จากห้องเรียนภาษา สู่เวทีมิวสิคัลในญี่ปุ่น เรื่องเล่ารุ่นพี่ Toyo Language School

จากห้องเรียนภาษา สู่เวทีมิวสิคัลในญี่ปุ่น: เรื่องเล่าของพี่วสุ เจิมสุข รุ่นพี่ Toyo Language School

“ตอนมาเรียนใหม่ ๆ ผมก็เคยกังวลว่าจะคุยกับเพื่อนคนญี่ปุ่นรู้เรื่องไหม แต่พอได้รู้จักกันจริง ๆ มิตรภาพที่เกิดขึ้นกลับเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดของการมาเรียนต่อ”

การมาเรียนต่อญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่หลายคนอยากลองสักครั้งในชีวิต บางคนเริ่มจากโรงเรียนภาษา แล้วเรียนต่อโรงเรียนวิชาชีพหรือ “เซนมง” บางคนไปต่อจนถึงระดับปริญญาโท สำหรับผม เส้นทางนี้พาจากการเรียนที่ Toyo Language School ไปสู่การเรียนด้านการเต้นและการแสดงที่ Tokyo Dance and Acting Professional Training College และได้พบกับประสบการณ์ที่หลากหลายกว่าที่เคยคิดไว้มากครับ

จากห้องเรียนภาษา สู่เวทีมิวสิคัลในญี่ปุ่น เรื่องเล่ารุ่นพี่ Toyo Language School

มิตรภาพเริ่มจากการจำชื่อเพื่อน และขนมห่อหนึ่ง

ก่อนมาเรียน ผมเคยได้ยินว่าคนญี่ปุ่นเข้าหายาก แต่จากประสบการณ์ของตัวเอง ผมรู้สึกว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไปครับ ช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาปรับตัว โดยเฉพาะภาษาที่เพื่อน ๆ ใช้คุยกันจริง ซึ่งต่างจากภาษาที่เราเจอในหนังสือเรียน การเดินเข้าไปคุยแล้วสนิทกันทันทีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้

ผมเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างจำชื่อเพื่อน ทำความรู้จักว่าใครอยู่กลุ่มไหน แล้วค่อย ๆ หาโอกาสพูดคุยกัน สิ่งหนึ่งที่ช่วยเชื่อมบทสนทนาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อคือ ขนม ครับ

ไม่จำเป็นต้องเป็นขนมชื่อดังหรือของฝากราคาแพง เวลาเรียนเต้น ผมมักซื้อช็อกโกแลตห่อใหญ่ไว้กินเติมพลังระหว่างซ้อม บางทีก็กินไม่หมด พอมีโอกาสเลยแบ่งให้เพื่อน ๆ ส่วนช่วงที่ต้องซ้อมเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อเตรียมขึ้นแสดง ผมจะซื้อขนมชิ้นเล็ก ๆ ราคาไม่แพง แต่มีจำนวนมากพอให้แบ่งกันได้จาก Seiyu แล้วนำไปให้เพื่อนหลังซ้อมเสร็จ เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ค่อย ๆ ทำให้เราได้พูดคุยและสนิทกันมากขึ้นครับ

พอเริ่มคุ้นเคยกัน ก็มีทั้งแซวกัน หยอกกัน และคุยเรื่องต่าง ๆ ได้มากขึ้น ความสัมพันธ์เหล่านั้นไม่ได้จบลงพร้อมวันเรียนจบ เรายังเป็นเพื่อนกันต่อได้จนถึงทุกวันนี้

ใครที่กังวลว่าภาษาญี่ปุ่นตัวเองยังไม่เก่ง ผมอยากบอกว่าไม่ต้องกลัวจนไม่กล้าเริ่มคุยครับ คนญี่ปุ่นเองก็มีพูดผิดบ้างเหมือนกัน และเมื่อสนิทกันแล้ว หลายครั้งเพื่อนก็ช่วยอธิบายคำที่เราไม่เข้าใจ หรือเราจะขอให้เขาช่วยก็ได้

