เปิดประตูสู่ประตูปริญญาตรีที่ญี่ปุ่น ที่ “ภาษาญี่ปุ่น” ไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป
ลืมภาพจำเดิมๆ ที่ว่าการเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นต้องผ่านกำแพงภาษาที่ยากลำบาก เพราะในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วญี่ปุ่นได้พัฒนาหลักสูตรอินเตอร์ (English-Taught Programs) ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างผู้นำยุคใหม่ในเวทีโลก
- เรียนเป็นภาษาอังกฤษ 100% สานฝันเรียนต่อต่างประเทศได้ทันที โดยไม่ต้องมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นระดับสูงมาก่อน
- ระบบ Bilingual เพื่ออนาคต ควบคู่คอร์สภาษาญี่ปุ่นในหลักสูตร เพื่อให้คุณพร้อมก้าวสู่ตลาดการทำงานระดับสากลและบริษัทชั้นนำในญี่ปุ่นหลังเรียนจบ
- โอกาสทองในมหาวิทยาลัยระดับท็อป เข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาระดับโลกได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องแข่งขันกับนักเรียนญี่ปุ่นในระบบท้องถิ่น
- เปิดประตูสู่ทุนการศึกษา โอกาสพิชิตทุนสนับสนุนและทุนลดหย่อนค่าเล่าเรียนสูงสุดถึง 100% สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีศักยภาพ
มหาวิทยาลัยและหลักสูตรอินเตอร์ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ JEDUCATION
(ไม่มีค่าบริการในการสมัคร)
- หลักสูตรศิลปศาสตร์ iCLA มหาวิทยาลัย Yamanashi Gakuin
- หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ Engineering มหาวิทยาลัย Kyoto University of Advance Science
- หลักสูตรชีววิทยาสภาวะแวดล้อม Bioenvironmental Science, Kyoto University of Advance Science
- หลักสูตรเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและการจัดการ Economics and Business Administration, Kyoto University of Advance Science

Strategic Mentorship for Japan’s University English-Taught Programs
เตรียมความพร้อมอย่างมั่นใจ สู่มหาวิทยาลัยอินเตอร์ชั้นนำที่ญี่ปุ่น กับ Mentor ส่วนตัวจาก Jeducation
มุ่งสู่มหาวิทยาลัยอินเตอร์ที่ญี่ปุ่นอย่างมั่นใจ กับ Mentor ที่จะแนะแนวและช่วยเหลือให้น้องๆเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี หลักสูตรอินเตอร์ที่ประเทศญี่ปุ่นได้
เพราะการเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในหลักสูตรนานาชาติที่ญี่ปุ่น (English Program) ไม่ใช่แค่การยื่นเอกสาร แต่คือการดึงศักยภาพและสร้างโปรไฟล์ที่โดดเด่น Jeducation พร้อมทำหน้าที่เป็น Mentor เคียงข้างคุณ ตั้งแต่การเลือกคณะที่ใช่ วางแผนไทม์ไลน์ ไปจนถึงการขัดเกลาใบสมัครให้สมบูรณ์แบบที่สุด
การแนะแนวและวางแผนรายบุคคล
- University & Program Matching
เจาะลึกและแนะนำหลักสูตรภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตและสไตล์การเรียนของน้องๆ - Strategic Timeline Planning
วางแผนระยะยาว (Roadmap) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว ทั้งผลสอบภาษา (TOEFL/IELTS), คะแนนมาตรฐาน (SAT/EJU/ACT) และกิจกรรมเด่นๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการสมัคร - Profile Building Consultancy
ให้คำแนะนำในการจัดระบบพอร์ตโฟลิโอและประวัติส่วนตัว เพื่อให้สะท้อนตัวตนที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นมองหา

สนับสนุนการขอใบพำนักและการยื่นวีซ่าสถานะนักเรียน
เมื่อผลจากมหาวิทยาลัยผ่าน ทีม Jeducation Mentor จะช่วยให้คำแนะนำการเตรียมเอกสารขอใบอนุญาตพำนัก (Certificate of Eligibility: COE) ไปจนถึงการเตรียมเอกสารสำหรับยื่นขอวีซ่านักเรียนอย่างถูกต้องตามมาตรฐานของสถานทูตญี่ปุ่น พร้อมทั้งชี้แนะขั้นตอนและข้อควรระวังต่างๆ เพื่อให้กระบวนการอนุมัติวีซ่าของนักเรียนเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำที่สุด
