เรียนภาษาญี่ปุ่น

เรียนภาษาญี่ปุ่น ใน วัยทำงาน อย่างไร ให้ได้ผลไวๆ คุ้มกับค่าเรียนที่ลงทุน

ผู้ใหญ่ วัยทำงาน ทั้งหลาย ใครกำลังเริ่มคิดอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้างคะ ?

ไม่ว่าจะอยากเรียน เพราะจำเป็นต้องใช้ในการทำงานในอนาคต, อยากใช้เวลาว่างเพิ่มพูนทักษะ หรือมีความหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นก็ตาม
การที่คน วัยทำงาน อย่างเรา จะเริ่มตัดสินใจเรียนภาษาใหม่ๆ ซักภาษา ก็คงจะหนีไม่พ้นปัญหาเหล่านี้

“ทำงานเลิกก็เย็นแล้ว กว่าจะเดินทางไปถึงโรงเรียนก็เหนื่อย”

“เรียนแค่สัปดาห์วัน กว่าจะวนมาครบก็ลืมที่เรียนไปแล้ว”

“เสียค่าเรียนทั้งทีก็อยากให้เรียนได้ไวๆ เอาไปใช้จริงได้ ”

ฯลฯ

อุตส่าห์มี Passion ในการเรียนผุดขึ้นมาทั้งที จะล้มเลิกไปเพียงเพราะทำงานประจำ ก็รู้สึกเสียดาย…แล้วเราควรทำยังไง ให้แม้เราจะทำงานอยู่ แต่ก็สามารถเริ่มต้น เรียนภาษาญี่ปุ่นไปด้วยได้ดีนะ ?
เจ๊เอ๊ดมีเคล็ดไม่ลับ สำหรับคน วัยทำงาน อย่างเราๆ โดยเฉพาะ ที่อยาก เรียนภาษาญี่ปุ่น ให้ได้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปใช้ได้จริงไวๆ แบบไม่ท้อแท้ไปซะก่อน มาให้ลองอ่านกันดูค่ะ

1. ตั้งเป้าหมาย และ เลือกคอร์สที่ตอบโจทย์นั้น

เพื่อให้การลงทุนของเราคุ้มค่า ลงเรียนแล้วไม่ผิดหวัง เราจึงจำเป็นต้องให้เป้าหมายของเราชัดเจนก่อนค่ะ ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร จะได้เลือกคอร์สที่ตอบโจทย์เป้าหมายเราได้มากที่สุด
บางคนพอเริ่มต้นหาคอร์ส เรียนภาษาญี่ปุ่น ก็เป็นอันไปต่อไม่ถูก เพราะมีให้เลือกเยอะมาก ทั้งเรียนกับครูญี่ปุ่น เรียนกับครูไทย แล้วสองแบบนี้ต่างกันมั้ยนะ.. ไปๆ มาๆ ก็เริ่มลังเลใจ เอ๊ะ หรือจะลองเรียนด้วยตัวเองดี

นั่นเป็นเหตุผล ที่เราต้องตั้งเป้าหมายก่อนค่ะ

เช่น หากเป้าหมายคือ จะต้องพบปะกับคนญี่ปุ่นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อยากสื่อสารได้ไวๆ แบบนี้การเรียนด้วยตัวเองก็อาจไม่ทัน และถ้าลงเรียน ก็ต้องเลือกคอร์สเรียนที่ไปเร็ว ได้ไวในเวลาจำกัด มีชั่วโมงการเรียนต่อคอร์สมากหน่อย และที่สำคัญ ต้องได้มีการฝึกพูดคุยกับคนญี่ปุ่นจริงๆ ระหว่างเรียนเพื่อให้เราชิน และกล้าพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อถึงเวลาต้องใช้จริงนั่นเองค่ะ

2. เลือกที่เรียนที่ไม่ไกล ไปง่าย หรือเรียนออนไลน์

เจ๊เอ๊ดเข้าใจว่าทำงานก็เหนื่อยแล้ว ถ้ามีเรียนหลังเลิกงาน กว่าจะเดินทางไปเรียน กว่าจะเดินทางกลับบ้าน ก็คงเหนื่อยจนหมดแรง ดังนั้น เพื่อไม่ให้เราเหนื่อยกับการเดินทางจนท้อ การเลือกเรียนในสถาบันที่เดินทางสะดวก จะช่วยลดความเหนื่อยลงได้เยอะเลยค่ะ

หรืออย่างปัจจุบันที่เริ่มมีการเปิดคอร์สเรียนแบบสอนสดทางออนไลน์  เราก็สามารถเรียนจากที่ไหนก็ได้ แถมสามารถพูดคุยโต้ตอบได้อีกด้วย ก็ยิ่งเป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ

3. นำภาษาญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน

บางคนลงเรียนคอร์สสัปดาห์ละวัน แต่พอกลับไปทำงานยุ่งๆ แล้วกลับมาเรียนอีกครั้ง บทเรียนก็สลายออกไปจากระบบความจำเป็นที่เรียบร้อย วิธีแก้ก็คือ ต้องหาทางนำภาษาญี่ปุ่น เข้ามาวนเวียนในหัวเราให้ได้มากๆ ค่ะ ง่ายที่สุดคือ เปิดหนังสืออ่านบ่อยๆ แต่จะให้อ่านแต่ตำราอย่างเดียว เจ๊เอ๊ดก็ว่าคงหลับคาหนังสือกันได้ ดังนั้นวิธีที่จะทำให้ภาษาญี่ปุ่นผ่านสมองเราแบบเพลินๆ ก็ยังมีอีก เช่น

  • แปะคำศัพท์ที่เรียนมาในแต่ละวันไว้ตามผนังบ้าน
  • เปิดเพลงญี่ปุ่นสไตล์ที่ชอบ ฟังเล่นระหว่างนั่งรถไปทำงาน
  • ถ้าจะดูหนัง หรือ ดูซีรีส์ญี่ปุ่น ก็เปิดดูแบบพากย์ญี่ปุ่น แล้วลองพูดตามบางประโยค
  • หรือใครจะลงทุนติดกล่องดูทีวีญี่ปุ่นไปเลย เพื่อเปิดเพิ่มบรรยากาศแบบญี่ปุ่นๆ ที่บ้านก็ได้เช่นกัน

วิธีเหล่านี้ทั้งหมดจะช่วยให้ ภาษาญี่ปุ่น ติดหูเราเยอะขึ้นโดยธรรมชาติ ถึงเวลาเรียนจริง เราจะไปเร็วขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเลยล่ะ

4. หาแรงบันดาลใจ ให้ตัวเองมีไฟอยู่เสมอ

การเรียนภาษาที่สามไปสักพัก ถ้าจะมีท้อแท้ หมดไฟบ้างก็เป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะไม่ใช่ภาษาแม่ กว่าจะจำตัวอักษรใหม่ทั้งหมด กว่าจะอ่านคล่องได้ ก็ต้องใช้เวลา พอท้อแท้ทีก็อยากจะเลิกเอาง่ายๆ ดังนั้นวิธียอดฮิตที่จะทำให้ฮึบขึ้นมาได้ก็คือการ หาแรงบันดาลใจ นั่นเองค่ะ

ลองหาสื่อต่างๆ เกี่ยวกับญี่ปุ่นในด้านที่ชอบมาอ่าน มาดูบ่อยๆ ให้มีกำลังใจอยู่เสมอ หรือถ้ามีไอดอลในดวงใจอยู่ ก็คอยนึกถึงให้ชุ่มชื่นหัวใจเข้าไว้ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงแล้ววิธีเหล่านี้ช่วยได้มากเลยนะ! ลองอ่านวิธีจัดการกับ “ภาวะหมดไฟ” ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ที่นี่

5. มีวินัย ไม่เททิ้งกลางทาง

สุดท้ายแล้ว ต่อให้มีใครช่วยแค่ไหนก็ตาม คนเดียวที่จะสามารถทำทั้งหมดให้สำเร็จได้ ก็คือตัวเราเองค่ะ สำคัญที่สุดจึง ต้องมีวินัย จัดสรรเวลาทำการบ้านไว้ตอนไหน ก็ต้องลุกขึ้นมาทำตอนนั้นให้ได้ เจ๊เอ๊ดเข้าใจว่าเรียนๆ ไป เราอาจจะถามตัวเองว่า โตแล้วทำไมยังต้องมาทำการบ้านอยู่อีก แต่ในความเป็นจริงคือ การเรียนภาษาจะไม่สามารถสำเร็จได้เลยหากเราไม่ฝึกฝนค่ะ

ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่หาข้ออ้างที่จะโดดเรียน หรือหยุดไปดื้อๆ ขอให้นึกถึงเป้าหมายของเราไว้ในชัด แล้วผลลัพธ์ที่ดีก็จะตามเรามาเองค่ะ ^^

สำหรับใครที่กำลังอยากเริ่มต้น เรียนภาษาญี่ปุ่น เจ๊เอ๊ดเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะ ! ระหว่างนี้ถ้าใครยังไม่มีเวลาเริ่มเรียนจริงจัง อาจจะลองฝึกคัดตัวอักษรญี่ปุ่นพื้นฐานไปพลางๆ ก่อนก็ได้นะคะ ถึงเวลาเรียนจริงจะได้สบาย ไปไวขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ !

