เรียนต่อญี่ปุ่น:คุยกับคุณสุ อดีตนร.ไทยกับงานวงการบันเทิงแดนซากุระ

เรียนต่อญี่ปุ่น:คุยกับคุณสุ อดีตนร.ไทยกับงานวงการบันเทิงแดนซากุระ

SHARE
, / 6806 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

Senior Talk  เรียนต่อญี่ปุ่น : คุยกับคุณสุนันทา โสภณรติวณิช  อดีตนร.ไทยกับงานวงการบันเทิงแดนซากุระ

คุณสุนันทา โสภณรติวณิช
ไป เรียนต่อญี่ปุ่น กับเจเอ็ดดูเคชั่น  เดือนเมษายน ปี2004

การศึกษาที่ญี่ปุ่น – โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น  Yokohama International Education Academy
–  มหาวิทยาลัยระยะสั้น SEIBI GAKUEN
การทำงานปัจจุบัน นักแสดง , ล่าม , นักแปล , สอนภาษาไทย
Page เรื่องจริงของญี่ปุ่นที่คุณไม่เคยรู้

 

sunantha001

ก่อนอื่นอยากให้สุเล่าให้ฟังว่า  สุเริ่มมาเรียนและมาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นได้ยังไง

พอจบป.ตรีเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยกรุงเทพแล้ว ก็คิดว่าจะไปเรียนต่อนอกที่ไหนสักแห่ง  พอดีตอนนั้นชอบอะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นอยู่แล้ว  แล้วได้ไปงานสัมมนาศึกษาต่อญี่ปุ่นที่ทาง Jeducation  จัดขึ้น  ก็เลยมีข้อมูลของโรงเรียนต่าง ๆ พอสมควร บวกกับใจรักญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม ก็เลยเลือกมาเรียนต่อญี่ปุ่นค่ะ  โดยที่สุสมัครมาเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น  Yokohama International Education Academy (YIEA) ที่โยโกฮาม่า ตั้งแต่ปี 2004 หลักสูตร2ปี ซี่งพอเรียนไปได้ประมาณปีหนึง สุก็ได้รับทุน JASSO ซึ่งเป็นทุนรัฐบาลญี่ปุ่นที่มอบให้กับนักศึกษาทุนส่วนตัว เดือนละ 50000 เยน เป็นเวลา1ปี พอเรียนจบจาก YIEA  ก็สอบเข้าเรียนต่อที่ SEIBI GAKUEN เอกภาษาญี่ปุ่นค่ะ  ( หลังจากนั้นก็แต่งงานกับคนญี่ปุ่นและใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน )

sunantha015

สมัยที่เรียนอยู่ที่ร.ร.สอนภาษา Yokohama

 

เป็นยังไงมายังไง ถึงมาเข้าวงการบันเทิงของญี่ปุ่นได้คะ

ก่อนอื่นบอกตรงๆเลยว่าไม่เคยคิดที่จะเข้าวงการบันเทิงเลยค่ะ เพราะจริงๆ แล้วสุเป็นคนค่อนข้างขี้อาย แต่ว่าคงมีดวงทางด้านนี้มั้งคะ คือว่าตอนนั้นนัดเจอกับเพื่อนๆหลายๆคนตรงสถานีรถไฟ แล้วเอเจนซี่ที่เพื่อนเขาสังกัดอยู่เกิดเดินผ่านมา เพื่อนกับเอเจนซี่ก็พูดคุยทักทายกันตามประสาคนรู้จัก พอดีเขาเห็นเราขึ้นมา เขาก็เลยชวนว่าสนใจมาทำงานหน้ากล้องไหม ไอ้เราก็เออออห่อหมก ประมาณว่าก็ได้ค่ะ เขาก็เลยทิ้งนามบัตรไว้ให้เราไปกรอกเรซูเม่ เราก็ไม่ได้จริงจังอะไร แต่ก็ได้ลองปรึกษาคุณแม่ดู ท่านก็บอกว่าลองทำดูก็ได้เผื่อมีงานมาก็จะได้เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึง ก็เลยเชื่อคุณแม่แล้วก็ลองไปสมัครดูค่ะ

หลังจากนั้น 1อาทิตย์ให้หลังก็มีงานตัวประกอบภาพยนตร์เรื่อง Eightranger : エイトレンジャー เข้ามา ได้เป็นแม่ค้าขายของยืนอยู่หลังเบคกี้ (talent)กับ : Kanjani Eight : 関ジャニ∞ (ไอดอลดังของญี่ปุ่น)ด้วยค่ะ เป็นปลื้มมากแถมช่วงเบรคยังได้พักห้องเดียวกับ 関ジャニด้วย กรี๊ดดดดดสลบเลยค่ะ ตอนเข้าฉายที่โรงหนังก็เห็นหน้าตัวเองชัดมาก ประมาณ3~4 ครั้งได้ เพื่อนๆ ก็เฮกันใหญ่เลย แต่พอเขามาตัดต่อเข้าวีดีโอ โนเนมอย่างเราก็โดนตัดออก ขอบอกเลยค่ะว่า กว่าจะได้ออกทีวีแต่ละช็อต กว่าจะได้งานแต่ละชิ้นก็เอาการอยู่เหมือนกันค่ะ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุได้มีโอกาสเป็น talent ที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ สุยังทำงานล่าม งานแปล งานสอนภาษา งานพากย์แล้วก็งานทีวีควบคู่กันไปด้วยค่ะ

sunantha013

sunantha014

sunantha016

 

