็มีพนักงานร้านอาหาร ร้านข้าวกล่อง ร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ รายได้ต่อชั่วโมงจะตกประมาณชั่วโมงละ 800 – 1,000 เยน ถ้าหากว่าทำงานทุกวันก็จะได้เงินเดือนละประมาณ 64,000 – 80,000 เยน พอที่จะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้บางส่วน ส่วนใหญ่แล้วทางโรงเรียนจะไม่หางานพิเศษให้ แต่จะมีบอร์ดประกาศเอาไว้ให้แนะนำงานพิเศษต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม การทำงานพิเศษนั้น นักเรียนอาจจะหางานไม่ได้เสมอไปโดยเฉพาะถ้าความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นยังไม่เพียงพอ และอาจมีผลกระทบต่อการเรียน จึงไม่ควรหวังว่าจะใช้ชีวิตในญี่ปุ่นได้โดยพึ่งเงินจากการทำงานพิเศษแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติมเรื่องการทำงานพิเศษ

ขั้นตอนการสมัคร

ขั้นตอนการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น

icon_application

สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น จะเปิดรับสมัครนักเรียนปีละ 4 ครั้ง แต่จะมีบางแห่งที่เปิดรับปีละ 2 ครั้ง ( เดือนเมษายน และเดือนตุลาคม ) ทุกภาคเรียนจะจบการศึกษาที่เดือนมีนาคม เพื่อที่นักเรียนจะสามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยของญี่ปุ่นได้ในเดือนเมษายน นักเรียนที่ต้องการเรียนภาษา 1 ปี สามารถสมัครเข้าเรียนได้ทุกภาคเรียน

ภาคเรียนเปิดเรียนหลักสูตรจบการศึกษารับสมัคร
ฤดูใบไม้ผลิเดือนเมษายน1 ปี / 2 ปีเดือนมีนาคมเดือนตุลาคมของปีก่อนหน้า
ฤดูร้อนเดือนกรกฎาคม1 ปี 9 เดือนเดือนมีนาคมเดือนมกราคม
ฤดูใบไม้ร่วงเดือนตุลาคม1 ปี 6 เดือนเดือนมีนาคมเดือนเมษายน
ฤดูหนาวเดือนมกราคม1 ปี 3 เดือนเดือนมีนาคมเดือนกรกฎาคมของปีก่อนหน้า

  • จะต้องสมัคร 4- 5 เดือนล่วงหน้าก่อนเปิดภาคเรียน
  • โรงเรียนในโตเกียว และภูมิภาคคันโต จะปิดรับสมัครเร็วกว่าภูมิภาคอื่น ๆ
  • กำหนดการปิดรับสมัครของแต่ละปีอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่

ดาวน์โหลดเอกสาร  ขั้นตอนการสมัครเรียนหลักสูตรระยะยาว

ปรึกษา เรียนต่อญี่ปุ่น กับเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนที่ 1. พูดคุยกับเจ้าหน้าที่แนะแนวของเจเอ็ดดูเคชั่น

พูดคุยกับเจ้าหน้าที่แนะแนว เพื่อการวางแผนไป เรียนต่อญี่ปุ่น ให้ตรงกับเป้าหมายของตนเอง   นักเรียนสามารถสอบถามข้อสงสัยต่างๆ ได้อย่างละเอียด ทำให้เข้าใจและเลือกสถาบันการศึกษาได้ตรงกับความต้องการ

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำในการกรอกใบสมัคร และเตรียมเอกสารประกอบการสมัครเรียนที่ถูกต้อง เพื่อการยื่นขอสถานภาพ ” นักเรียน ” จากกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศญี่ปุ่น

* นักเรียนที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถส่งเอกสารสมัครเรียนทางไปรษณีย์ได้

ยื่นใบสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น

ขั้นตอนที่ 2. ยื่นใบสมัครพร้อมชำระค่าสมัครเรียน 

นำใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครมายื่น  พร้อมชำระเงินค่าสมัคร  และค่าแปลเอกสาร (ถ้ามี)  ภายในระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละภาคเรียน   หลังจากยื่นสมัครเรียบร้อยแล้ว  จะมีเอกสารแนะนำขั้นตอนต่างๆ หลังจากการสมัครเรียนให้นักเรียนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนอื่นๆ ต่อๆ ไป

ขั้นตอนนี้  จะต้องเตรียมเงินค่าสมัครเรียน ประมาณ 2-3 หมื่นเยน  ( ประมาณ 6 พัน – 1 หมื่นบาท ) แล้วแต่โรงเรียนที่สมัครไปเรียน และอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่สมัคร