คลิกที่ภาพเพื่อ download เป็น pdf หรือดูแบบเว็บไซต์ได้ที่นี่


 
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา คอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่น ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ “คนวัยทำงาน” ที่

  • ไม่เคยเรียนมาก่อน อยากเริ่มต้นเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่พื้นฐาน
  • มีงานประจำ ว่างแค่ตอนเย็น หรือเฉพาะวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์
  • อยากนั่งเรียนที่บ้านหรือที่ทำงาน
  • เวลาว่างน้อย แต่ก็อยากเรียนเยอะๆ ให้เป็นไวๆ

คอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้เริ่มต้น หลักสูตร Speed Up Beginner 1


หลักสูตรสำหรับผู้ที่มีเวลาว่างจำกัด เช่น ผู้ทำงานประจำ หรือมีเรียนเลิกเย็นทุกวัน แต่อยากเริ่มต้นเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ผลเร็ว ไปไว ปูพื้นฐานได้พูดญี่ปุ่นเบื้องต้นได้ภายในเดือนเดียว

  • เรียนสดออนไลน์ผ่าน Zoom อยู่ที่ไหนก็เรียนได้
  • คอร์สมีให้เลือกทั้งเย็นวันธรรมดา หรือวันเสาร์
  • เรียนสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง ได้ผลไว สามารถทำการบ้านส่งทางแอพพลิเคชั่นออนไลน์ได้
  • เรียนกับครูชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์สอนทุกคาบ เน้นการสนทนาและใช้จริง
  • จำนวนนักเรียนต่อห้องน้อย ถามตอบในห้องเรียนอย่างทั่วถึง
  • ได้รับใบรับรองหลังเรียนจบ

สนใจคอร์สเรียน คลิกดูรายละเอียดและตารางเรียนเทอมตุลาคม 2020 ได้ที่นี่

 


 

เรียนภาษาญี่ปุ่นกับ JEDUCATION CENTER
อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์)

เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม
โทร. 0-2267-7726 ต่อ 110-112
email : school@jeducation.com

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียน คลิกเลย  >> https://bit.ly/jed-line

เรียนภาษาญี่ปุ่น ทำไมพูด ญี่ปุ่น ไม่ได้

เรียนภาษาญี่ปุ่นมานาน ทำไม พูด ภาษา ญี่ปุ่น ไม่ได้

เรียนภาษาญี่ปุ่น ทำไมพูด ญี่ปุ่น ไม่ได้

เวลาฟังคน ญี่ปุ่น พูด ก็เข้าใจ แต่พอจะคุยกับเค้าทีไร เหมือนเป็นใบ้ทู๊กกกกที 😥 อยากพูดเก่งได้เร็วๆจังเลย

มาดูกันว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เราจะได้แก้ไขให้ถูกจุดกันดีกว่าค่ะ

กลัว พูด ญี่ปุ่น ผิด

กลัวพูดผิด

“ความกลัว” เนี่ยล่ะ คืออุปสรรคใหญ่ของการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลง บางคนอยู่คนเดียวก็พูดได้ ตอนเรียนก็พูดได้ แต่พอถึงเวลาเจอคนญี่ปุ่นจริงๆกลับมือเย็นเป็นน้ำแข็ง พูดไม่ออกซะอย่างงั้น
แล้วเราจะมีวิธีเอาชนะความกลัวเวลาเจอคนญี่ปุ่นยังไงดี ?

☝️ ก่อนอื่นคือต้องเปลี่ยนทัศนคติกันนิดๆหน่อยๆค่ะว่า คนญี่ปุ่นส่วนมาก ไม่มาจับผิดหรือหัวเราะเยาะเรา เพราะฉะนั้น ต่อให้เราจะเผลอพูดผิดบ้าง ก็ไม่เป็นไร กลับกัน เค้าจะชืนชมเราที่ฟัง-พูดกับเค้ารู้เรื่องซะอีกค่ะ

✌️ ตั้งสติค่ะ เวลาเรากลัว เราก็มักจะตื่นเต้น และทำให้สติหลุดได้ จนแกรมม่าเอย คำศัพท์เอย หายวับออกไปจากหัวหมด หายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติ ทำใจให้สบาย แล้วเราก็จะพูดได้เหมือนเวลาฝึกเองค่ะ

พูด ญี่ปุ่น ไม่ได้ เพราะเรียนเพื่อสอบ

เรียนเพื่อสอบมาตลอด

อีกปัญหาที่เด็กไทยเจอกันบ่อยเวลาเรียนอะไรก็ตาม ก็คือการเรียนเพื่อเอาไปสอบ จากนั้นก็ทิ้ง…ไหนใครเป็นบ้างยกมือขึ้น (แต่ก่อนเจ๊เองก็เป็นค่ะ 😭 )

ยิ่งถ้าในการสอบไม่มีสอบพูดล่ะก็ เราก็จะจำแต่ไวยากรณ์ คำศัพท์ คันจิ การอ่านเท่านั้น พอไม่ได้ถูกบังคับฝึกพูดบ่อยๆเข้า ก็ย่อมพูดไม่ได้แน่นอนค่ะ

วิธีแก้ไขก็คือ ลองฝึกด้วยตัวเองร่วมด้วยค่ะ อาจจะเป็นการฝึก Shadowing พูดตามเทป หรือพูดคนเดียวก็ได้ค่ะ

ไม่ได้ใช้บ่อยๆ

ไม่ได้ใช้บ่อยๆ

อะไรไม่ได้ใช้บ่อยๆก็ลืม ทักษะการพูดก็เช่นกัน! ดังนั้น ใครมีคนญี่ปุ่นอยู่ใกล้ๆให้ชวนคุย ห้ามทิ้งโอกาสให้หลุดลอยไปนะคะ เพราะการคุยกับเค้าเป็นการฝึกทั้งทักษะการใช้ภาษา และเป็นการทำให้เราชินกับการพูดกับคนญี่ปุ่นบ่อยๆจนความกลัวลดน้อยลงด้วยค่ะ

หรือถ้าไม่มีจริงๆ การลงคอร์สเรียนในสถาบันที่มีอาจารย์คนญี่ปุ่นเป็นผู้สอน ก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้เจอคนญี่ปุ่นเช่นกันค่ะ (หรือจะเก็บทุนทรัพย์ไว้บินไปเรียนต่อญี่ปุ่นในอนาคตก็ได้เหมือนกัน)

ไม่รู้คำศัพท์

ไม่รู้คำศัพท์

ตอนเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ เราก็เหมือนเด็กอนุบาลดีๆนี่เองล่ะค่ะ ที่ต้องค่อยๆสะสมคำศัพท์ เข้าสมอง จำไปเรื่อยๆ จนพอเริ่มมีข้อมูลคำศัพท์เก็บไว้ ก็เอามาเรียงร้อยเป็นประโยคดีๆได้

ดังนั้น ถ้าเราไม่ยอมท่องจำคำศัพท์ หรือหมั่นเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆเพิ่ม ก็ไม่แปลกเลยที่ไม่รู้จะเอาอะไรมาใช้เรียงประโยคเวลาสนทนากับคนญี่ปุ่นค่ะ
ต่อให้พูดเก่งแล้วก็ตาม อย่างคนที่ทำงานเป็นล่ามที่ต้องใช้ศัพท์เฉพาะ ก็ยังจำเป็นต้องเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มตลอดเวลาเหมือนกันค่ะ

 


 

คอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Jeducation Center

– เรียนกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่นทุกชั่วโมง พัฒนาทักษะการพูดภาษาญี่ปุ่นได้รวดเร็วอย่างเป็นธรรมชาติ

– จำนวนนักเรียนต่อห้องน้อย ฝึกฝนการพูดภายในห้องได้มากขึ้น

– มีกิจกรรมที่จะให้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับชาวญี่ปุ่น ผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

 

👇 เทอมตุลาคม 2020 กำลังเปิดรับสมัคร 👇

คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียนได้ที่นี่


เรียนภาษาญี่ปุ่น JEDUCATION CENTER

อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์) เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม

โทร. 0-2267-7726 ต่อ 111-112
โทรสาร. 0-2631-2040  email : school@jeducation.com

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียน คลิกเลย  >> https://bit.ly/jed-line