ปัจจุบันงานที่ทำอยู่ตอนนี้คืองานนักแสดง คือทำรายการหรือรับงานแบบไหนคะ

รายการที่สุออกตอนนี้มีชื่อว่า 世界の日本人妻は見た! ( Sekai no nihonjin tsuma wa mita )ค่ะ หลังจากที่ทำงาน talent :  タレント(นักแสดง)มาได้ปีกว่า ก็ได้มาออกรายการนี้ค่ะ   รายการนี้เป็นของ TBS ฉายทุกวันพุธ ตอนสองทุ่มตามเวลาที่ญี่ปุ่น  นำเสนอวิถีชีวิตของสาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับคนต่างชาติว่ามีอะไรน่าสนใจ น่าแปลกใจบ้าง  มีปัญหาด้านความเป็นอยู่ ด้านอาหารการกิน ด้านวัฒนธรรมอย่างไรบ้าง โดยสุจะเป็นตัวแทนของประเทศไทยที่พูดแสดงความคิดเห็นหลังจากได้ดู VTR จบ และนอกจากนี้ ถ้ามีสาวญี่ปุ่นแต่งงานกับผู้ชายไทย ทางรายการจะให้สุเป็นตัวแทนพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้่ชีวิตที่ไทยกับญี่ปุ่น ว่ามีข้อแตกต่างอะไรบ้างค่ะ

sunantha006

sunantha002

sunantha018

 

แล้วเป็นยังไงมายังไงถึงมาทำงานในรายการนี้ได้คะ

จุดเริ่มต้นของการมาออกรายการ Sekai no nihonjin tsuma  คือก่อนหน้านี้เป็น タレント(นักแสดง)มาได้ประมาณปีหนึง แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ทางผู้จัดการก็โทรมาถามว่ามีรายการวาไรตี้ที่ต้องการใช้นักแสดงต่างประเทศ โดยตัวแทนแต่ละประเทศจะมีเพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น สนใจไปเทสต์ออดิชั่นไหม พอฟังคอนเซ็ปท์รายการแล้วน่าสนใจ  เลยตอบตกลงไป ตอนที่ไปออดิชั่น เขาแจกคำถามให้ประมาณสิบข้อ แล้วให้เราเขียนภาษาญี่ปุ่นตอบลงไป พอถึงคิวสัมภาษณ์ ก็ยื่นกระดาษคำตอบให้เจ้าหน้าที่ แล้วเขาก็สัมภาษณ์เราเรื่องต่าง ๆ เป็นเวลาประมาณเกือบชั่วโมง แล้วหลังจากนั้นสองสัปดาห์  ผู้จัดการก็โทรมาบอกว่าเราได้รับเลือก ดีใจสุดสุดเลยค่ะ

sunantha003

sunantha014

sunantha011

อีกงานคืองานของรายการ  Beauty Versus ที่ออกอากาศทางช่อง 7 ของไทย   สุทำหน้าที่เป็นล่าม ที่สตูดิโอ Fuji Television คือทำคล้ายประสานงาน  เวลาน้องๆจากเมืองไทยเดินทางมาอัดรายการค่ะ เวลาพูดคุยกันต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นไงคะ อย่างเวลาที่โปรดิวเซอร์รายการเขาอธิบายสเต็ปรายการขั้นตอนการอัดรายการต่างๆ เขาก็จะให้สุเป็นคนแปลและสอนน้องๆคนไทยค่ะ

sunantha020

นอกจากนี้ยังได้รับมอบหมายให้แปลซับไตเติลจากญี่ปุ่นเป็นไทยด้วยค่ะ (เวลาเราดูช่อง7 ฉายอาจจะมีซับนิดเดียว ถ้าไม่สังเกต อาจจะมองผ่านๆ) แต่ที่เขาส่งมาให้สุแปลนี่คือเต็มๆเลยค่ะ แปลแต่ละเทปใช้เวลาค่อนข้างเยอะเหมือนกัน สุรับหน้าที่แปลตั้งแต่เทปแรกจนถึงเทปสุดท้ายเลยค่ะ

แล้วก็อัดทีเซอร์ภาษาไทยให้กับรายการด้วย  ลองชมตัวอย่างได้ที่นี่ค่ะ
http://www.beauty-versus.com/archive/6312