ปฐมนิเทศและดูแลความพร้อมก่อนออกเดินทาง
เราเชื่อว่าก้าวแรกในต่างแดนคือสิ่งสำคัญที่สุด Jeducation จึงจัดกิจกรรมปฐมนิเทศ (Pre-Departure Briefing) เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ ชี้แนะการปรับตัว และเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ก่อนการเดินทาง รวมถึงการตรวจสอบเอกสารสำคัญในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น นอกจากนี้ ทีมงานจะคอยประสานงานดูแลความเรียบร้อย ณ สนามบินในประเทศไทย และคอยติดตามสถานะจนกระทั่งนักเรียนเดินทางถึงที่พักและเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างอุ่นใจ
บริการสนับสนุนภาคสนาม ณ ประเทศญี่ปุ่น (Arrival Support)
สำหรับนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษในช่วงแรก เพื่อให้การเริ่มต้นชีวิตในญี่ปุ่นสะดวกสบายยิ่งขึ้น Jeducation มีบริการสนับสนุนภาคสนาม ณ ประเทศญี่ปุ่น (มีค่าดำเนินการเพิ่มเติมสำหรับบริการส่วนนี้) โดยครอบคลุม
- บริการรถรับส่งจากสนามบินสู่ที่พักอย่างปลอดภัย (Airport Pickup)
- บริการมีพี่เลี้ยงหรือเจ้าหน้าที่พาทดลองและแนะนำขั้นตอนการรายงานตัว ณ สำนักงานเขตในญี่ปุ่น (City Office Registration Support)
- บริการอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ ตามความต้องการเฉพาะบุคคล
(ผู้ปกครองและนักเรียนสามารถตรวจสอบรายละเอียดและอัตราค่าบริการเสริมเหล่านี้กับทีม Jeducation Mentor ได้โดยตรง)
เพื่อการวางแผนงบประมาณที่แม่นยำ
คุณสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดอัตราค่าบริการแนะแนวเชิงลึกและค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นได้ที่นี่

FAQ
Q1: ทำไมต้องใช้บริการ Mentorship กับ Jeducation ในเมื่อนักเรียนสามารถยื่นสมัครเองทางออนไลน์ได้?
A: ระบบการรับสมัครของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นในหลักสูตรอินเตอร์มีรายละเอียดที่ซับซ้อนและเฉพาะตัวสูงมาก ทั้งเรื่องรูปแบบการเขียน SOP ที่แต่ละคณะต้องการไม่เหมือนกัน หรือวิธีการส่งเอกสารทางการศึกษา (Official Transcripts) ที่ต้องตรงตามเงื่อนไขของระบบญี่ปุ่น การมี Jeducation เป็น Mentor จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกปฏิเสธใบสมัครเพียงเพราะ “กรอกข้อมูลผิดพลาด หรือตีความคำถามใน Essay คลาดเคลื่อน” เราช่วยทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนและผู้ตรวจทาน เพื่อให้มั่นใจว่าใบสมัครที่น้องๆ ส่งไป จะเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดและมีโอกาสลุ้นผลสำเร็จสูงสุด
Q2: Jeducation เขียน Essay หรือกรอกใบสมัครแทนนักเรียนทั้งหมดเลยหรือไม่?
A: ไม่ มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความเป็นตัวตนและศักยภาพที่แท้จริงของผู้สมัคร Jeducation ทำหน้าที่เป็น Mentor และ Reviewer ที่ช่วยชี้แนะแนวทาง ให้คำปรึกษาเพื่อดึงจุดเด่นของนักเรียนออกมา และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตามมาตรฐาน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำเสนอตัวเองได้อย่างดีที่สุด โดยเรื่องราวและผลงานทั้งหมดในใบสมัครจะต้องมาจากตัวนักเรียนเอง
Q3: ค่าบริการ Mentorship ของ Jeducation ครอบคลุมอะไรบ้าง?
A: อัตราค่าบริการของ Jeducation จะแบ่งตามรูปแบบของมหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยในเครือตัวแทน และนอกเหนือตัวแทน) และระดับการดูแลที่น้องๆต้องการ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ปกครองและน้องๆสามารถวางแผนงบประมาณได้อย่างละเอียด สามารถคลิกดาวน์โหลดเอกสารแจกแจงค่าบริการอย่างเป็นทางการได้ที่ปุ่มด้านล่างนี้
Q4: นักเรียนจากหลักสูตรนานาชาติระบบอังกฤษ (A-Level), อเมริกัน (AP) หรือ IB (International Baccalaureate) มีข้อได้เปรียบหรือสิ่งที่ต้องระวังอย่างไรในการสมัคร?