รับมืออย่างไร เมื่อรู้สึก หมดไฟ ในการเรียน ภาษาญี่ปุ่น

ไม่ว่าใครที่เก่งญี่ปุ่น พูดญี่ปุ่นคล่องราวกับเกิดที่นู่น แทบทุกคน จะต้องผ่านการเรียนภาษาญี่ปุ่นสุดตรากตรำมาก่อนทั้งนั้นค่ะ

คนอึดบางคนอาจจะเรียนไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดอะไรได้ แต่ว่าสำหรับบางคนแล้ว เมื่อเรียนภาษาญี่ปุ่นไปสักพัก จะเข้าสู่ภาวะหนึ่งที่แม้แต่พี่ๆ ทีมเจ๊เอ๊ดเองก็ผ่านจุดนั้นมาอย่างยากลำบากเหมือนกันค่ะ

นั่นคือ “ภาวะ หมดไฟ ในการเรียน” นั่นเอง

ความจริงก็คล้ายๆ กับภาวะ หมดไฟ ในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome นั่นล่ะ ที่เกิดจากความเครียดในการทำงาน จนเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไรแล้ว

สำหรับการเรียนภาษาญี่ปุ่น อาการที่เกิดขึ้นก็จะออกมาในรูปแบบคล้ายกัน คือ ไม่อยากเรียนแล้ว รู้สึกว่าความสนุกในการเริ่มต้นเรียนตอนแรกหายไป กลับกลายเป็นความท้อแท้ ทั้งคำศัพท์ คันจิ ไวยากรณ์ อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ เรียนของใหม่แล้วก็ลืมของเก่า

 

บางคนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า

หรือเราจะไม่มีความสามารถในด้านนี้ ?
นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ?
เรียนเท่าไหร่ก็คงไม่เก่งหรอก !!

 

เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลยค่ะ เป็นเรื่องที่เกิดกันแทบทุกคน บทความนี้เลยจะรวบรวมวิธี “ปลุกไฟ” ให้กลับมาฮึดกันอีกครั้ง โดยก็ไม่ใช่วิธีจากใครที่ไหน แต่เป็นวิธีจากพี่ๆ ทีมเจ๊เอ๊ดที่ปัจจุบันผ่าน N1-N2 มากันแล้ว โดยใช้วิธีเหล่านี้ช่วยให้ตัวเองผ่านจุดท้อแท้มาได้ค่ะ

หมดไฟ ไปหาแรงบันดาลใจ

1. กลับไปหาแรงบันดาลใจแรก ที่ทำให้ชอบภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง

เจ๊เอ๊ดเชื่อว่าการที่เราจะตัดสินใจเรียนภาษาที่สามสักภาษา ต้องไม่ใช่การหลับตาจิ้ม หรือหมุนวงล้อเลือกแน่นอนใช่มั้ยคะ

บางคนเกิดจากการ ชอบฟังเพลงญี่ปุ่น ชอบดารา ชอบอนิเม มังงะ หรือไปเที่ยวแล้วเกิดติดใจในภาษาญี่ปุ่นขึ้นมา ก็หยิบเรื่องนั้นขึ้นมาค่ะ

เช่น ถ้าชอบฟังเพลง ลองกดเปิดเพลงแรกเพลงนั้นที่ทำให้เราชอบจนอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น ขึ้นมาฟังอีกครั้งดู ขอบอกว่านอกจากความรู้สึกดีๆ กับภาษาญี่ปุ่นจะกลับมาแล้ว ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงอีกอย่างนึงเลยก็คือ ..

เราจะเริ่มฟังเพลงนั้นรู้เรื่องแล้วค่ะ~

และความรู้สึกนี้แหละ ที่จะพาเราลืมทุกความเหนื่อยที่ผ่านมา และค้นพบว่าเราเหนื่อยมาขนาดนี้ นี่ไงล่ะผลลัพธ์ เราเก่งขึ้นแล้วนะ!

ถ้า หมดไฟ ให้ลองหาไอดอล

2. หาไอดอล

เวลาทำอะไรสักอย่าง การมีสิ่งยึดเหนี่ยว จำเป็นอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ นะ

ให้เรายกใคร หรืออะไรสักอย่างที่เราชื่นชม มาเป็นตัวอย่างให้เรา ไม่ต้องไกลตัวก็ได้ค่ะ จะเป็นรุ่นพี่คนนึงที่เป็นล่ามที่เก่งมากและเราปลื้มเขา หรือจะเป็นไอดอลญี่ปุ่น (2D, 3D หรือสามี ภรรยาในมโนได้หมด) ให้เราคอยนึกว่า

 

“พี่เขายังทำได้เลย เราก็ต้องทำได้บ้าง”
“สักวันจะฟังที่น้องOOเค้าพูดรู้เรื่องให้ได้เลย”

 

(บางคนสไตล์เจ้าคิดเจ้าแค้นหน่อย จะเอาคนที่เคยดูถูกเรามาเป็นแรงผลักดัน อย่าง “ฉันจะไม่ยอมเป็นอย่างที่เคยโดนดูถูกหรอก” ก็ได้เหมือนกัน)

ข้อนี้ฟังดูออกจะสไตล์ติ่งนิดๆ แต่ขอกระซิบว่าพี่ๆ หลายคนที่ประสบความสำเร็จ ต่างก็ผ่านอดีตความติ่งมาแล้วทั้งนั้นล่ะ ส่วนทีมเจ๊เอ๊ดติ่งใครขออุบไว้ กลัวพูดไปเดี๋ยวเด็กๆ ไม่รู้จักแล้วจะเขิน ><

มองเป้าหมาย

3. มองเป้าหมายไว้ให้ชัด

บางคนเรียนเพื่ออัพเงินเดือน
ก็ท่องไว้ค่ะ “อนาคตจะต้องได้เงิน”

บางคนเรียนเพื่อที่จะไปเรียนต่อญี่ปุ่น
ก็ท่องไว้ว่า “ฉันจะต้องไปญี่ปุ่นให้ได้”

ไม่ว่าจะเป้าหมายจะเป็นอะไรก็ตาม ถ้าท้อเมื่อไหร่ นึกถึงมันเอาไว้ค่ะ เพราะเป้าหมายเหล่านี้จะทำให้เราไม่ไขว้เขวง่ายๆ ต่อให้ท้อแค่ไหน เราก็ต้องอดทน สู้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย พอหันกลับมามองตัวเองในอดีต เราจะได้ไม่รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้สู้ในตอนนั้นเนอะ

 

やってしまったことの後悔は日々小さくなるが、やらなかったことの後悔は日々大きくなる。

– 林真理子 –

ความรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไป นับวันจะยิ่งรู้สึกน้อยลง แต่ความรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ไม่ได้ลงมือทำ นับวันจะยิ่งรู้สึกเสียใจมากขึ้น

– Hayashi Mariko –

 

อ้างอิง :: Burnout Syndrome โดย โรงพยาบาลสมิติเวช

 

คอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Jeducation Center เปิดคอร์สตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ไปจนถึงระดับสูง

มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้ว อยากเรียนต่อกับเจเซ็นเตอร์ ไม่ต้องรอเปิดคอร์สใหม่ เข้าเรียนแทรกคลาสได้เลย !!
แค่สอบ Placement Test เพื่อเทียบคลาส และเริ่มเรียนในระดับที่เหมาะสมกับตัวเองได้ทันที พร้อมชำระเงินนับจากวันที่เริ่มสมัคร

👇 Placement Test ได้ที่นี่ 👇

https://bit.ly/placement-jcenter

ดูรายละเอียดคอร์สเรียนเทอมตุลาคม 2563 คลิกที่นี่


เรียนภาษาญี่ปุ่น JEDUCATION CENTER

อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์) เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม

โทร. 0-2267-7726 ต่อ 110-112
email : school@jeducation.com

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียน คลิกเลย  >> https://bit.ly/jed-line

พูด ภาษาญี่ปุ่น เก่งขึ้นใน 3 เดือน!

พูด ภาษาญี่ปุ่น เก่งขึ้นใน 3 เดือน!

กฎเหล็ก 5 ข้อ ที่จะทำให้ พูด ภาษาญี่ปุ่น เก่งขึ้นใน 3 เดือน!

มีคำถามว่า คอร์สเรียน 3 เดือนของ Jeducation Center จะทำให้พูดภาษาญี่ปุ่นได้รึเปล่า หรือคนที่รู้ ภาษาญี่ปุ่น อยู่แล้ว จะ พูด ได้เก่งขึ้นมั๊ย ขอตอบอย่างมั่นใจว่า พูดได้แน่นอน แต่เซนเซฝากกฎเหล็กมา 5 ข้อ เพื่อใช้ปฏิบัติประกอบการเรียนที่จะทำให้ 3 เดือนของคุณ พูด ภาษาญี่ปุ่น ได้เป๊ะค่ะ..