 

sunantha019

ถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานกับคนญี่ปุ่นบ้าง

คนญี่ปุ่นเป็นคนที่ค่อนข้างเคร่งเครียด จริงจังกับงานมาก ละเอียดสุดสุดในทุกขั้นตอน พิถีพิถันมากถึงมากสุดสุดเลยค่ะ แล้วงานวงการบันเทิงเนี่ยเป็นอะไรที่เวลาน้อยมาก อย่างเวลาที่เขาจะให้เราพูดหัวข้ออะไรเนี่ย เราจะรู้ล่วงหน้าเพียงวันเดียวหรือบางทีไม่ถึงวันด้วยซ้ำ  ทำให้เราต้องแอคทีฟในการหาข้อมูลต่าง ๆ มากขึ้น เพราะไม่รู้ว่าจะได้พูดหัวข้ออะไร เมื่อไหร่ ซึ่งจุดนี้นับเป็นความยากค่ะ เพราะภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่ภาษาแม่ของเราใช่ไหมคะ ถ้าเราไม่รู้คำศัพท์ ก็จะยกประเด็นพูดไม่ได้น่ะค่ะ

ส่วนเพื่อนร่วมงานสำหรับรายการประจำที่ออกอยู่ตอนนี้ ทุกคนรักใคร่กลมเกลียวกันดี  ไม่มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ สาวสาวแต่ละประเทศก็อาศัยอยู่ที่นี่หลายปีแล้ว เพราะฉะนั้นแต่ละคนก็เลยค่อนข้างรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นอย่างดีค่ะ

 

sunantha005

sunantha008

bento

ความประทับใจที่มีต่อประเทศญี่ปุ่น

สุอยู่ที่ญี่ปุ่นมาได้ 10 ปีแล้วค่ะ ประทับใจญี่ปุ่นตรงที่ประเทศเขาถนนหนทางสะอาดมาก รถยนต์ไม่มีควันดำ มอเตอร์ไซค์ก็ไม่ค่อยมี แล้วที่ประทับใจสุดสุดก็คือ พนักงานขายของที่นี่ สุภาพมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส เอาใจใส่กับลูกค้ามาก อย่างเช่น เวลาที่ลูกค้าเข้าร้าน พนักงานจะรีบกุลีกุจอมาต้อนรับ อธิบายถึงสรรพคุณของสินค้าอย่างละเอียด ถึงแม้ว่าเราจะไม่ซื้อของที่ร้านเขา เขาก็จะไม่มีการต่อว่าต่อขานอย่างใด แถมยังกล่าวขอบคุณพร้อมบอกด้วยรอยยิ้มอีกว่า ‘เชิญกลับมาเยี่ยมชมใหม่อีกนะคะ またお越しくださいませ’ ซึ่งระบบการบริการลูกค้าของญี่ปุ่นได้ชื่อว่า เยี่ยมที่สุดในโลกเลยล่ะค่ะ อยากให้พ่อค้าแม่ค้าเมืองไทยเลียนแบบบ้างจัง

อีกเรื่องที่ชอบมากก็คือ  ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในญี่ปุ่นรณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง โดยเวลาซื้อของ ถ้าเราบอกไม่เอาถุงใส่สินค้า เขาจะลดราคาไปสองเยน หรือไม่ก็ประทับตราให้สะสม เพื่อจะได้แลกซื้อของในราคาที่ถูกลง (กฏเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละซุปเปอร์มาร์เก็ต)ซึ่งกฏเหล่านี้ทำให้คนญี่ปุ่นหันมาพกถุงผ้ากันเพิ่มมากขึ้น ไอเดียนี้ขอสนับสนุนอย่างแรงค่ะ ชอบมากเลย

ส่วนเรื่องความยากลำบากในญี่ปุ่น ที่เห็นได้ชัดสุดก็คือ เรื่องการทิ้งขยะค่ะ ที่เมืองไทยสามารถทิ้งขยะได้ทุกวัน แล้วก็ไม่ต้องแยกประเภทขยะใช่ไหมคะ แต่ที่ญี่ปุ่นจะทิ้งขยะได้เฉพาะวันที่เขากำหนด  แล้วต้องแยกประเภทขยะด้วย ซึ่งอันนี้ยุ่งยากมาก อย่างเช่น ขวดน้ำที่หมดแล้ว ต้องบีบขวดน้ำให้แบนแบน ลอกฉลากออกด้วย เพราะฉลากเป็นขยะกระดาษ จะไปทิ้งรวมกับขวดน้ำที่เป็นพลาสติคไม่ได้ ตอนมาญี่ปุ่นแรกแรก ทำเอาปวดหัวมากเลยค่ะ แต่ตอนนี้ก็ชินแล้วค่ะ

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง  ไม่คิดค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียน
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com

เพิ่มเพื่อน

 

Be Sociable, Share!
Paste your AdWords Remarketing code here

PASSWORD RESET

LOG IN