จาก Introvert ที่กลัวการเดินทางคนเดียว สู่หนึ่งปีที่เปลี่ยนชีวิต ณ Unitas Japanese Language School
เรื่องราวของรุ่นพี่เจ๊เอ๊ด นายธนัต มะลิแย้ม หรือ “พี่นุ้ย” นักเรียน Unitas Japanese Language School เมืองโคฟุ รุ่นปี 2568 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำหรับคนที่ไม่เคยเดินทางไกลเพียงลำพัง แถมยังเป็น Introvert ที่ไม่ถนัดการเข้าสังคม การตัดสินใจไปเรียนภาษาญี่ปุ่นและใช้ชีวิตคนเดียวที่ประเทศญี่ปุ่นนานหนึ่งปีอาจดูเป็นก้าวที่ใหญ่และน่ากลัว แต่สำหรับ “พี่นุ้ย” ธนัต มะลิแย้ม การเดินทางครั้งนั้นกลับกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิต ทั้งยังทำให้เขาได้ค้นพบว่า โลกนอก Comfort Zone ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยคิด

ก่อนออกเดินทาง ความกลัวของคนที่ไม่เคยไปไกลเพียงลำพัง
สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อ “นุ้ย” ครับ ผมมีโอกาสเดินทางไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Unitas Japanese Language School เมืองโคฟุ เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม วันนี้จึงอยากนำประสบการณ์การใช้ชีวิต การปรับตัว และความทรงจำดี ๆ มาแบ่งปัน เผื่อเรื่องราวของผมจะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ หรือน้อง ๆ ที่กำลังลังเลว่าจะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นดีไหมครับ
ย้อนกลับไปก่อนออกเดินทาง ผมได้รับการดูแลและความช่วยเหลือจากพี่ ๆ ทีมงาน Jeducation เป็นอย่างดี จนคนที่ไม่เคยเดินทางไกลคนเดียวอย่างผมรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก พี่ ๆ คอยสนับสนุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสารที่ค่อนข้างซับซ้อน ไปจนถึงการจัดงานปฐมนิเทศก่อนเดินทางเพื่อให้เราเตรียมตัวพร้อมในด้านต่าง ๆ

ยอมรับตามตรงว่า ก่อนจะไปถึงญี่ปุ่นผมทั้งกังวลและกลัวมาก เพราะนี่คือการเดินทางไปใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวเป็นครั้งแรกในชีวิต ประกอบกับบุคลิกส่วนตัวที่เป็น Introvert ค่อนข้างเก็บตัวและกลัวการเข้าสังคม ผมจึงอดคิดไปไกลไม่ได้ว่า จะหาเพื่อนได้ไหม หรือจะคุยกับใครรู้เรื่องหรือเปล่า แต่เมื่อได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ สิ่งที่คิดไว้กลับแตกต่างจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ทุกคนที่ Unitas Kofu รวมถึงอาจารย์ทุกท่านเป็นกันเอง และใจดีกับนักเรียนต่างชาติมากครับ
โคฟุ เมืองสงบที่มีภูเขาและฟูจิเป็นเพื่อน
ตรงนี้ขออนุญาตป้ายยาโรงเรียนที่ผมเคยเรียนสักหน่อยนะครับ แม้โรงเรียนจะไม่ได้ตั้งอยู่ในโตเกียว แต่ทำเลถือว่าดีและเดินทางสะดวกมาก จากโตเกียวนั่งรถไฟด่วนประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีก็ถึงแล้ว ส่วนเมืองโคฟุเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเมืองใหญ่อื่น ๆ เลย เมืองนี้เพียบพร้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยภูเขาสวยงาม อากาศบริสุทธิ์ และมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย
หากใครไม่ชอบความวุ่นวาย ความเร่งรีบ หรือแสงสีเสียง ผมแนะนำที่นี่เลยครับ และสิ่งที่ผมประทับใจที่สุดคือ เราสามารถมองเห็น “คุณลุงฟูจิ” ได้แทบทุกวัน วิวของฟูจิเป็นเหมือนภาพที่คอยเยียวยาจิตใจในวันที่เหนื่อยล้าได้ดีมาก ๆ ครับ