 

กฎเหล็ก พูดญี่ปุ่น 1

 

ข้อแรก อ่านเยอะ ได้เยอะ : อะไรที่คุณสนใจ งัดมาอ่านเข้าไปเลยค่ะ ถ้ายังไม่มีเรื่องที่สนใจ เอาหนังสือเรียนออกมาอ่านนี่แหละค่ะ การอ่านที่ดีคือ ตามองสิ่งที่อ่าน ปากก็ออกเสียง มันจะทำให้คุณจำได้, ชินปาก และก็พูดออกมาได้ค่ะ แถมอีกนิด การฟังเยอะๆ และพูดออกเสียงตามไปด้วย ก็จะช่วยให้คุณพูดอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

ภาษาญี่ปุ่น 2

ข้อสอง มีวินัยใฝ่ศึกษา :  จะเรียนภาษาอะไรก็ตาม คุณควรจะมีวินัย ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

เรียนภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนจีบกันช่วงแรก ที่คุณจะต้องเจอกันทุกวัน กินข้าวด้วยกันทุกเย็น กลับบ้านต้องโทรคุย เรียนภาษาญี่ปุ่น ก็ให้ได้ยังงั้นเลยนะคะ

การทบทวนหรือการทำเหมือนเดิมซ้ำๆ จะทำให้เราจำได้ไวขึ้นค่ะ ถ้าคุณอยากพูดได้ คุณก็ต้องเริ่มจากวินัยในการฟังเข้าไปก่อน เช่น  ตั้งกฎกับตัวเองเอาไว้ ว่าชั้นจะนอนดู นอนฟังซีรี่ย์ญี่ปุ่นเรื่องที่ชอบซ้ำไปซ้ำมาก่อนนอน หรือเวลาที่ขึ้นรถไฟฟ้า ก็จะฟังซีดีบทสนทนาในหนังสือเรียน เป็นต้นค่ะ

พูด ภาษาญี่ปุ่น ไม่ต้อง perfect

 

ข้อสาม ไม่ต้อง Perfect  : ขอยืนยัน นั่งยัน นอนยันตรงนี้เลยค่ะว่า ไออาการกลัวที่จะพูดผิด โอ้ยชั้นพูดผิดแย่แล้ว ตายแล้ว เป็นสิ่งที่เราคิดขึ้นมาเองทั้งนั้น พูดผิดก็ไม่มีใครว่าอะไรเลยจริงๆนะคะ  อย่าไปกลัวว่าเราจะพูดผิดไวยากรณ์ ลองคิดดูนะคะ เวลาเราพูดภาษาไทย เราเคยนึกถึงไวยากรณ์รึเปล่า การพูดคือการสื่อสาร ไม่ใช่การทำข้อสอบซักหน่อยค่ะ :))

เพราะฉะนั้น เลิกนะคะเลิก.. อย่าเอาความกลัวพูดผิด มาเป็นเกราะทำให้เราไม่กล้าพูดเลยค่ะ เคยเห็นคนต่างชาติพูดภาษาไทยผิดๆถูกๆมั้ยคะ น่ารักน่าเอ็นดู แถมคนอื่นมาช่วยแก้คำผิดให้อีกค่ะ

หาเพื่อนคุย ญี่ปุ่น

 

ข้อสี่  หาเพื่อนญี่ปุ่นซักคน :  จะเรียนภาษาของเค้า เราก็ต้องยึดเจ้าของภาษาเป็นตัวประกันซักหน่อยค่ะ  เพื่อนเป็นคนที่ทำให้เราได้ฝึกภาษาเป็นอย่างดี ทำให้การพูดของเราพัฒนา ช่วยแก้ไขประโยคที่เราพูดผิดอีกด้วยค่ะ ที่พูดมานี้ไม่ได้หมายถึงการ Chat ทาง Online นะคะ แต่หมายถึงการเจอกัน ไป Hang out ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เราได้พูด พูด พูดค่ะ ส่วนใครที่สงสัยต่อว่า แล้วชั้นจะหาเพื่อนญี่ปุ่นจากไหน ขอแนะนำเลยว่า Jeducation Center มีกิจกรรม Exchange Corner ฝึกภาษากับเพื่อนชาวญี่ปุ่นทุกเดือน สำหรับนักเรียนโดยเฉพาะค่ะ

 

กล้า พูด ภาษาญี่ปุ่น

ข้อสุดท้าย  กล้าเท่านั้นที่ครองโลก : จำไว้ว่า ถึงคุณจะ เรียนภาษาญี่ปุ่น มานาน แต่ถ้าไม่กล้าพูด หรือเขินอายที่จะพูดภาษาญี่ปุ่น มันไม่มีประโยชน์ค่ะ เพราะคุณจะกลายเป็นคนที่เก่งแค่ในตำรา แต่พูดไม่ได้

ในเมื่อคุณอยากพูดภาษาญี่ปุ่นเก่ง คุณก็ต้องเริ่มจากการกล้าพูดใช่มั๊ยละคะ

อย่าไปกลัวถ้าคุณเกิดไปพูดกับคนญี่ปุ่นแล้ว เค้าจะพูดกลับมาแบบสปีดชินคันเซ็น คุณก็แค่กล้าที่จะบอกเค้ากลับไปว่า ช่วยพูดช้าๆหน่อยได้มั๊ย แค่นั้นเอง  แต่ข้อนี้เชื่อว่า นักเรียนเจเซ็นเตอร์ของเราน่าจะผ่านฉลุย เพราะบรรยากาศในโรงเรียน เราเปิดให้นักเรียนสามารถพูดคุยและปรึกษาเซนเซได้ตลอดเวลา และเป็นกันเองอยู่แล้วค่ะ

 


 

เรียน ภาษาญี่ปุ่น กับ JEDUCATION CENTER เปิดรับสมัครเทอมมกราคม 2021 แล้ว!

 

แนะนำหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นของ Jeducation Center

สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น Jeducation Center
อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ชั้น 23  ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพ
โทร. 0-2267-7726
อีเมล์ : school@jeducation.com
LINE : https://bit.ly/jed-line

4 เทคนิค เตรียมสอบ PAT ญี่ปุ่น

เทคนิค เตรียมสอบ PAT ญี่ปุ่น

4 เทคนิค เตรียมสอบ PAT ญี่ปุ่น

4 เทคนิค เตรียมสอบ PAT ญี่ปุ่น ให้ได้คะแนนปังเว่อร์ 🎉

จากเจ๊เอ๊ด และครูพี่บี อารดา

 

🎓 ข้อแรก : คิดจะออกรบ ต้องคิดวางแผนการ..(แผนการอ่านหนังสือ)

คือมันยิ่งกว่ามีชัยชนะไปครึ่งนึงเลยนะ ถ้าเราวางแผนให้ดีว่า จะต้องสอบกี่วิชา และจะแบ่งเวลาอ่านหนังสือยังไงดี มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะจ้ะ ที่เรามีโอกาสสอบ PAT ตั้งสองรอบ ยังมีโอกาสทำคะแนนให้เริ่ดได้ถ้าครั้งแรกมันไม่โอ

ตอนนี้ไม่มีโอกาสแบบนั้นแล้วนะ ท่องไว้ให้ขึ้นใจ!

 

🎓 ข้อสอง :  อ่านอย่างเดียวไม่พอ.. ลงมือทำข้อสอบเก่า ด้วยสิ!

จะบอกว่า การหยิบหนังสือมาอ่านไวยากรณ์ ท่องคำศัพท์อย่างเดียว ถึงจะดูมีชัยไปเย้อออ แต่มันพอที่ไหนละคะ จอมยุทธ์อย่างเรา ต้องอย่าลืมลับอาวุธสิ!

ไปงัดข้อสอบเก่ามาฝึกปรือ ลองทำให้จำขึ้นใจ ให้คุ้นกับแนวข้อสอบจนเก็บไปฝันให้ได้ จะพีคมาก จำไว้! ยิ่งทำเยอะ ยิ่งได้เปรียบ.. อ่อ โดยเฉพาะ 2 อาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบ เน้นทำข้อสอบเก่าอย่างเดียวไปเลยค่ะ

 

🎓 ข้อสาม : ในตำราเป๊ะแล้ว นอกตำราก็ต้องรอบรู้!