ส่งเอกสาร สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น

ขั้นตอนที่ 3. ตรวจเช็คเอกสาร – ส่งเอกสารไปญี่ปุ่น

เจ้าหน้าที่จะตรวจเช็คความถูกต้องของใบสมัคร และเอกสารประกอบการสมัครอย่างละเอียด รอบคอบ  ก่อนที่จะส่งเอกสารไปให้โรงเรียนที่ญี่ปุ่น   นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการส่งเอกสารไปญี่ปุ่นแต่อย่างใด

อาจะมีบางกรณีที่ทางโรงเรียนที่ญี่ปุ่น  ต้องการเอกสารเพิ่มเติม  เจ้าหน้าที่จะรีบแจ้งให้นักเรียนเตรียมเอกสารมาส่งเพิ่ม  จากนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งเอกสารเพิ่มเติมไปให้กับทางโรงเรียนอย่างรวดเร็ว

เตรียมความรู้ เรียนภาษาญี่ปุ่น

ขั้นตอนที่ 4. รอผลจากกองตรวจคนเข้าเมือง  เรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม

ขั้นตอนการพิจารณาสถานภาพ ” นักเรียน” ของกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศญี่ปุ่น จะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน  ในระหว่างนี้  ควรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมให้มากที่สุด

ถ้าเป็นไปได้ควรเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นเร่งรัด แบบเรียนทุกวันจันทร์ – ศุกร์  และเรียนกับอาจารย์ญี่ปุ่น  เพื่อให้เกิดความเคยชินในการเรียนภาษาญี่ปุ่นกับคนญี่ปุ่นทุกวัน  ก่อนที่จะไปเรียนจริงที่ประเทศญี่ปุ่น

กำหนดการประกาศผลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ภาคเรียนประกาศผล
เดือนมกราคมสิ้นเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนกุมภาพันธ์ของปีก่อนหน้า
เดือนเมษายนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ - ต้นเดือนเมษายน
เดือนกรกฎาคมสิ้นเดือนพฤษภาคม - ต้นเดือนมิถุนายน
เดือนตุลาคมสิ้นเดือนสิงหาคม - ต้นเดือนกันยายน

เรียนภาษา ที่ญี่ปุ่น แจ้งผล

ขั้นตอนที่ 5. การประกาศผลจากกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศญี่ปุ่น

เมื่อทราบผลการพิจารณาจากกองตรวจคนเข้าเมือง  เจ้าหน้าที่จะติดต่อแจ้งให้นักเรียนทราบทางโทรศัพท์  และส่งรายละเอียดเพิ่มเติมให้ทางอีเมล์

ชำระค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก

ขั้นตอนที่ 6. การจองที่พัก / ตั๋วเครื่องบิน

การจองที่พัก
ในกรณีที่ต้องการที่พักซึ่งทางโรงเรียนจัดหาให้  ทางโรงเรียนจะมีเอกสารและกำหนดการจองหอพักให้นักเรียน เลือกหอพักที่ต้องการ ( โดยทั่วไปจะให้เลือก 3 อันดับ )

ในกรณีที่มีที่พักอยู่แล้ว หรือจะหาที่พักเอง  จะต้องแจ้งที่อยู่ให้ทางร.ร.ทราบด้วย

การจองตั๋วเครื่องบิน
ทางโรงเรียนจะแจ้งกำหนดการเดินทางมาให้นักเรียนทราบ  ว่าจะต้องเดินทางในช่วงเวลาใด หรือวันไหนบ้าง  นักเรียนสามารถจองตั๋วเครื่องบินเอง ตามกำหนดการที่ร.ร.กำหนด

หรือให้เจเอ็ดดูเคชั่นจองให้ ซึ่งเจเอ็ดดูเคชั่นจะจองเฉพาะตั๋วเครื่องบินของ การบินไทย หรือ Japan Airlines  ราคานักเรียนเท่านั้น  ไม่มีสายการบิน Low Cost

ชำระค่าเล่าเรียน โอนเงินไปต่างประเทศ

ขั้นตอนที่ 7. ชำระค่าเล่าเรียน / ค่าที่พัก

ทางโรงเรียนจะส่งใบแจ้งค่าเล่าเรียน (และหอพัก) มาให้นักเรียน  เพื่อนำไปใช้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง

ภาคเรียน ชำระเงินค่าเล่าเรียน เข้าเรียน
ฤดูหนาว ต้นเดือนธันวาคม มกราคมปีถัดไป
ฤดูใบไม้ผลิ ต้นเดือนมีนาคม เมษายนปีถัดไป
ฤดูร้อน ต้นเดือนมิถุนายน กรกฎาคม
ฤดูใบไม้ร่วง ต้นเดือนกันยายน ตุลาคม