วันแรกในญี่ปุ่น ทั้งตกขบวน หลงชินจูกุ และกระเป๋าใบใหญ่
ขอย้อนกลับไปเล่าถึงวันแรกที่มาถึงญี่ปุ่นสักนิดครับ วันนั้นผมตกขบวนรถไฟหลายรอบ เพราะขั้นตอนรอทำบัตรไซริวการ์ดที่สนามบินใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้มาก ตั๋วรถไฟที่จองล่วงหน้ามาทั้งหมดจึงต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะจองตั๋วรถไฟล่วงหน้า ผมอยากแนะนำให้คำนวณเวลาให้ดีและเผื่อเวลาไว้เยอะ ๆ นะครับ
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดี ๆ ซ่อนอยู่ ระหว่างที่รอทำไซริวการ์ด ผมโชคดีมากที่ได้พบพี่คนไทย พี่เขาช่วยพาผมไปขึ้นรถไฟ ต้องขอบคุณพี่คนนั้นจริง ๆ ครับ ถึงอย่างนั้น เรื่องวุ่น ๆ ก็ยังไม่จบ เพราะเมื่อเดินทางมาถึงสถานีชินจูกุ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต ผมก็ไปต่อไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

ตอนนั้นพูดตรง ๆ ว่าท้อมาก ความรู้สึกอยากกลับบ้านพุ่งขึ้นมาทันที ผมเดินหลงอยู่ในสถานีชินจูกุหลายชั่วโมง ท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปมาด้วยความเร่งรีบ แต่ในที่สุดก็หาทางไปต่อจนได้ครับ
หลังจากนั่งรถไฟยาวจากชินจูกุมาถึงเมืองโคฟุ ผมยังต้องเผชิญอีกหนึ่งบททดสอบที่หลายคนน่าจะเคยเจอเมื่อมาญี่ปุ่น นั่นคือการยกกระเป๋าเดินทางขึ้นบันได ด้วยความที่เดินทางมาคนเดียวและขนสัมภาระมาเต็มพิกัด การต้องยกกระเป๋าหนัก ๆ ขึ้นลงบันไดด้วยตัวเองจึงเหนื่อยมากครับ
แต่ทันทีที่ยกกระเป๋าขึ้นมาถึงด้านบนแล้วเห็นเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนยืนรอต้อนรับ ความเหนื่อยที่สะสมมาตลอดทั้งวันก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง และถูกแทนที่ด้วยความอิ่มเอมและอบอุ่นใจ ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศหน้าสถานีโคฟุในวันนั้นยังสวยงามมาก สิ่งแรกที่ผมเห็นเมื่อเดินออกจากสถานีคือต้นซากุระที่กำลังบานสะพรั่ง เคียงคู่กับรูปปั้นซามูไรทาเคดะ ชินเง็น ภาพนั้นกลายเป็นความทรงจำแรกของเมืองโคฟุที่ผมไม่มีวันลืมครับ

ความช่วยเหลือเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
หลังจากเจ้าหน้าที่มารับและพาไปแวะที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว ทางโรงเรียนก็นำรถไปส่งผมถึงห้องพัก ตอนนั้นผมอยากนอนหลับพักผ่อนมาก แต่ท้องร้องจนต้องฝืนตัวเองออกไปหาอาหารและเตรียมทำมื้อเย็น แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อผมเปิดเตาแก๊สในห้องไม่เป็น เพราะไม่เคยใช้เตาแก๊สระบบแบบนี้มาก่อนเลย
ผมจึงลองส่งข้อความไปถามวิธีใช้จากทางโรงเรียน ปรากฏว่าทางโรงเรียนตอบกลับเร็วมาก พร้อมอธิบายอย่างละเอียดจนผมสามารถเปิดเตาได้สำเร็จ ความช่วยเหลือไม่ได้มีเพียงเรื่องเตาแก๊สเท่านั้น ตลอดหนึ่งปีที่ผมอยู่ญี่ปุ่น ทางโรงเรียนคอยดูแลและช่วยเหลือผมในหลาย ๆ ด้านอย่างอบอุ่นมาโดยตลอดครับ