ไวยากรณ์เป๊ะ! คันจิปัง!
มันยังไม่ใช่ มันยังไม่พอจ้ะ

เรื่องรอบตัว สังคม, วัฒนธรรม, สถานการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น ต้องค้นคว้าหาอ่านเอาไว้ประดับความรู้ ถึงแม้ว่าพาร์ทนี้จะมีเพียง 5 ข้อก็ตาม อย่าทิ้งไป 5 คะแนนก็มีค่านะจ๊ะ

แถมยังมีข้อสอบ Part การใช้ภาษาในการสื่อสารนี่อีก 20 ข้อ ที่เน้นเรื่องการใช้ภาษาญี่ปุ่นในการพูดคุยโต้ตอบ ให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ พูดง่ายๆว่า ใช้ภาษาญี่ปุ่นให้ Smooth ให้ได้แบบที่คนญี่ปุ่นใช้นะจ้ะ

 

🎓 ข้อสี่ : รักจะเรียนญี่ปุ่น.. อย่าลืมรัก (ษา) เวลา

ท่องไว้ให้ขึ้นใจ รักษาเวลา รักษาเวลา.. ไม่ใช่อะไรค่ะ ในการทำข้อสอบตั้ง 100 ข้อ ในเวลา 3 ชั่วโมงเนี่ย เผลอใช้เวลากับพาร์ทไหนมากไป รู้ตัวอีกที อาจจะหมดเวลา ยังเหลือข้อสอบบานเบอะก็ได้ จะมาดิ่งข้อไหนเป็นพิเศษก็ไม่ชัวร์ เสียคะแนนโดยใช่เหตุค่ะ

วิธีแก้ ไม่ยาก ระหว่างที่ซักซ้อมฝึกทำข้อสอบเก่า จับเวลาไปด้วยค่ะ กะๆ เอาไว้ ทำให้เสร็จก่อนหมดเวลาซัก 15-30 นาที จะได้มีเวลาตรวจทาน ข้อที่ตกหล่นหรือไม่มั่นใจค่ะ

 

🎓 แถมให้อีกข้อ.. สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ถ้าอ่านเองไม่ไหว ให้ขอกำลังเสริมโลด!

ถ้าคิดจะหาที่ติว มาเสริมกำลังของตัวเองแล้วละก็.. อย่าลืมว่า เรากำลังจะรบกวนใช้เงินของคุณพ่อคุณแม่ ไม่ได้บอกว่าใช้ไม่ได้ เพราะเชื่อว่า ว่าด้วยเรื่องการเรียนแล้ว คุณพ่อคุณแม่เต็มใจสนับสนุนพวกเราเต็มที่ แต่อย่าไปกวดวิชาแค่เพราะตามกระแสนิยมค่ะ

เลือกเรียนในห้องเรียนที่คนไม่แน่นมาก ชนิดที่สงสัยเมื่อไหร่ไม่มีหลุด ถามได้ตลอด ห้องติวที่คนเยอะไป จะพาลไม่กล้ายกมือถามเอา ที่สำคัญขอให้มีเป้าหมายอย่างชัดเจน ว่าเราจะตั้งใจเรียน เก็บเกี่ยวเทคนิคดีๆ จากครูผู้สอนอย่างเต็มที่ค่ะ

 

ทั้งหมดทั้งปวงที่ว่ามา ไม่ใช่เรื่องยากใช่มั้ยคะ ใครๆก็คงรู้ สิ่งที่อยากบอกก็คือ ทุกอย่างอยู่ที่หนึ่งใจของเรา ที่จะสั่งให้ร่างกายฮึดขึ้นมา ปลุกความขยันในตัว แล้วลงมือลุย ให้ความฝันเราเป็นจริงค่ะ อ่อ.. เทคนิคนี้ใช้ได้กับทุกวิชา ลองไปปรับให้เหมาะกับตัวเองดูนะคะ 💝

 

สุดท้ายของแท้! ขอแนะนำครูพี่บี อารดา สุภัครัตนโชติ ครูคอร์สติว PAT 7.3 ของเจ๊เอ๊ดเอง

ครูพี่บีจบหลักสูตรการสอนภาษาญี่ปุ่น (Teacher Training Program) จาก Kyoto University of Education ประเทศญี่ปุ่นค่ะ

เน้นการสอนให้นักเรียนเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ และสอนสดเท่านั้น ใกล้ชิด ไม่เข้าใจตรงไหน ถามกันได้ต่อหน้าจนกว่าจะกระจ่าง

ลักษณะการเรียนคอร์สนี้ ครูพี่บีจะรวบรวมแนวข้อสอบของวิชา PAT 7.3 รวมถึงข้อสอบเก่า มาให้ตะลุยทำ ไปพร้อมกับอธิบายให้กระจ่างอย่างละเอียดยิบ (ที่ยิบได้ เพราะครูพี่บีลงสนามสอบเองเลยจ้าาาา)

ที่สำคัญ ตอนนี้ครูพี่บีกำลังรวบรวมคันจิที่เจอในข้อสอบปี 60-62 มาให้ทุกคนในคลาสนี้
ร่นระยะเวลาอ่านเอง หาคันจิเอง เข้มข้นสุดๆ เหมือนอุ้มครูเข้าไปนั่งสอบกันด้วยเลยทีเดียว

PAT 7.3 sep2020 cover

คอร์สติวสอบ PAT ญี่ปุ่น สำหรับ dek64 เปิดรับสมัครแล้ว!

📝 เรียนทุกวันเสาร์ สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง ราคา 4,800 บาท

เริ่ม 12 กันยายน – 28 พฤศจิกายน 2020 (เรียน 10 ครั้ง รวม 30 ชั่วโมง) ตั้งแต่ 13.00 – 16.00 น.

ดูรายละเอียดและสมัครเรียน คลิกที่นี่

เรียนใน “ห้องเรียนออนไลน์”

เข้าเรียนออนไลน์ได้จากทุกที่ ผ่านแอพพลิเคชั่น Zoom ใช้งานง่าย เข้าได้ทั้งทางมือถือ แทปเล็ต คอมพิวเตอร์

**เรียนสดกับครูโดยตรงทุกคาบ ไม่ใช่การอัดวิดีโอ**

ดูวิธีเข้าห้องเรียนออนไลน์ คลิกที่นี่


เรียนภาษาญี่ปุ่น JEDUCATION CENTER

อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์) เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม

โทร. 0-2267-7726 ต่อ 111-112
โทรสาร. 0-2631-2040  email : school@jeducation.com

สอบถามรายละเอียด คลิกเลย  >> http://bit.ly/jed-line

แจก Hiragana

วิธีเขียน Hiragana

แจก Hiragana

ใครอยากเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น ฝึกไว้ให้คล่องกันเลย! กับการฝึกคัดตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น Hiragana ทั้ง 46 ตัว พร้อมลำดับการเขียนอย่างละเอียด

บางคนอาจจะคิดว่า ลำดับการลากเส้น ไม่สำคัญ แต่จริงๆแล้วสำคัญมากเลยนะ! เพราะจะทำให้เราเขียนได้อย่างสวยงาม ถูกต้อง และยังถือเป็นพื้นฐานที่ จะทำให้เราเข้าใจลำดับการลากเส้นของตัวอักษรคันจิต่อไปด้วยค่ะ

แถว あ

あ (a) い (i) う (u) え (e) お (o)

แถว か

か (ka) き (ki) く (ku) け (ke) こ (ko)

แถว さ

さ (sa) し (shi)  す (su) せ (se) そ (so)

แถว た

た (ta) ち (chi) つ (tsu) て (te) と (to)

แถว な

な (na) に (ni) ぬ (nu) ね (ne) の (no)

แถว は

は (ha) ひ (hi) ふ (fu) へ (he) ほ (ho)

แถว ま

ま (ma) み (mi) む (mu) め (me) も (mo)

แถว や

や (ya)  ゆ (yu) よ (yo)

แถว ら

ら (ra) り (ri) る (ru) れ (re) ろ (ro)

แถว わ

わ (wa) を (wo)  ん (n)

เรียน ภาษาญี่ปุ่น เบื้องต้น

เรียนภาษาญี่ปุ่นกับเจเซ็นเตอร์ สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน 

  • ได้เรียนกับเซนเซชาวญี่ปุ่นทุกคาบ มีวิธีสอนให้เข้าใจได้ง่ายโดยธรรมชาติ แม้ไม่ต้องใช้ภาษาไทย
  • สอนด้วยตัวอักษรญี่ปุ่นตั้งแต่พื้นฐาน
  • เน้นการนำไปใช้จริง ให้นักเรียนได้ฝึกสนทนาจริงทุกคาบ มีการบ้านที่เน้นการฝึกพูด จนสามารถพูดได้คล่อง โดยไม่ต้องคิดนาน
  • จำนวนนักเรียนต่อห้องน้อย เซนเซดูแลได้อย่างทั่วถึง
  • มีคลาสระดับสูงเปิดต่อเนื่อง ไม่ลอยแพนักเรียน
  • มาเรียนสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT
  • ได้รับประกาศนียบัตรรับรองชั่วโมงเรียนหลังเรียนจบ

ดูรายละเอียดคอร์สที่กำลังรับสมัคร คลิกที่นี่เลย


เรียนภาษาญี่ปุ่น JEDUCATION CENTER

อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์) เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม

โทร. 0-2267-7726 ต่อ 111-112
โทรสาร. 0-2631-2040  email : school@jeducation.com

คุยกับทีมเจ๊เอ๊ดทาง LINE คลิกเลย  >> http://bit.ly/jed-line

เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น

อยากเรียน ภาษาญี่ปุ่น เริ่มต้น ยังไงดี

เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น

อยากได้ภาษาที่สามเพิ่ม เรียนภาษาญี่ปุ่นดีมั้ยนะ ? แต่ไม่เคยรู้พื้นฐานมาก่อนจะเริ่มไงดี ?

