เรียนภาษาที่ไซตามะ ทำงานพิเศษในโตเกียว และค้นพบตัวเองที่ญี่ปุ่น กับ “ออย” รุ่นพี่ Yono Gakuin
はじめまして、みなさん!
สวัสดีค่ะทุกคน ชื่อ “ออย” นะคะ ออยไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียน Yono Gakuin Japanese Language School ในเทอมตุลาคม ปี 2024 ค่ะ โรงเรียนตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ ซึ่งอยู่ติดกับโตเกียวเลย เป็นโรงเรียนขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงเรียนภาษาหรืออยากรู้ว่าชีวิตนักเรียนที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ออยอยากชวนมารู้จักที่นี่ผ่านประสบการณ์ของตัวเองค่ะ
ตลอดช่วงเวลาที่ญี่ปุ่น นอกจากการเรียนภาษา ออยยังได้ลองทำงานพิเศษที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ รู้จักผู้คนใหม่ ๆ และออกไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ จนได้ค้นพบความชอบของตัวเอง หลายอย่างเริ่มต้นพร้อมความกลัวและความกังวล แต่เมื่อได้ลองก้าวออกไป ก็กลายเป็นประสบการณ์และความทรงจำที่อยากนำมาเล่าให้ทุกคนฟังค่ะ

Yono Gakuin โรงเรียนในเมืองที่สงบ แต่ใกล้โตเกียวกว่าที่คิด
เหตุผลแรก ๆ ที่ออยเลือก Yono Gakuin คือทำเลค่ะ แม้โรงเรียนจะอยู่ในจังหวัดไซตามะ แต่ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 30 นาที ก็เข้าไปถึงใจกลางโตเกียวได้แล้ว สำหรับออยถือว่าสะดวกมาก เพราะได้ใช้ชีวิตในบรรยากาศที่สงบ ขณะเดียวกันก็เดินทางเข้าเมืองใหญ่ได้ง่าย
โรงเรียนอยู่ใกล้สถานีรถไฟใหญ่สองแห่ง คือ Saitama Shintoshin และ Omiya จากโรงเรียนสามารถเดินหรือปั่นจักรยานไปสถานีได้ ใช้เวลาประมาณ 5–10 นาทีค่ะ รอบ ๆ ยังมีห้างใหญ่อย่าง Cocoon City ซึ่งมีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้ามากมายให้แวะซื้อของหรือเดินช็อปปิ้งด้วย
อีกสถานที่ที่อยู่ใกล้โรงเรียนคือห้องสมุดของเขตค่ะ เราสามารถใช้เส้นทางข้างอาคารเรียนเดินตรงไปได้เลย เส้นทางนี้เชื่อมต่อกับศาลเจ้าด้วย และมีต้นไม้ใหญ่ขนาบอยู่ทั้งสองข้าง พอฤดูกาลเปลี่ยน สีสันระหว่างทางก็เปลี่ยนตามไปด้วย เป็นบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกว่าเราได้มาใช้ชีวิตและสัมผัสญี่ปุ่นอย่างเต็มที่จริง ๆ ค่ะ

ที่สำคัญ Yono Gakuin มีเจ้าหน้าที่คนไทยทำงานอยู่ด้วย สำหรับคนที่กังวลว่าภาษาญี่ปุ่นของตัวเองยังไม่แข็งแรงพอ หรือกลัวว่าจะสื่อสารไม่รู้เรื่องเวลามีปัญหา ก็สามารถปรึกษาพี่เจ้าหน้าที่คนไทยได้โดยตรงเลยค่ะ สำหรับออย การรู้ว่ามีคนที่เราพูดคุยและขอคำปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ ทำให้การไปอยู่ต่างประเทศคนเดียวอุ่นใจขึ้นมาก
ถ้าใครกำลังมองหาโรงเรียนที่บรรยากาศการเรียนไม่หนักจนเกินไป ได้อยู่ในย่านที่สงบ แต่ยังมีความสะดวกของเมืองใหญ่และเดินทางเข้าโตเกียวได้ง่าย ออยก็อยากแนะนำให้ลองทำความรู้จักที่นี่ค่ะ
จากงานในครัว สู่การลองสมัครเป็นไลฟ์การ์ดใจกลางโตเกียว