A: นักเรียนกลุ่มนี้จะได้เปรียบอย่างมากในเรื่องของ “ทักษะภาษาอังกฤษและวิธีคิดเชิงวิชาการ” ซึ่งตรงกับความต้องการของมหาวิทยาลัยอินเตอร์ในญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นักเรียนหรือผู้ปกครองมักจะมองข้ามและต้องระวัง คือ:
- ระบบอังกฤษ (A-Level / AS-Level): ต้องตรวจสอบจำนวนวิชาและเกรดขั้นต่ำที่แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดอย่างละเอียด เพราะบางแห่งเข้มงวดเรื่องการจับคู่วิชาสายวิทย์/สายศิลป์
- ระบบอเมริกัน: แม้จะได้ GPA สูง แต่ถ้าไม่มีคะแนนสอบมาตรฐาน เช่น SAT, ACT หรือ AP Subjects มายื่นประกอบ มหาวิทยาลัยชั้นนำในญี่ปุ่นอาจจะมองว่าน้ำหนักวิชาการยังไม่เพียงพอ
- ระบบ IB: เป็นระบบที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นยอมรับและชอบมากที่สุด แต่ความท้าทายคือ “การบริหารเวลา” และ “การทำนายเกรด (Predicted Grade)” ให้ตรงตามรอบการสมัครที่ค่อนข้างกระชั้นชิด
บทบาทของ Mentor: จะช่วยเช็กเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อวางแผนการยื่นคะแนนที่ดึงความพรีเมียมของหลักสูตรที่น้องๆ เรียนออกมาให้ได้มากที่สุด และจัดไทม์ไลน์ไม่ให้หลุดรอบสมัคร
Q5: นักเรียนที่จบหลักสูตรไทย (Thai Program / EP) สามารถสมัครหลักสูตรอินเตอร์ที่ญี่ปุ่นได้ไหม และต้องเตรียมตัวต่างจากเด็กอินเตอร์อย่างไร?
A: สามารถสมัครและมีโอกาสสอบติดได้เท่าเทียมกัน ที่ผ่านมามีนักเรียนหลักสูตรไทยจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จในมหาวิทยาลัยท็อปของญี่ปุ่น แต่นักเรียนกลุ่มนี้จำเป็นต้องมีกลยุทธ์การพิสูจน์ศักยภาพที่เข้มข้นกว่าเล็กน้อย เช่น:
- คะแนนภาษาอังกฤษต้องโดดเด่น: เนื่องจากไม่ได้จบจากโรงเรียนนานาชาติ การทำคะแนน IELTS หรือ TOEFL ให้สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของมหาวิทยาลัย จะเป็นประตูด่านแรกที่สำคัญมาก
- การยื่นคะแนนมาตรฐานสากล: การมีคะแนน SAT หรือ EJU (วิชาภาคภาษาอังกฤษ) จะช่วยยืนยันกับทางมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นได้ว่า ศักยภาพด้านคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ของเราอยู่ในระดับสากลและพร้อมจะเรียนร่วมกับเด็กต่างชาติได้จริง
- การปรับมุมมองใน Essay (SOP): เด็กไทยมักจะติดการเขียนเรียงความแบบถ่อมตัว แต่การสมัครมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นหลักสูตรอินเตอร์ ต้องปรับวิธีเล่าเรื่องให้เห็นความมั่นใจ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นผู้นำ
บทบาทของ Mentor: สำหรับนักเรียนหลักสูตรไทย Mentor จะเข้ามาช่วยลบความกังวลเรื่องภาษาและการเขียน SOP โดยเราจะช่วยไกด์วิธีดึงประสบการณ์ กิจกรรมในโรงเรียน หรือความตั้งใจจริงของน้องๆ ออกมาเล่าในรูปแบบที่สากลยอมรับ และช่วยแนะนำเรื่องการสอบสัมภาษณ์เพื่อให้น้องๆ ตอบสัมภาษณ์ได้อย่างมั่นใจไม่แพ้นักเรียนที่จบจากโรงเรียนนานาชาติ
Q6: นักเรียนที่จบหลักสูตร GED (General Educational Development) สามารถสมัครหลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นได้หรือไม่?