กิจกรรมนอกห้องเรียนที่ค่อย ๆ เปิดโลกของคน Introvert
นอกเหนือจากการเรียนการสอนที่มีคุณภาพแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากคือ Unitas Kofu มีกิจกรรมนอกหลักสูตรให้นักเรียนร่วมสนุกมากมายตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นทริปเที่ยว Tokyo Disneyland งาน Winter Party ในช่วงฤดูหนาว หรืองานกีฬาสี แต่ละกิจกรรมมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้คนเก็บตัวแบบผมได้เปิดโลก และมีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นมากมายครับ
อย่างงานกีฬาสี โรงเรียนจะให้นักเรียนทุกคนมารวมตัวกันที่สนาม ทำให้นักเรียนจากแต่ละห้องและแต่ละระดับชั้นที่ไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกันมาก่อน มีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์และทำความรู้จักกันผ่านกิจกรรมที่ทำร่วมกัน ส่วนตัวผมเลือกเข้าร่วมกิจกรรมปีนเขา ซึ่งทำให้ได้พบเพื่อนต่างชาติที่น่ารักมากมาย
สิ่งที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือ ผมได้รู้จักพี่ ๆ และเพื่อนคนไทยเพิ่มขึ้นอีกเยอะมาก ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยรู้เลยว่ามีคนไทยมาเรียนที่นี่มากขนาดนี้ ต้องขอบคุณกิจกรรมดี ๆ ของโรงเรียนจริง ๆ ที่ทำให้คนชาติเดียวกันอย่างพวกเราได้มาพบกันครับ

หนึ่งปีนอก Comfort Zone ที่ทำให้ผมเติบโต
การตัดสินใจเดินทางมาเรียนภาษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวออกจาก Comfort Zone และเป็นการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผม เพราะที่ผ่านมา ผมไม่เคยต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว และครั้งนี้ยังต้องมาอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่มีทั้งครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือคนรู้จักอยู่ใกล้ ๆ ในช่วงแรกจึงมีความกลัวและความวิตกกังวลอยู่ในใจตลอดว่า เราจะอยู่รอดไหม จะใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยหรือเปล่า หรือเวลาคนญี่ปุ่นพูดมา เราจะฟังเข้าใจไหม
แต่ถ้าเราเอาแต่หวาดกลัวจนไม่กล้าออกเดินทางและลงมือทำอะไรเลย เราก็อาจต้องจมอยู่กับความกลัวนั้นไปตลอดชีวิต การมาเรียนที่ Unitas Kofu จึงเป็นประสบการณ์การใช้ชีวิตคนเดียวครั้งแรกที่ดีที่สุดในชีวิตของผม การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมได้ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้พัฒนาทักษะชีวิต เรียนรู้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และได้พบกับมิตรภาพใหม่ ๆ ที่มีคุณค่า

สำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเรียนต่อคนเดียว หรือเป็น Introvert เหมือนผม ผมอยากบอกจากใจว่า ไม่ต้องกลัวเลยครับ เพราะเรามีพี่ ๆ ทีมงาน Jeducation และอาจารย์จากทางโรงเรียนที่พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างเราเสมอ
การใช้ชีวิตคนเดียวในต่างแดนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เราเติบโตขึ้น หากใครมีโอกาส มีความฝัน และมีความพร้อม ผมอยากให้ลองเปิดใจและก้าวออกไปสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ด้วยตัวเองสักครั้งจริง ๆ ครับ
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบันเพิ่มเติม: คลิก