เมื่อคนทำงาน IT ลองก้าวเข้าสู่โลก Entertainment

สิ่งที่ผมได้จากการมาเรียนต่อไม่ได้มีแค่มิตรภาพครับ ก่อนหน้านี้ผมทำงานด้าน IT การตัดสินใจข้ามสายมาเรียน Entertainment ทำให้ได้เห็นโลกของอีกอาชีพหนึ่งที่ไม่เคยสัมผัส และเปลี่ยนทั้งวิธีคิดกับชีวิตประจำวันที่เคยชินไปมาก โดยเฉพาะเรื่องการตัดสินใจว่าเมื่อไรควรพยายามต่อให้สุด และเมื่อไรควรยอมรับขีดจำกัดของตัวเอง

มีงานมิวสิคัลครั้งหนึ่งที่ผมได้รับมอบหมายให้ออกแสดงถึงสามฉาก หนึ่งในนั้นใช้รูปแบบการเต้นที่ผมพอทำได้ แต่ยังทำได้ไม่ดีนัก ผมลองผลักดันตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว จนมั่นใจว่าคงไม่สามารถทำฉากนั้นได้ตามที่ควร จึงไปคุยกับผู้ช่วยและอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาว่าขอถอนตัว

แต่หลังจากแจ้งไปแล้ว ยังมีการซ้อมรวมรออยู่ หากตำแหน่งของผมหายไปทันที เพื่อนทั้งทีมจะซ้อมกันลำบาก ผมจึงตัดสินใจเข้าไปซ้อมร่วมในวันนั้นก่อน เพื่อให้ทุกคนซ้อมต่อจนจบได้ แล้วค่อยบอกเพื่อนที่รับผิดชอบอีกครั้งในรอบซ้อมแยกว่าผมขอถอนตัวจากฉากนี้ ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมได้คิดทั้งเรื่องการรู้ขีดจำกัดตัวเองและการรับผิดชอบต่อคนที่ทำงานร่วมกันครับ

ในงานเดียวกันก็มีอีกฉากที่ผมอยากแสดงมาก ตอนแรกคิดว่าจะได้ทำหน้าที่เป็นแดนเซอร์ แต่ภายหลังรู้ว่าต้องร้องเพลงด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ถนัดเลย แล้วยังต้องแสดงละครอีก ถึงจะไม่มั่นใจ ผมก็ไม่คิดถอนตัว เพราะฉากนี้เป็นสิ่งที่ผมเลือกด้วยตัวเอง ผมจึงอยากลองทำให้เต็มที่

วันหนึ่งระหว่างซ้อมฉากเศร้า พอแสดงจบ อาจารย์ที่ดูแลภาพรวมของการแสดงชมว่าผมถ่ายทอดอารมณ์ออกมาจากข้างในได้ชัดเจน ผมยังตกใจอยู่เลยครับ เพราะตอนนั้นผมเพียงตั้งใจแสดงให้ดีที่สุด ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะทำออกมาได้อย่างที่อาจารย์เห็น เหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้ว่าเมื่อเราพยายามอย่างสุดความสามารถ คนรอบข้างก็สัมผัสได้

จากห้องเรียนภาษา สู่เวทีมิวสิคัลในญี่ปุ่น เรื่องเล่ารุ่นพี่ Toyo Language School

ก่อนมาเรียนญี่ปุ่น ผมอยากชวนให้เตรียมตัวเรื่องเหล่านี้

จากประสบการณ์ที่ได้ใช้ชีวิตและเรียนที่ญี่ปุ่น มีเรื่องที่ผมอยากฝากถึงคนที่กำลังเตรียมตัวอยู่ครับ