A: สามารถสมัครได้ แต่นักเรียนจำเป็นต้องเข้าใจเงื่อนไขและสถิติความเป็นจริงก่อนการตัดสินใจ จากสถิติและข้อมูลเชิงลึกที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในญี่ปุ่นมีเกณฑ์การคัดเลือกที่เข้มงวดมากสำหรับวุฒิ GED ส่งผลให้อัตราการผ่านการคัดเลือกของนักเรียนกลุ่มนี้ค่อนข้างต่ำ หากเทียบกับผู้ที่จบหลักสูตร ม.ปลาย สายสามัญ (เช่น หลักสูตรไทย, IB, A-Level หรือ AP)
บทบาทของ Mentor: หากนักเรียนใช้วุฒิ GED ทาง Jeducation จะช่วยประเมินโปรไฟล์อย่างละเอียดเป็นรายบุคคล เพื่อดูว่าคณะหรือมหาวิทยาลัยไหนที่เปิดกว้างและมีโอกาสมากที่สุด พร้อมทั้งแนะนำแนวทางการ “ชดเชยจุดอ่อน” เช่น การทำคะแนนสอบมาตรฐาน (SAT / ACT) หรือคะแนนภาษา (IELTS / TOEFL) ให้สูงกว่าเกณฑ์ปกติ เพื่อเพิ่มน้ำหนักและสร้างความมั่นใจให้กรรมการเห็นว่าเรามีความพร้อมในระดับมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง
Q7: จำเป็นต้องใช้คะแนน SAT (หรือ ACT) ในการสมัครหลักสูตรอินเตอร์ที่ญี่ปุ่นทุกคนไหม?
A: คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย คณะ และหลักสูตรที่น้องๆเลือก” ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้:
- กลุ่มที่บังคับยื่น (Required): มหาวิทยาลัยระดับท็อป ในคณะสายพาณิชยศาสตร์, เศรษฐศาสตร์ หรือสายวิทย์ มักจะบังคับให้ยื่นคะแนน SAT/ACT เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการวัดความรู้ทางคณิตศาสตร์และการวิเคราะห์
- กลุ่มที่ไม่บังคับ แต่แนะนำให้ยื่น (Optional / Recommended): หลายคณะไม่ได้บังคับ แต่การยื่นคะแนน SAT ที่สูง จะช่วยเพิ่มความได้เปรียบ (Competitive Edge) อย่างมหาศาล โดยเฉพาะนักเรียนที่มาจากหลักสูตรไทย หรือวุฒิ GED เพื่อพิสูจน์ว่าเรามีศักยภาพวิชาการในระดับสากล
- กลุ่มที่ไม่ใช้เลย (Not Required): บางมหาวิทยาลัยหรือบางคณะสายศิลป์/สังคมศาสตร์ จะเน้นพิจารณาเฉพาะคะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL), เรียงความ (SOP) และการสัมภาษณ์เป็นหลัก โดยไม่ดูคะแนน SAT เลย
บทบาทของ Mentor: เนื่องจากเกณฑ์การรับของแต่ละที่เปลี่ยนบ่อยและซับซ้อนมาก Mentor ของ Jeducation จะช่วยตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดของคณะที่น้องๆ อยากเข้าอย่างแม่นยำ เพื่อวิเคราะห์ว่าน้องๆ จำเป็นต้องสอบ SAT ไหม? และถ้าต้องใช้ ควรตั้งเป้าหมายคะแนนที่เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย เพื่อให้น้องๆ โฟกัสกับการติวและการอ่านหนังสือได้ถูกจุด และไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น
Q8: หากนักเรียนมีคะแนนต่างๆ ไม่ตรงตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด Mentor จะช่วยได้อย่างไร?
A: หน้าที่ของ Mentor คือการประเมินโอกาสความเป็นไปได้จริงอย่างตรงไปตรงมา หากคุณสมบัติบางส่วนยังไม่ถึงเกณฑ์ Mentor จะช่วยวางแผนแผนสำรองโดยแนะนำมหาวิทยาลัยทางเลือกที่มีหลักสูตรใกล้เคียงกัน หรือช่วยวางแผนเร่งด่วนในการเพิ่มคะแนนส่วนอื่นที่มหาวิทยาลัยเปิดรับพิจารณาทดแทน เพื่อให้การยื่นสมัครในรอบนั้นๆ มีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เสียโอกาส