ดีมากค่ะ! ในยุคสมัยนี้ การรู้ภาษาที่สามถือว่าได้เปรียบคนอื่นๆไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะอยากเรียนจากแรงบันดาลใจอะไรก็ตาม

ทั้งนี้ ตอนเริ่มต้นอาจจะต้องใช้ความพยายามเล็กน้อย แต่ไม่เกินความสามารถใครแน่นอน เรามาดูวิธีก้าวสู่การเรียนภาษาญี่ปุ่นให้สำเร็จกันเลยค่ะ !

เริ่ม…ตั้งเป้าหมาย

เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น ตั้งเป้าหมาย

“เรียนเพื่อ..ไว้ดูอนิเมได้โดยไม่ต้องอ่านซับ”
“เรียนเพื่อ..สอบเข้าเอกญี่ปุ่น”
“เรียนเพื่อ..สอบวัดระดับให้ได้อย่างน้อย N4”

เมื่อมีความคิดอยากเรียนขึ้นมา เจ๊ขอให้ ตั้งเป้าหมาย การเรียนไว้เลยค่ะ จะเป็นเป้าหมายระยะสั้น หรือเป้าหมายไกลๆก็ได้

ลองตั้งเป้าไว้ในใจว่า “เราเรียนเพื่ออะไรนะ ?” เพื่อที่เราจะได้วางแผนการเรียนของเราต่อไปได้อย่างถูกต้อง ซึ่งพอมีเป้าหมายแล้ว เราจะมีแรงผลักดันในการเรียนด้วยค่ะ

เริ่ม…เลือกคอร์สเรียน

เริ่มต้น เรียน ภาษาญี่ปุ่น

มีเป้าหมายแล้ว ต่อไปก็มาดู วิธีทำให้เป้าหมายเรา สำเร็จกันค่ะ ก่อนอื่นเวลาไปสมัครเรียน ต้องดูรายละเอียดคอร์สอย่างละเอียด โดยพิจารณาจาก

เรียนกับครูไทย หรือครูญี่ปุ่น ?
เรียนกับครูไทย : สบายใจ คุยกันรู้เรื่อง
เรียนกับครูญี่ปุ่น : ชินสำเนียงของคนญี่ปุ่นแท้ๆไปโดยธรรมชาติ ได้ฝึกสนทนากับคนญี่ปุ่นตลอดเวลา จนกล้าพูดเวลาใช้จริง

เรียนโดยใช้ตัวอักษร Romanji หรือ ตัวอักษรญี่ปุ่น ?
อันนี้เจ๊เอ๊ดแนะนำว่า ถ้าตั้งใจจะเรียนแบบจริงจัง ควรเลือกเรียนโดยใช้ตัวอักษรญี่ปุ่นไปเลยค่ะ เพราะเวลาใช้จริง คนญี่ปุ่นใช้ตัวอักษรญี่ปุ่นกันค่ะ

เรียนสด เรียนแบบสดออนไลน์ หรือเรียนออนไลน์เองแบบวิดีโอ 
เพราะสมัยนี้มีทางเลือกในการเรียนให้เลือกเยอะ ดังนั้นเราจึงต้องสำรวจความสะดวก และเวลาของตัวเอง ว่าพร้อมที่จะเรียนแบบไหนค่ะ ถ้าดีที่สุดเจ๊เอ๊ดอยากแนะนำให้เลือกเรียนสด เพราะจะเป็นการบังคับตัวเองให้ต้องเข้าเรียนทุกครั้ง ส่งการบ้านทุกครั้ง แถมเราจะได้ใช้ได้พูด ภาษาญี่ปุ่น ตลอดการเรียนกับทั้งเซนเซ และเพื่อนๆ ซึ่งทำให้ใช้จริงอย่างมั่นใจกว่าการเรียนด้วยตัวเองค่ะ จากนั้นก็เลือกเวลาที่สะดวกที่สุด ที่จะไม่ทำให้เราขาดเรียนบ่อยๆ ซึ่งจะทำให้เรียนไม่ต่อเนื่องค่ะ

ความรู้ที่ได้หลังเรียนจบแต่ละคอร์ส ตรงกับเป้าหมายเรามั้ย ? ใช้เวลาเท่าไหร่ ?
ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ดูเวลาที่เราสะดวกเท่านั้น การเลือกคอร์สต้องสอดคล้องกับเป้าหมายเราด้วย สมมติเป้าหมายเราคือ ต้องได้ N3 ภายใน 1 ปี  เราตัดสินใจเรียน เรียนสัปดาห์ละ 1 วัน ยังไงก็ไม่ทันค่ะ ถ้าอยากได้ N3 ภายใน 1 ปี ก็อาจจะจำเป็นต้องลงเรียนแบบเร่งรัด ทุกวันแทนค่ะ

จำนวนนักเรียนต่อคลาสเท่าไหร่ ?
ถ้ามากเกินไป ก็อาจจะทำให้ครูดูแลได้ไม่ทั่วถึง และอาจจะไม่ได้ฝึกพูดเท่าที่ควร

มีคลาสระดับสูงเปิดต่อเนื่องมั้ย ?
ข้อนี้จำเป็นมาก สำหรับคนที่ตั้งใจจะเรียนจนถึงระดับสูง เพราะว่าบางสถาบัน พอเรียนไปถึงระดับยากขึ้น นักเรียนต่อห้องเริ่มน้อยลง แล้วไม่เปิดคอร์สต่อทำให้เราไปต่อไม่ได้นั่นเองค่ะ

 

เริ่ม…จำตัวอักษรให้ได้

เริ่มต้น ภาษาญี่ปุ่น จำตัวอักษร

ถ้าตัดสินใจว่าจะเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้ว สมัครแล้ว สิ่งแรกที่เราต้องฝึกให้เป็นเร็วที่สุด ก็คือ

“ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น”

สาเหตุก็เพราะ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลานั่นเองค่ะ!

ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นในช่วงแรกที่เราจะต้องจำให้ได้ จะมีตัว ฮิรากานะ และ คาตากานะ อย่างละ 46 ตัว รวมเป็น 92 ตัว….. (ไม่ต้องกลัวค่ะ ถ้าคัดบ่อยๆ ทวนบ่อยๆ เราจะจำได้แน่นอน!)

และเมื่อเราสามารถข้ามผ่านไปได้ และเขียนจนคล่องมือแล้ว เราจะเรียนได้ไวขึ้นเยอะเลย เวลาทำการบ้านก็เขียนไว ท่องศัพท์ก็เร็วขึ้น ดังนั้น ในช่วงเริ่มเรียน หรือก่อนเริ่มเรียน รีบจำไว้ให้ได้ก่อนเลยค่ะ

เริ่มขยัน!

เริ่มต้น ขยัน เรียนญี่ปุ่น

และต่อจากนี้ สิ่งจำเป็นสำหรับการเรียนภาษาญี่ปุ่นนั้น ไม่ใช่พรสวรรค์ หรือ โชคลางใดๆ

แต่คือ “ความพยายาม” ล้วนๆค่ะ

จะเรียนภาษาญี่ปุ่น ให้สำเร็จได้ ต้องขยัน ให้ได้มากที่สุด! ทบทวนบทเรียนให้บ่อย พยายามใช้ให้บ่อย อ่านทุกวัน เขียนทุกวัน ฝึกมันเข้าไป ห้ามละเลยเด็ดขาด

รับรองว่าเดี๋ยวเราจะเก่งจนตัวเราเองจนตกใจเลยล่ะ!