เมื่อได้ไปเรียนถึงญี่ปุ่นแล้ว อีกประสบการณ์ที่ออยอยากลองก็คือการทำงานพิเศษค่ะ เพราะนอกจากจะมีรายได้ ยังเป็นโอกาสให้เราได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นกับเจ้าของภาษาในสถานการณ์จริงด้วย
ช่วงแรกออยลองสมัครงานไปหลายที่ ทั้งร้านอาหาร ร้านซักอบรีด และร้านที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดีอย่างไดโซะ สุดท้ายงานแรกที่ได้ทำคืองานในร้านอาหารค่ะ ตอนนั้นภาษาญี่ปุ่นของออยยังไม่แข็งแรงเท่าไร จึงได้เริ่มจากงานในครัว ระหว่างทำงานก็พยายามชวนหัวหน้าคนญี่ปุ่นและเพื่อนร่วมงานต่างชาติคุย เพื่อหาโอกาสฝึกภาษาไปด้วย
แต่พอทำไปสักระยะ ออยเริ่มรู้สึกว่าประโยคที่ได้ใช้ในแต่ละวันค่อนข้างซ้ำเดิม จนถึงจุดที่อยากลองหางานใหม่ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้ภาษามากขึ้นค่ะ
ออยเลยหางานผ่านแอป Townwork ซึ่งเป็นแอปที่หลายคนใช้หางานพิเศษในญี่ปุ่น แล้วก็ไปเจอประกาศรับสมัครไลฟ์การ์ด หรือเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประจำสระว่ายน้ำ ที่ศูนย์กีฬาในเขตบุงเคียว ใจกลางโตเกียวค่ะ ในประกาศระบุว่ารับชาวต่างชาติด้วย ออยจึงชวนเพื่อนอีกสามคนไปสมัครด้วยกัน
ตอนสัมภาษณ์ พวกเราพยายามใช้ภาษาญี่ปุ่นสื่อสารกันเต็มที่ค่ะ ถึงจะใช้คำศัพท์ง่าย ๆ ก็พยายามตอบและอธิบายสิ่งที่อยากบอกออกไปให้ได้ จากประสบการณ์ของออย คนญี่ปุ่นส่วนมากเข้าใจว่าเราไม่ใช่เจ้าของภาษา และพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เราพูดค่ะ
ถึงบรรยากาศการสัมภาษณ์จะเป็นกันเอง คนสัมภาษณ์ดูใจดี และมีช่วงที่ได้หัวเราะไปด้วยกัน พวกเราก็ยังลุ้นมากว่าจะได้งานหรือเปล่า เพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าจะอ่านท่าทีของคนญี่ปุ่นอย่างไรดี
สุดท้ายพวกเราก็ได้รับการตอบรับเข้าทำงานค่ะ ตอนนั้นดีใจมาก เพราะออยเป็นคนชอบว่ายน้ำอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ แถมยังมีรายได้ด้วยค่ะ (หัวเราะ)

วันที่ต้องประกาศภาษาญี่ปุ่นให้คนทั้งสระฟัง
เมื่อเริ่มทำงาน จะมีเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นที่ทำงานประจำอยู่ในศูนย์กีฬาคอยฝึกงานให้ค่ะ บางเรื่องออยก็ถามจากนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานพิเศษด้วยกัน
การทำงานที่นี่เปิดโลกออยมาก เพราะทำให้ได้สัมผัสการทำงานในญี่ปุ่นอย่างจริงจัง ทุกวันต้องพบเจอคนญี่ปุ่นหลากหลาย ทั้งเพื่อนร่วมงานและผู้มาใช้บริการศูนย์กีฬา ซึ่งมีทุกเพศทุกวัยเลยค่ะ
หน้าที่หลักในสระว่ายน้ำจะแบ่งเป็นสามจุด คือการนั่งประจำบนหอสังเกตการณ์ เดินตรวจรอบสระ และนั่งประจำในห้องควบคุม โดยสลับหน้าที่กันทุก 15 นาที วนไปเรื่อย ๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้บริการค่ะ
นอกจากนี้ยังต้องวัดค่าน้ำ ตรวจอุณหภูมิของน้ำในสระให้เหมาะกับการว่ายน้ำ และคอยจัดเรียงอุปกรณ์ว่ายน้ำให้มีเพียงพอต่อการใช้งานด้วย
แต่หน้าที่ที่ทำให้ออยตื่นเต้นที่สุด คือการยืนประกาศผ่านไมโครโฟนในสระว่ายน้ำค่ะ!
