3 สิ่งควรคำนึง ก่อนตัดสินใจเลือกที่พักในญี่ปุ่น

การ เลือกที่พักในญี่ปุ่น

3 สิ่งควรคิด ก่อน เลือกที่พักในญี่ปุ่น

เมื่อตัดสินใจจะเดินทางไปเรียนต่อต่างแดนอย่างที่ญี่ปุ่น “ที่พัก” ย่อมเป็นสิ่งแรกๆ ที่เข้ามาในหัวของทุกคนเลยใช่มั้ยคะ

เพราะ “ที่พัก” เป็นที่ที่เราจะต้องอยู่อาศัย พักผ่อน ทำงาน ทำการบ้าน ตลอดเวลาที่เราเรียน จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ที่พัก” เป็นหนึ่งในปัจจัยหลัก ที่จะทำให้คนๆหนึ่งตัดสินใจทำงาน หรือเรียนที่บริเวณนั้นๆ เลยล่ะค่ะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในต่างแดนที่ห่างจากบ้านเราไกลกว่า 4,000 กิโลเมตรอย่างประเทศญี่ปุ่น การตัดสินใจเลือกที่พักที่ญี่ปุ่นซักที่ จึงถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องนึงเลยค่ะ

และเพื่อให้นักเรียนที่จะไปเรียนต่อทุกคน เลือกที่พักได้เหมาะสมกับตัวเอง และอาศัยที่ญี่ปุ่นได้อย่างมีความสุขที่สุด เรามาดู 3 สิ่งควรคำนึง ก่อนจะตัดสินใจเลือก ที่พักในญี่ปุ่น กันดีกว่าค่ะ

ที่พักในญี่ปุ่น อพาร์ทเม้นท์

1.  รูปแบบที่พักในญี่ปุ่น

แน่นอนว่าการหา ที่พักในญี่ปุ่น นั้น ไม่ได้มีเพียงแต่การเช่าบ้านเป็นหลังเท่านั้น แต่มีตัวเลือกมากมายที่แตกต่างกันไปตามสไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคน โดยหลักๆจะประกอบไปด้วย

อพาร์ทเม้นท์ และ เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์

ซึ่งมีความต่างคือ อพาร์ทเม้นท์โดยปกตินั้น มักจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์ในห้องให้ แต่ของเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์จะมีเฟอร์นิเจอร์มาให้อย่างครบครันนั่นเอง

โดยห้องส่วนใหญ่มักจะเป็นห้องเดี่ยว ซึ่งการวัดขนาดนั้น ของญี่ปุ่นจะวัดขนาดตามขนาดของจำนวนเสื่อตาตามิ (1 ผืน = 1.8 ม. X 90 ซม.) ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง ห้องนั้นจะไม่ได้ปูด้วยเสื่อตาตามิก็ตาม เช่นห้องขนาด 6 เสื่อ ( ประมาณ 9.7 ตารางเมตร ) , ห้องขนาด 10 เสื่อ ( ประมาณ 16 ตารางเมตร ) เป็นต้น

เนื่องจากห้องแบบอพาร์ทเม้นท์จะเป็นห้องเดี่ยวที่ค่อนข้างอิสระ ฉะนั้นจึงเหมาะกับคนที่มีโลกส่วนตัวสูง หรือคนที่ชอบชวนเพื่อนมาเที่ยวที่ห้องนั่นเองค่ะ

แชร์เฮ้าส์

แชร์เฮ้าส์ เป็นที่พักอีกแบบหนึ่งสำหรับนักเรียนหรือคนทำงาน ที่ไม่อยากอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวจนเกินไป โดยจะมีโอกาสได้พบปะเพื่อนต่างชาติและคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันได้นั่นเอง

ซึ่งรูปแบบทั่วไปของแชร์เฮ้าส์นั้น มักจะเป็นที่พักที่มีส่วนกลางใช้รวมกัน และมีห้องนอนแยกเป็นคนๆไป ซึ่งในปัจจุบันมีแชร์เฮ้าส์เกิดขึ้นมากมาย แม้แต่แชร์เฮ้าส์ของคนไทยเองก็ยังมีนะคะ

เนื่องจากเป็นรูปแบบที่พัก ที่มีส่วนรวมร่วมกับผู้อื่น ทั้งห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น แชร์เฮ้าส์จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบการเข้าสังคมหรืออยากฝึกการใช้ภาษาในต่างแดน แต่ในทางกลับกันก็จะไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบปิดกั้นและมีความเป็นโลกส่วนตัวสูงค่ะ

โฮมสเตย์

โฮมสเตย์เป็นรูปแบบของที่พักที่เรียกได้ว่า สามารถสัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง เพราะเป็นการเข้าพัก กับครอบครัวของคนญี่ปุ่นจริงๆนั่นเองค่ะ แน่นอนว่าการเข้าไปอยู่อาศัยกับคนญี่ปุ่นนั้น เป็นการฝึกภาษาญี่ปุ่น และกฏระเบียบในที่พักอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังได้รู้สึกเหมือนมีอีกครอบครัวหนึ่งเพิ่มขึ้นมาอีกด้วยค่ะ

ฉะนั้น การพักแบบนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาญี่ปุ่นในระดับนึงอยู่แล้ว และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับกฏระเบียบแบบคนญี่ปุ่นแท้ๆนั่นเองค่ะ

แชร์เฮ้าส์

2. รายละเอียด – สิ่งอำนวยความสะดวก

ในการตัดสินใจเลือกห้องพักนั้น นอกเหนือไปจากขนาดของห้องแล้ว เฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง และส่วนกลางก็สำคัญไม่แพ้กัน นอกเหนือไปจากตู้เย็น ครัว โต๊ะเตียงในห้องแล้ว มีอีกหลายสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เลยเช่น