เริ่มต้น เรียน ภาษาญี่ปุ่น กับ JEDUCATION CENTER

กับคอร์สภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้น เทอมมกราคม 2021

เรียน ภาษาญี่ปุ่น เบื้องต้น

  • ได้เรียนกับเซนเซชาวญี่ปุ่นทุกคาบ มีวิธีสอนให้เข้าใจได้ง่าย แม้ไม่ต้องใช้ภาษาไทย
  • สอนด้วยตัวอักษรญี่ปุ่นตั้งแต่พื้นฐาน เขียนและจำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • มีเวลาให้เลือกเรียนหลากหลาย เปิดสอนทั้งแบบเรียนสดที่สถาบัน หรือ เรียนสดออนไลน์ผ่าน Zoom
  • เน้นการนำไปใช้จริง ให้นักเรียนได้ฝึกสนทนาจริงทุกคาบ มีการบ้านที่เน้นการฝึกพูด จนสามารถพูดได้คล่อง โดยไม่ต้องคิดนาน
  • จำนวนนักเรียนต่อห้องน้อย เซนเซดูแลได้อย่างทั่วถึง
  • มีคลาสระดับสูงเปิดต่อเนื่อง ไม่ลอยแพนักเรียน
  • ได้รับประกาศนียบัตรรับรองชั่วโมงเรียนหลังเรียนจบ

ดูรายละเอียดคอร์สที่กำลังรับสมัคร คลิกที่นี่เลย

เรียนภาษาญี่ปุ่น JEDUCATION CENTER

อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์) เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม

โทร. 0-2267-7726 ต่อ 111-112
โทรสาร. 0-2631-2040  email : school@jeducation.com

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียน คลิกเลย  >> https://bit.ly/jed-line

เรียน ภาษาญี่ปุ่น ที่ไทย

เรียน ภาษาญี่ปุ่น ที่ไทย พูดอะไรได้บ้าง

เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไทย 3 เดือน พูดอะไรได้บ้าง?

สำหรับผู้ที่มีแพลนว่ากำลังจะไปเรียนต่อญี่ปุ่น หรือ ต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น แต่ยังไม่เคยมีพื้นฐานภาษา สามารถใช้เวลาสั้นๆ ประมาณ 3 เดือนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปได้ค่ะ

เจ๊เอ๊ดแนะนำให้ลงเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่นเร่งรัด
ที่จะเรียนเข้มข้น จันทร์ – ศุกร์ .. เพราะคอร์สแบบนี้จะเหมือนการเรียนที่ญี่ปุ่น เนื้อหาไปไว มีการบ้านแบบฝึกหัดเยอะ สอนโดยใช้ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ สร้างความคุ้นเคยเมื่อต้องไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่นจริงๆ

ข้อดีคือ ได้เรียนต่อเนื่อง และใช้เวลาเพียง 3 เดือน เมื่อจบจะได้ความรู้ภาษาญี่ปุ่น ประมาณระดับ N5

ด้วยจำนวนนักเรียนไม่เกิน 15 คนต่อห้อง จะได้พูดเยอะแค่ไหน แล้วจะพูดอะไรได้บ้าง? จะได้ทำกิจกรรมอะไรพิเศษมั้ย?

ตาม เจ๊เอ๊ด มาดูเลยค่ะ

เรียน ภาษาญี่ปุ่น ที่ไทย เดือนที่ 1

เดือนที่ 1

วันแรกๆ อาจจะยังเคอะๆ เขินๆ เริ่มเดินทักทาย แนะนำตัวกับเพื่อนๆ ในห้อง ที่จะสู้ไปพร้อมกันตลอด 3 เดือนเต็ม ก่อนจะเรียนตัวอักษรฮิรางานะ คาตากานะ

โดยจะมีช่วงเวลาสั้นๆ ให้เจ้าหน้าที่แนะแนวทีมเจ๊เอ๊ด เข้าไปพูดคุยแนะนำวิธีการใช้ Dictionary ไทย-ญี่ปุ่น รวมถึง Application ที่จำเป็นต่อการเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยค่ะ

หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่การเรียนจริงจัง นอนสต๊อป รวมไปถึงการสอบเขียนตัวอักษร สอบเขียนคำศัพท์ ประมาณ 2 วันต่อครั้ง และหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ เราจะสอบคันจิกันทุกวันค่ะ !

และด้านล่างนี้คือสิ่งที่ทุกคนจะพูดได้เมื่อเรียนผ่านไป 1 เดือน

🔹 ทักทาย ทำความรู้จักคนใหม่ๆ ด้วยการแนะนำตัวเอง บอกชื่อ อายุ อาชีพ

🔹 รู้จักคำศัพท์ อธิบายสิ่งของ และสถานที่อย่างง่ายๆ

🔹 บอกการกระทำ และการเคลื่อนไหว อย่างง่ายๆ เช่น กิน นอน เดิน เล่น

🔹 พูดคุย-สอบถาม วันที่ เวลา เบอร์โทรศัพท์ ราคา

🔹 เริ่มพูดคุย บอกเล่าการกระทำในชีวิตประจำวัน

🔹 พูดเชิญชวนและอธิบายเหตุผลอย่างง่ายๆ

🔹 อธิบายการแลกเปลี่ยน มอบให้ และได้รับสิ่งของจากผู้อื่น

(คอร์สภาษาญี่ปุ่นเร่งรัด 1 ที่ Jeducation Center ใช้หนังสือเรียน Minna no Nihongo เล่ม 1-2 และ Storykanji เล่ม 1)

 

เดือนที่ 2

เข้าสู่ช่วงเข้มข้น ขี้เกียจทำแบบฝึกหัดไม่ได้เลยทีเดียวเชียว

อ้อ ช่วงเดือนนี้จะมีกิจกรรมทำข้าวปั้น ให้ฝึกสกิลเพื่อติดตัวนำไปใช้ชีวิตตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องการสอบนั้น ไม่ได้ห่างหายไปไหน เรายังมีการสอบอยู่เรื่อยๆ อย่างน้อย 2 วันต่อ 1 ครั้ง รวมถึงการสอบเมื่อจบในแต่ละระดับขั้นของคอร์ส (แบ่งเป็น A-E) คือ 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งค่ะ

สิ่งที่ทุกคนจะพูดได้เมื่อเรียนผ่านไป 2 เดือน!

🔹 อธิบายถึงสิ่งรอบตัว รวมทั้งเรื่องของตัวเอง

🔹 อธิบายถึงบุคคล สิ่งของ สถานที่ได้มากขึ้น

🔹 บอกเล่าความรู้สึกนึกคิด ความประทับใจ

🔹 การเปรียบเทียบ การขอร้องไหว้วาน การอนุญาต การห้ามปรามอย่างง่ายๆ

🔹 พูดถึงเรื่องที่อยากได้ อยากทำ

🔹 พูดคุยเรื่องสมาชิกในครอบครัว ชีวิตประจำวัน หน้าที่การงาน

🔹 อธิบายเรื่องราว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนึ่งวันอย่างง่ายๆ

🔹 บรรยายถึงบุคคล สิ่งของ และสถานที่

🔹 บอกกฎระเบียบและข้อห้ามอย่างง่ายๆ

🔹 อธิบายถึงงานอดิเรกได้

(คอร์สเร่งรัด 1 ที่ Jeducation Center ใช้หนังสือเรียน Minna no Nihongo เล่ม 1-2 และ Storykanji เล่ม 1)

 

เดือนที่ 3

โค้งสุดท้ายแล้ว จะเริ่มยากขึ้นค่ะ หลังจากที่เราฝ่าฟันการเรียนไปพร้อมๆกับการสอบมาอย่างเข้มข้น

ก่อนเรียนจบ ทุกคนจะได้รับประกาศนียบัตรจบหลักสูตร และพบทีมแนะแนวกันอีกครั้งค่ะ

ฟังบรรยายเรื่องการเตรียมตัใช้ชีวิตในญี่ปุ่น อัพเดต Application ที่มีประโยชน์ในการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ที่ควรมีไว้ในโทรศัพท์หรือ Tablet ก่อนบินไปเรียนต่อหรือทำงานกันค่ะ

สิ่งที่ทุกคนจะพูดได้เมื่อเรียนจบในเดือนที่ 3

🔹 อธิบายถึงประสบการณ์ และความสามารถในเรื่องที่ทำได้

🔹 สนทนากับเพื่อนด้วยความสนิทสนม

🔹 แสดงความคิดเห็น คาดคะเน และบอกวิธีใช้สิ่งของ

🔹 สอบถาม-บอกลำดับเส้นทางไปยังจุดหมายที่ต้องการ

🔹 บอกเล่าเรื่องทึ่ผู้อื่นทำให้ และเรื่องที่ทำให้ผู้อื่น

🔹 พูดเกี่ยวกับแผนการที่จะทำในอนาคต

(คอร์สเร่งรัด 1 ที่ Jeducation Center ใช้หนังสือเรียน Minna no Nihongo เล่ม 1-2 และ Storykanji เล่ม 1)

 

พูดญี่ปุ่นได้.. ไปพร้อมๆกับเรียนรู้วัฒนธรรม

3 เดือนที่เรียนกับ Jeducation Center จะไม่ได้แค่เรียนภาษาญี่ปุ่นเพียงเท่านั้น

ทุกเดือน จะมีการจัดกิจกรรม Exchange Corner สำหรับนักเรียนทั้งที่สาขาสีลมและอโศก เพื่อให้มีโอกาสพูดคุย ฝึกภาษากับเพื่อนชาวญี่ปุ่น สร้างบรรยากาศให้ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นกับเจ้าของภาษา ไปพร้อมๆกับการเรียนรู้วัฒนธรรมค่ะ

ให้พูดญี่ปุ่นได้จริง.. พูดได้คล่อง.. และไม่ใช่พูดได้แค่กับอาจารย์ผู้สอนเท่านั้นค่ะ

ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่จะพูดได้ เมื่อเรียนภาษาญี่ปุ่นคอร์สเร่งรัด 1 จบค่ะ

คำศัพท์ 1,060 คำ

คันจิ 120 ตัว

 

หลักสูตรเร่งรัด เรียน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ เหมาะสำหรับคนที่..