เราต้องประกาศมาตรการความปลอดภัยและกฎระเบียบการใช้สระเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นข้อความที่ยาวมาก และระหว่างที่เราพูด ทั้งผู้มาใช้สระและไลฟ์การ์ดคนอื่น ๆ จะตั้งใจฟังกัน คนไทยอย่างออยเลยอดตื่นเต้นไม่ได้ว่าจะพูดถูกไหม ออกเสียงชัดเจนพอหรือเปล่า
สุดท้ายพวกเราก็ผ่านหน้าที่นี้มาได้ค่ะ แม้บางครั้งจะมีพูดผิดหรือพูดตะกุกตะกักอยู่บ้างก็ตาม
ตรงนี้ต้องขอบคุณหัวหน้าที่สอนงานมาก ๆ เลยค่ะ เขาเป็นคุณลุงอายุประมาณ 60 กว่า ๆ ที่ใจดีมาก คอยสอนงานให้ทุกอย่าง และยังช่วยเขียนบทประกาศในสระลงสมุดให้ด้วย ออยจึงมีโพยไว้ดูเวลาต้องพูดผ่านไมโครโฟน ทำให้ค่อย ๆ ฝึกและทำหน้าที่นี้ต่อไปได้ค่ะ
ความน่ารักของเพื่อนร่วมงาน ที่ทำให้วันทำงานมีเรื่องให้ยิ้ม
นอกจากการฝึกภาษาจากหน้าที่ที่รับผิดชอบแล้ว ออยยังได้ฝึกผ่านการพูดคุยในแต่ละวันด้วยค่ะ นักศึกษาญี่ปุ่นที่มาทำงานพิเศษจะชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เสมอ ทำให้ได้รู้จักคนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเยอะเลย
แน่นอนว่าการทำงานมีทั้งช่วงที่เครียดและรู้สึกกดดันเรื่องภาษา แต่ระหว่างนั้นก็มีมุมน่ารัก ๆ ของคนรอบตัวให้ชื่นใจอยู่ตลอดค่ะ
อย่างคุณลุงหัวหน้างาน วันหนึ่งเขาไปตกปลากับเพื่อนในวันหยุด แล้วนำปลาหมึกที่ตกได้มาฝากออยด้วย เป็นปลาหมึกที่ตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลยค่ะ ออยก็หิ้วกลับหอไปทำกับข้าว ช่วยประหยัดค่าอาหารไปได้หลายมื้อเลย
ส่วนหัวหน้าอีกคนก็นำชื่อภาษาไทยที่ออยเขียนให้ไปแปะไว้ที่ล็อกเกอร์ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เห็นแล้วรู้สึกว่าน่ารักมากค่ะ หรือในวันที่หิมะตกครั้งแรก ก็มีคนปั้นตุ๊กตาหิมะไว้หน้าอาคารด้วย เป็นอีกภาพที่ได้เห็นระหว่างใช้ชีวิตและทำงานที่นี่
สำหรับตัวงานเองก็มีอะไรให้เรียนรู้อยู่เรื่อย ๆ ค่ะ เพราะไม่ได้ดูแลเฉพาะสระว่ายน้ำเท่านั้น บางวันแผนกอื่นจะขอยืมตัวไปช่วยดูแลกีฬาประเภทอื่นในศูนย์ด้วย ทั้งบาสเกตบอล คลาสเต้น ลานยิงธนู และปิงปอง เรียกได้ว่าได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่แทบทุกวันเลยค่ะ

เริ่มจากปั่นจักรยานสำรวจเมือง จนค้นพบว่าตัวเองชอบเดินเขา
ออยคิดว่าหลายคนที่อยากไปเรียนญี่ปุ่น คงอยากได้ทั้งความรู้ภาษา ประสบการณ์ใช้ชีวิต และโอกาสสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นด้วยใช่ไหมคะ ถ้าตั้งใจแบบนั้น ออยอยากชวนให้ลองออกไปข้างนอกในวันหยุดค่ะ ออกไปให้มากที่สุดเท่าที่โอกาสและเวลาจะเอื้อ ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน เทศกาลต่าง ๆ ศาลเจ้า หรือการนั่งรถไฟเข้าเมืองก็ตาม
ออยเป็นคนหนึ่งที่ใช้ Google Maps หาสถานที่ที่อยากไปค่ะ ช่วงที่เพิ่งมาถึงญี่ปุ่น ก็เริ่มจากหาสวนสาธารณะที่ปั่นจักรยานไปได้ แล้วค่อย ๆ ออกไปสำรวจเมืองที่ตัวเองอยู่ให้ทั่ว