  • ความปลอดภัยของที่พัก
    หลายๆที่พักจะมีระบบรักษาความปลอดภัยในการกดรหัสหน้าประตู หรือสแกนลายนิ้วมือ
  • ความปลอดภัยบริเวณรอบๆที่พัก
    หลายๆครั้งที่เรามองข้ามไปว่าบริเวณโดยรอบของที่พักนั้นอยู่ในย่านอะไร มีความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบขนาดไหน จึงไม่ควรดูแค่ตัวที่พัก แต่เป็นบริเวณโดยรอบด้วย
  • บริการส่วนกลางของที่พัก
    นอกจากลิฟท์สำหรับอำนวยความสะดวกแล้ว บางที่พักยังมีบริการพิเศษอย่างการแยกขยะอีกด้วย
  • กฏระเบียบห้องพัก
    รายละเอียดเช่นการพาคนนอกเข้ามาพัก หรือกฏเรื่องการควบคุมเสียงในห้องพักนั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะบางคนเลือกห้องพักซะดิบดีอยากจะพาเพื่อนมาเที่ยว แต่ถ้ามีกฏห้ามส่งเสียงดังก็เศร้าได้เหมือนกันนะคะ
  • อินเตอร์เน็ต
    หรือปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ ซึ่งต้องดูว่าเป็นแบบ Wifi หรือเป็นสายแลนที่เราต้องหาซื้อตัวปล่อยสัญญาณเพิ่มนั่นเอง

 

เลือกที่พักในญี่ปุ่น แบบโฮมสเตย์

3. สัญญา

สิ่งที่ลำบากที่สุดสำหรับคนหาที่พักเอง นั่นคือรายละเอียดของสัญญา ที่แน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญาที่พักของญี่ปุ่น ที่มีค่าใช้จ่ายบางอย่างไม่เหมือนในบ้านเรา เช่น

เงินค่าเช่า ( 家賃 yachin )
คือค่าเช่าห้องเป็นเวลา 1 เดือน โดยปกติแล้วเป็นการชำระล่วงหน้า เงินค่าเช่าของเดือนถัดไป จะต้องจ่ายภายในสิ้นเดือนนี้ หรือบางที่อาจจะจ่ายเป็นรายปีเป็นต้น

เงินกินเปล่า ( 礼金 reikin )
หนึ่งในเงินที่ทุกคนสงสัยเวลาต้องจ่าย เพราะไม่มีที่ไทย โดยเป็นเงินค่าธรรมเนียมประเภทหนึ่งที่ต้องจ่ายให้เจ้าของบ้านเวลาที่จะเช่าห้อง โดยปกติคิดเป็นเงิน 1 ถึง 2 เท่าของค่าเช่าห้อง ซึ่งเงินนี้จะไม่ได้รับคืนอีกด้วย!

เงินมัดจำ (敷金 shikikin )
เป็นเงินที่เจ้าของบ้านจะเก็บไว้เพื่อเป็นเงินประกัน ในกรณีที่ผู้เช่าค้างจ่ายค่าเช่า หรือทำความเสียหายให้แก่ห้องเช่า โดยปกติคิดเป็นเงิน 1 ถึง 2 เท่าของค่าเช่าห้อง เวลาที่ย้ายออก ผู้เช่าจะได้รับเงินก้อนนี้คืน ( ถ้ามีเหลือ ) หลังจากที่หักค่าซ่อมแซมห้องแล้ว

ค่านายหน้า (仲介料:chuukairyou) ในกรณีที่ติดต่อเช่าบ้านโดยผ่านนายหน้าจัดหาบ้านเช่า จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมนี้ให้แก่นายหน้า โดยปกติจะคิดเป็นเงินเท่ากับค่าเช่าห้อง 1 เดือน
 
ค่าเปลี่ยนกุญแจ (鍵交換費用:Kagi koukan hiyou) ห้องพักบางแห่ง จะมีการเปลี่ยนกุญแจประตูเพื่อปลอดภัยของผู้เช่าใหม่ เนื่องจากอาจมีกรณีที่ผู้เช่าคนเก่าทำการปั้มกุญแจเอาไว้ โดยปกติคิดเป็นเงินประมาณ 10,000 – 30,000 เยน

ค่าประกันอัคคีภัย (火災保険料:Kasai Hokenryou) ห้องเดี่ยวประมาณ 17,000 – 30,000 เยนต่อ 2 ปี

ค่าใช้จ่าย ค่าเช่า การ เลือกที่พักในญี่ปุ่น

3 สิ่งที่ว่ามาข้างต้นนั้น เป็นเรื่องที่เราควรตรวจสอบเป็นหลักๆ ก่อนจะทำการตัดสินใจในการจองที่พักค่ะ แต่ทั้งนี้การจะไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ก็ยังมีอีกหลายสิ่งมากมายที่เราจะต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ค้ำประกัน การย้ายเข้า การเช่าเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ซึ่งเราควรสอบถามกับเจ้าของที่พักโดยตรงอย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนตัดสินใจค่ะ

 


สนใจเรื่อง เลือกที่พักในญี่ปุ่น อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่


ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น
เป็นสำนักงานในประเทศไทยของสถาบันโดยตรง  แนะแนวศึกษาต่อญี่ปุ่นทุกระดับ โดยศิษย์เก่าญี่ปุ่น  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน  โดยไม่คิดค่าดำเนินการใด ๆ รวมถึงค่าส่งเอกสารไปที่ญี่ปุ่น

ปรึกษาเรื่องเรียนต่อญี่ปุ่น โทร. 02-267-7726
email : ask@jeducation.com

ขอข้อมูลเพิ่มเติม คุยกับเจ้าหน้าที่ คลิกเลย  >> https://bit.ly/jed-line