ขั้นตอนนี้ จะต้องชำระเงินค่าเล่าเรียน สำหรับ 6 เดือน หรือ 1 ปี  ประมาณ 1 – 2 แสนบาท ( แล้วแต่ร.ร.ที่สมัครไปเรียน )  รวมถึงค่าหอพัก   ควรแจ้งให้ผู้ปกครองเตรียมเงินไว้ 2-3 แสนบาท 

ขอวีซ่านักเรียน เรียนต่อญี่ปุ่น

ขั้นตอนที่ 8. ขอวีซ่านักเรียน

หลังจากที่ทางโรงเรียนยืนยันว่าได้รับเงินแล้ว  จะส่งใบรับรองสถานภาพการพำนัก ( Certificate of Eligibility : COE ) และหนังสือตอบรับเข้าเรียน มาให้  เพื่อใช้ในการไปขอ ” วีซ่านักเรียน ”  ที่สถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย

ในการขอวีซ่า ทางสถานทูตญี่ปุ่นจะมีการโทรสัมภาษณ์ หรือนัดมาสัมภาษณ์ที่สถานทูต โดยสัมภาษณ์ด้วย ” ภาษาญี่ปุ่น” 

หลังจากยื่นเอกสารแล้ว อีก 5 วันทำการก็สามารถไปรับวีซ่า และกลับมาจัดกระเป๋าเตรียมพร้อมกันได้เล้ย

ขั้นตอนนี้ จะต้องเตรียมเงินค่าวีซ่าและค่าบริการของศูนย์ขอวีซ่า  ประมาณ 1 พันกว่าบาท

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า

 

ปฐมนิเทศ เรียนต่อญี่ปุ่น

ขั้นตอนที่ 9. ปฐมนิเทศก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น

เจเอ็ดดูเคชั่น  จัดปฐมนิเทศให้ข้อมูลที่จำเป็นก่อนการเดินทาง เพื่อให้น้องๆ เตรียมตัวเตรียมใจก่อนบินสู่ญี่ปุ่น แถมมีคู่มือแนะนำการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นฉบับพกพา ให้นำติดตัวไปอ่านที่ญี่ปุ่นด้วย

นอกจากนั้น ยังมีเอกสารสำหรับท่านผู้ปกครอง  แนะนำขั้นตอนต่างๆ ให้ทราบ หลังจากที่ลูกไป เรียนต่อญี่ปุ่น ค่ะ

 

สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น กับ JEDUCATION ไม่มีการเก็บค่าดำเนินการใด ๆ รวมทั้งค่าจัดส่งเอกสารไปยังประเทศญี่ปุ่น

ในกรณีที่ให้เจเอ็ดดูเคชั่นแปลเอกสาร จะมีค่าใช้จ่ายดังนี้

  • ค่าแปลเอกสารภาษาไทย เป็นภาษาญี่ปุ่น หน้าละ 400 บาท
  • ค่าแปลเอกสารภาษาไทย เป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น ชุดละ 600 บาท (ต่อ 1 หน้า)

หมายเหตุ : ผู้สมัครสามารถแปลเอกสารจากที่อื่นได้ โดยให้บริษัทหรือผู้แปลรับรองการแปลถูกต้อง พร้อมตราประทับและลายเซ็นต์

เรียนต่อญี่ปุ่น group1 group2 group3

เรียนต่อญี่ปุ่น ปฐมนิเทศ group5

เอกสารประกอบการสมัคร

ในการสมัครเรียนกับสถาบันสอนภาษาในญี่ปุ่นนั้น เอกสารที่จำเป็นในการสมัครเข้าเรียนจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ
1. เอกสารของผู้สมัคร
2. เอกสารของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
( หมายถึงผู้ที่จะชำระเงินค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและการศึกษาในญี่ปุ่นของผู้สมัคร )

 

เอกสารของผู้สมัคร

ใบสมัครใบสมัครของสถาบันที่ต้องการสมัคร สามารถขอรับได้ที่เจเอ็ดดูเคชั่น หรือ ทางอีเมล์ ask@jeducation.com
หลักฐานการศึกษาระดับสูงสุด (ภาษาอังกฤษฉบับจริง)กรณีจบการศึกษาแล้ว
- หนังสือรับรองจบการศึกษา / ประกาศนียบัตร ของสถาบันการศึกษาระดับสูงสุด