⚡️กำลังจะไปเรียนต่อ หรือ ทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น
⚡️ไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นมาก่อน
⚡️อยากใช้ภาษาญี่ปุ่นให้ได้เร็วๆ
⚡️อยากร่วมกิจกรรมสนุกๆ ที่ช่วยให้ได้ฝึกพูดกับชาวญี่ปุ่นจริงๆ

คอร์สภาษาญี่ปุ่นเร่งรัด 1 เทอมเมษายน 2020
เปิดรับสมัครแล้ว !

สมัครเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่นเร่งรัด คลิกที่นี่

สิทธิพิเศษ! นักเรียนที่สมัครเรียนต่อญี่ปุ่นระยะยาวกับเจเอ็ดดูเคชั่น รับส่วนลดค่าคอร์ส เรียน ภาษาญี่ปุ่น ที่ Jeducation Center 2,000 บาท

 


เรียนภาษาญี่ปุ่น JEDUCATION CENTER

อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์) เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม

โทร. 0-2267-7726 ต่อ 110-112
โทรสาร. 0-2631-2040  email : school@jeducation.com

สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียน คลิกเลย  >> https://bit.ly/jed-line

คันจิ N5 ที่ควรจำ ก่อนไปสอบวัดระดับ JLPT

สอบ N5 ใครว่าไม่สำคัญ~

ถึงแม้ N5 จะเป็นระดับเริ่มต้นที่หลายคนมองข้าม แต่เจ๊ว่าเป็นโอกาสดีเลยล่ะ ที่จะวัดผลว่าที่เราเรียนมาสักพักนึงแล้วเนี่ยเก็ทจริงมั้ย???

โดยเฉพาะคนที่เรียนกับสถาบันสอนภาษาต่างๆ จะได้รู้ด้วยว่าวิธีสอนของสถาบันเหมาะกับตัวเราแล้วหรือยัง ช่วยให้เราพัฒนาไปได้แค่ไหน ย้ายมาเรียนกับเจเซ็นเตอร์ดีมั้ยน๊าาา (ฮ่าาา😝)

เพราะฉะนั้น วันนี้เจ๊เลยรวบรวม คันจิ 110 ตัว ที่ควรจำให้ได้ก่อนไปสอบ JLPT N5 มาให้ทุกคนเช็คกันค่ะ

ก่อนสอบอย่าลืมท่องไปเยอะๆ หรือสอบผ่านแล้วก็มาเช็คดูได้นะคะ ว่าเราได้หน้าลืมหลังอ๊ะป่าววว 😌

และอย่าลืมว่า คันจิสำคัญก็จริง แต่ท่องคันจิอย่างเดียวไม่เพียงพอนะคะ อย่าลืมทบทวนไวยากรณ์ ฝึกฟัง ดูแนวข้อสอบเยอะๆ ด้วยนะคะ 😘

ดาวน์โหลด คันจิ N5 เป็นไฟล์ PDF คลิกที่นี่

หมวด ตัวเลข

 

วัน/เวลา

คันจิ N5 วัน เวลา วัน เวลา

ทิศทาง

N5 ทิศทาง

ทิศทาง

หมวด คำนาม

คำนาม

 

N5 คำนาม

หมวด คน

N5 หมวดคน

คำคุณศัพท์

คำคุณศัพท์

N5 คุณศัพท์

หมวด ธรรมชาติ

N5 ธรรมชาติ

ธรรมชาติ

หมวด อวัยวะ

N5 อวัยวะ

คำกริยา

คำกริยา

N5 คำกริยา

ตามหาผู้ช่วย เพิ่มความมั่นใจก่อนลงสนามสอบจริง ที่ JEDUCATION CENTER 

คอร์ส ติวสอบวัดระดับ

คอร์ส ติวสอบวัดระดับ นี้ นักเรียนจะได้รับการถ่ายทอดเทคนิคในการทำข้อสอบ เช่น การอ่านโจทย์และจับหลักในการหาคำตอบที่ถูกต้อง พร้อมทดลองสอบ Pre-Test ตามแนวข้อสอบจริง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

คอร์ส N5 สอนโดย “ครูพี่บี” อารดา สุภัครัตนโชติ จบด้านการสอนภาษาญี่ปุ่นโดยตรงจาก Kyoto University of Education ที่ประเทศญี่ปุ่น

วันที่เรียน ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่ 30 พฤษภาคม – 27 มิถุนายน 2020
เวลาเรียน  9.15 – 12.15 น. (รวม 15 ชั่วโมง)
ราคา  3,500 บาท (ไม่รวมค่าหนังสือ)
**สอนสดออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Zoom**

ดูวิธีใช้โปรแกรม Zoom คลิกที่นี่

ดูรายละเอียดคอร์สติวสอบวัดระดับ คลิกที่นี่

สมัครคอร์สติวสอบวัดระดับ คลิกที่นี่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือปรึกษาเกี่ยวกับการสมัครเรียน  คลิกที่นี่

เรียนภาษาญี่ปุ่น JEDUCATION CENTER

อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์) เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม
โทร. 0-2267-7726 ต่อ 111-112
โทรสาร. 0-2631-2040  email : school@jeducation.com

คุยกับเจ้าหน้าที่ คลิก  >> https://bit.ly/jed-line

คันจิที่ควรจำ ก่อนไป สอบ N4

คันจิที่ควรจำ ก่อนไป สอบ N4

คันจิที่ควรจำ ก่อนไป สอบ N4

จะไป สอบ N4 กันแล้ว จำคันจิกันได้หมดรึยังเอ่ยยย

เจ๊เอ๊ด ขอเอาใจช่วยทุกคน ที่กำลังจะเดินหน้าเข้าสนามสอบ ด้วย “คันจิ 200 ตัว ที่ควรจำให้ได้ก่อนไปสอบ JLPT N4” ที่เจ๊จัดแยกเป็น 12 หมวด ให้ทุกคนเอาไปท่องกันให้ขึ้นใจ ไม่แพนิคตอนเจอบนข้อสอบนะคะ 😉

หมวด คน

สอบ N4 หมวด คน

หมวด อวัยวะ

สอบ N4 หมวด อวัยวะ

สี

สอบ N4 หมวด สี

ฤดูกาล

สอบ N4 หมวด ฤดู

อาหาร

สอบ N4 หมวด อาหาร

สิ่งของ

สอบ N4 หมวด สิ่งของ

วัน-เวลา

หมวด ธรรมชาติ

สอบ N4 หมวด ธรรมชาติ

ธรรมชาติ2

หมวด สถานที่

คันจิ N4 หมวด สถานที่1

สถานที่2

คำกริยา

สอบ N4 คำกริยา

สอบ N4 คำกริยา2

 คำกริยา3

สอบ N4 คำกริยา4

คำกริยา5

คำกริยา6

สอบ N4 คำกริยา7

คำคุณศัพท์

คันจิ คำคุณศัพท์

คำคุณศัพท์2

สอบ N4 หมวด คำคุณศัพท์3

หมวด อื่นๆ

สอบ N4 หมวด อื่นๆ

หมวด อื่นๆ2

คันจิหมวด อื่นๆ3

ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF คลิกที่นี่

เรียนภาษาญี่ปุ่น JEDUCATION CENTER

อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ (ปากซอยคอนแวนต์) เลขที่ 287 ชั้น 23 ห้อง 2303 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม. 10500
สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง / MRT สีลม
โทร. 0-2267-7726 ต่อ 111-112
โทรสาร. 0-2631-2040  email : school@jeducation.com

คุยกับเจ้าหน้าที่ คลิก  >> https://bit.ly/jed-line