จากการลองออกไปทีละที่ สุดท้ายก็ได้ลองไปเดินเขาที่ญี่ปุ่นค่ะ ประสบการณ์นี้ทำให้ออยรู้สึกว่า บางครั้งเราจะค้นพบตัวเองได้ก็ต่อเมื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองลองทำอะไรหลาย ๆ อย่าง และสิ่งที่ได้ลองเหล่านั้นก็จะกลายเป็นทั้งประสบการณ์และความทรงจำที่ติดตัวเราไปตลอด
ออยได้ไปเดินเขากับเพื่อนหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ได้เห็นวิวของญี่ปุ่นในมุมที่ต่างออกไป เป็นภาพที่บางทีเราอาจไม่ได้เห็นจากการมาเที่ยวเพียงหนึ่งหรือสองสัปดาห์ บางแห่งวิวแปลกตาจนแทบไม่เหมือนภาพญี่ปุ่นที่เคยนึกถึงเลยค่ะ มีทั้งความตื่นตาตื่นใจและความรู้สึกแปลกใหม่อยู่ระหว่างทาง
ถ้ามีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตถึงญี่ปุ่นแล้ว ออยก็อยากให้ทุกคนลองออกไปสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ เพราะเราอาจได้พบทั้งสถานที่ที่ชอบ และความชอบใหม่ ๆ ของตัวเองไปพร้อมกัน

จากเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ศูนย์ สู่วันที่ได้ไปใช้ชีวิตจริง
เมื่อมองย้อนกลับไป ออยคงไม่ได้ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นอย่างราบรื่นขนาดนี้ หากไม่มี Jeducation และ Jeducation Center คอยช่วยดูแลค่ะ
ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นเลย ออยเริ่มเรียนคอร์ส Intensive ที่ Jeducation Center จนค่อย ๆ พูดได้และฟังเข้าใจมากขึ้น ส่วนเส้นทางไปเรียนต่อญี่ปุ่นก็เริ่มชัดเจนขึ้น เพราะมีพี่ ๆ เจ๊เอ๊ด คอยดูแลและให้คำปรึกษา
พี่ ๆ รวบรวมข้อมูลโรงเรียนภาษาหลายแห่งมาให้เลือก เพื่อให้เราได้หาโรงเรียนที่เหมาะกับตัวเอง อีกทั้งยังมีงานสัมมนาให้ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ด้วย สำหรับออยจึงช่วยได้มากจนแทบไม่ต้องไปเริ่มหาข้อมูลเองทั้งหมดเลยค่ะ
เรื่องเอกสารที่มีรายละเอียดและขั้นตอนมากมาย ทางเจเอ็ดก็ช่วยจัดการให้ และเมื่อเดินทางไปถึงญี่ปุ่นแล้ว หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา ก็ยังติดต่อสอบถามได้อยู่ เรียกว่าคอยดูแลตั้งแต่ก่อนที่ออยจะได้เหยียบญี่ปุ่น ไปจนถึงวันที่กลับมาจากญี่ปุ่นเลยค่ะ
ทุกความกล้ามีความกลัวอยู่เสมอ ขอแค่ให้ตัวเองได้ก้าวออกไป
สำหรับใครที่กำลังตั้งใจจะไปเรียนที่ญี่ปุ่น ออยอยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่อย ๆ มุ่งมั่นและพยายามไปทีละนิดนะคะ ถึงจะมีความกลัวอยู่บ้าง แต่จากประสบการณ์ของออย การได้ลองไปใช้ชีวิตที่นั่นทำให้เราเติบโตขึ้นอีกขั้นจริง ๆ
อยากให้จำไว้ว่า ทุกความกล้ามีความกลัวอยู่เสมอ ไม่เป็นไรเลยที่เราจะกังวลเมื่อต้องลองทำสิ่งใหม่ ขอแค่ให้ตัวเองได้ก้าวออกไปก็พอค่ะ
ไปญี่ปุ่นกันไหมคะ — 日本に行こうか。
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบันเพิ่มเติม: คลิก