กรณีที่กำลังจะจบการศึกษา
- หนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ระบุเดือนและปีที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษา
- หากกำลังศึกษาอยู่ในระดับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย ให้ยื่นหนังสือรับรองจบการศึกษาและTranscript ของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายด้วย
หลักฐานแสดงผลการเรียน(ภาษาอังกฤษฉบับจริง)ใบแสดงผลการเรียนระดับสูงสุดจากสถาบันการศึกษาระดับสูงสุด
- ใบ ร.บ. หรือ Transcript
หนังสือรับรองการศึกษาภาษาญี่ปุ่น (ภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษฉบับจริง) หนังสือรับรองจากสถาบันที่ท่านศึกษาภาษาญี่ปุ่น
• ระบุชื่อหลักสูตร / ระดับ / ชื่อหนังสือเรียน / อัตราการเข้าเรียน / ผลการเรียน /วันที่เริ่มและจบหลักสูตร และจำนวนรวมชั่วโมงเรียน ขั้นต่ำ 150 ชั่วโมงและเทียบเท่า N5

**กรณีที่เป็นนักเรียนของ Jeducation Center เจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมหนังสือรับรองให้**
หนังสือรับรองผลสอบวัดระดับ (JLPT / JTest) (ฉบับจริง *ถ้ามี)หนังสือรับรองผลสอบวัดระดับ พร้อมผลคะแนน

**กรณีที่เคยสอบแต่ไม่ผ่าน ให้นำใบแสดงผลคะแนนมายื่นด้วย**
หนังสือรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษฉบับจริง)สำเนาหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน และเล่มเก่าทุกเล่ม
- หน้าแรกที่มีรูปถ่ายผู้ถือหนังสือเดินทาง
- หน้าวีซ่าญี่ปุ่น และหน้าที่มีประทับวันที่เข้า-ออกประเทศญี่ปุ่นทุกหน้า (โดยต้องเห็นตัวเลขในตราประทับอย่างชัดเจน)
- หนังสือเดินทางต้องเหลืออายุการใช้งานมากกว่า 2 ปีขึ้นไป
แบบทะเบียนราษฎร (ทร.14/1) (ภาษาไทยฉบับจริง)คัดแบบรายการทะเบียนราษฎร (ทร.14/1)
สามารถขอคัดได้จากที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการเขตใกล้บ้าน
หรือ BMA Express ตามสถานีรถไฟฟ้า สยาม หมอชิต วงเวียนใหญ่ อุดมสุข
รูปถ่าย 9 ใบรูปถ่ายหน้าตรง รูปสี พื้นหลังสืขาวหรือสีฟ้าอ่อนเท่านั้น
ขนาด 1 นิ้วครึ่ง (3X4 ซม.)
- แต่งกายสุภาพ ไม่ต้องใส่ชุดครุย ถ่ายไว้ไม่เกิน 3 เดือน
- เขียนชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงตามหนังสือเดินทางไว้หลังรูปทุกใบ
- กรุณาดูขนาดรูปที่ถูกต้องในช่องหมายเหตุ
ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (สำเนาภาษาไทย) เฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล

 



เอกสารของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

กรณีที่ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย พำนักอยู่ในประเทศไทย หรือประเทศอื่น ๆ นอกประเทศญี่ปุ่น

1. หนังสือรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษฉบับจริง)

กรณีพนักงานบริษัท, ข้าราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ

  • หนังสือรับรองการทำงานออกโดยหน่วยงาน ระบุตำแหน่งงาน / ระยะเวลาการทำงาน และเงินเดือน

กรณีผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว

  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือสำเนาทะเบียนการค้า ซึ่งออกโดยหน่วยงานราชการ

**ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายควรเป็นบุคคลที่มีรายได้ต่อปีมากกกว่า 500,000 บาท (รายได้ต่อเดือนมากกว่า 42,000 บาท) และมีประวัติการทำงานไม่ต่ำกว่า 3 ปี**

2. หนังสือรับรองการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (สำเนา)

แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภงด.90 หรือ 91) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

3. หนังสือรับรองเงินฝากธนาคาร (ภาษาอังกฤษฉบับจริง)

หนังสือรับรองเงินฝากธนาคาร โดยเป็นบัญชีออมทรัพย์หรือฝากประจำที่สามารถถอนออกมาใช้ได้ / หนังสือรับรองพันธบัตรรัฐบาล / หนังสือรับรองสลากออมสิน ออกโดยธนาคาร

  • จำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 8 แสนบาท
  • ต้องระบุชื่อเจ้าของบัญชี / เลขที่บัญชี / จำนวนเงินฝากยอดล่าสุด (สกุลเงินบาท)

4. สมุดบัญชีเงินฝาก  (สำเนา)

สมุดบัญชีเงินฝากทุกหน้า หรือสำเนาสลากออมสิน หรือสำเนาพันธบัตร

**ยอดเงินล่าสุดในสมุดบัญชีจะต้องตรงกับยอดเงินในหนังสือรับรองเงินฝากธนาคาร**

5. แบบทะเบียนราษฎร (ทร.14/1)  (ภาษาไทยฉบับจริง)

ความสัมพันธ์กับผู้สมัคร :: พ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติซึ่งห่างไม่เกิน 2 ลำดับชั้น

คัดแบบรายการทะเบียนราษฎร (ทร.14/1) ของผู้สมัครและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง

**สามารถขอคัดได้จากที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการเขตใกล้บ้าน หรือ BMA Express ตามสถานีรถไฟฟ้า สยาม หมอชิต วงเวียนใหญ่ อุดมสุข**

6. ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (สำเนาภาษาไทย)

เฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล

 

หมายเหตุ

  • เอกสารใดที่ต้องการรับคืนกรุณาแจ้งล่วงหน้า
  • เอกสารทั้งหมดต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน
  • เอกสารที่เป็นภาษาไทย จะต้องแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น (บางสถาบันต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น)
  • ทางโรงเรียนอาจขอเอกสารหรือจดหมายชี้แจงเพิ่มเติม ในกรณีที่จำเป็น

 

กรณีที่ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น

1. หนังสือสัญญา
สัญญาว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการศึกษาและการดำรงชีวิตในญี่ปุ่นของผู้สมัคร ใช้แบบฟอร์มของทางโรงเรียน

2. เอกสารแสดงรายได้และสถานะทางการเงิน ฉบับจริง
เอกสารรับรองรายได้ประจำปีของผู้ค้ำประกัน , ใบแสดงการเสียภาษีเงินได้ประจำปี

3. เอกสารรับรองสถานภาพการทำงาน ฉบับจริง
เอกสารรับรองการทำงานจากบริษัท หรือหน่วยงานที่ทำงานอยู่
ในกรณีที่ประกอบกิจการส่วนตัว ต้องมีใบทะเบียนการค้าของบริษัท

4. เอกสารส่วนตัวของผู้ค้ำประกัน
เอกสารแสดงที่อยู่ปัจจุบัน แสดงรายชื่อของสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด
ในกรณีที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น ต้องแสดงเอกสารการจดทะเบียนคนต่างชาติ

5. เอกสารรับรองตราประทับ

6. เอกสารส่วนตัว แสดงความสัมพันธ์กับผู้สมัคร
เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์กับผู้สมัคร เช่น สูติบัตร แบบทะเบียนราษฎร์ ทะเบียนสมรส
ในกรณีที่ผู้ค้ำประกัน ไม่ใช่บิดามารดา ต้องมีเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครและผู้ค้ำประกัน



หมายเหตุ :

  • เอกสารทั้งหมดจะต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน ภายในวันที่สมัคร
  • เอกสารภาษาไทยทั้งหมดจะต้องแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น
  • บางสถาบัน เอกสารภาษาไทยจะต้องแปลเป็น 2 ภาษาคือทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ
  • เอกสารทั้งหมดที่ส่งให้กับโรงเรียนนี้ เป็นเอกสารที่นำส่งให้กับทางกองตรวจคนเข้าเมือง ญี่ปุ่นพิจารณาด้วยเช่นกัน ซึ่งทางกองตรวจคนเข้าเมืองจะไม่ส่งเอกสารคืน ไม่ว่าจะผ่านการพิจารณาหรือไม่

ดาวน์โหลดเอกสาร   เอกสารประกอบการสมัครหลักสูตรระยะยาว

*** การย้ายสถานศึกษา ***
การย้ายโรงเรียนระหว่างโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นด้วยกันนั้น โดยหลักการแล้วไม่สามารถปฏิบัติได้ ดังนั้นควรเลือกโรงเรียนอย่างรอบคอบ โดยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้มากที่สุด เช่น การสอบถามโดยตรงจากนักเรียนปัจจุบันหรือผู้ที่เรียนจบแล้ว เข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซท์หรืออ่านจากแผ่นพับของสถานศึกษา
***
อ้างอิงจาก ” คู่มือแนะนำการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น ขององค์การสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น ”

Link ที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง  ไม่มีค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น
โทร. 02-2677726 ต่อ 101-106
email : ask@jeducation.com

เพิ่มเพื่อน

Leave a Reply

Your email address will not be published.