1. ฝึกไปถึงก่อนเวลา
การตรงต่อเวลาสำคัญมาก แม้รถไฟล่าช้าจะมีเอกสารรับรองให้ แต่ก็ยังมีเหตุอื่นที่เราคาดไม่ถึง ครั้งหนึ่งบันไดที่โรงเรียนเซนมงใช้งานไม่ได้ ทุกคนต้องใช้ลิฟต์เพียงตัวเดียว ทำให้ขึ้นไปเรียนช้ากว่าที่คิด ผมจึงแนะนำให้เผื่อเวลาถึงก่อนประมาณ 15–30 นาทีครับ

2. ลองฝึกแยกขยะตั้งแต่ตอนนี้
ถ้าเจอถังขยะที่ระบุวิธีแยกไว้ ก็ลองอ่านแล้วทิ้งให้ถูกประเภท แม้คนอื่นรอบตัวจะไม่ได้แยกขยะก็ตาม พอทำจนคุ้นเคย เวลาไปอยู่ญี่ปุ่นก็จะทำได้เป็นธรรมชาติ และไม่ได้เสียเวลาเพิ่มมากนัก

3. เปิดใจรับวิถีชีวิตที่ต่างออกไป
เรื่องอาหารการกินเป็นตัวอย่างใกล้ตัวครับ การไปเรียนต่อคือการไปใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นด้วย การเปิดใจลองและค่อย ๆ ปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ที่เราไปอยู่ จะช่วยให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

4. ถ้าไม่แน่ใจเรื่องเอกสาร ให้ถามคนที่ช่วยเราได้
ไม่ว่าจะเป็นเอกสารเรียนต่อ การหาห้องพัก วีซ่า หรือการติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ สามารถปรึกษาทีม Jeducation ได้ครับ ตอนอยู่ญี่ปุ่น ผมเองก็เคยขอให้ทีมช่วยตรวจสอบและยืนยันข้อมูลบางเรื่องเหมือนกัน

ถ้าอยากเรียนต่อเซนมง ควรเริ่มอย่างไร?

สำหรับคนที่สนใจเรียนโรงเรียนวิชาชีพหรือเซนมง ผมมีอีกหลายเรื่องที่อยากเล่าครับ

1. ยังไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร ไม่ใช่เรื่องแปลก
จากที่เคยคุยกับเพื่อน ๆ ทั้งนักเรียนต่างชาติและเพื่อนคนญี่ปุ่น ก็มีคนที่ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอยากเรียนอะไร ไม่จำเป็นต้องรีบกดดันตัวเองให้ได้คำตอบทันทีครับ

2. ลองหาข้อมูลไว้หลายสาขา และดูที่ตั้งของโรงเรียนด้วย
เราไม่จำเป็นต้องเลือกสนใจเพียงอย่างเดียวตั้งแต่แรก ลองดูหลาย ๆ สาขาว่าอยากเรียนอะไรบ้าง อีกเรื่องที่สำคัญคือโรงเรียนตั้งอยู่ที่ไหน เพราะหากวางแผนเรียนภาษาก่อนแล้วค่อยต่อเซนมง ที่ตั้งของโรงเรียนเซนมงอาจมีผลต่อการเลือกโรงเรียนภาษาด้วย

3. หาโอกาสไป Open Campus
จากประสบการณ์ของผม Open Campus เป็นขั้นตอนสำคัญมากในการทำความรู้จักโรงเรียน และอาจเป็นส่วนหนึ่งที่โรงเรียนใช้พิจารณาการรับเข้าเรียน หากรู้แล้วว่าอยากเข้าเซนมงแห่งไหน การเลือกโรงเรียนภาษาที่อยู่ไม่ไกลกันก็ช่วยให้เดินทางไปได้สะดวกขึ้นครับ

4. ตรวจสอบเกณฑ์ภาษาญี่ปุ่นของโรงเรียนที่สนใจ
หากสอบ JLPT N2 หรือ N1 ไม่ผ่าน บางโรงเรียนอาจมีการสอบภาษาของโรงเรียนแยกต่างหาก ซึ่งรูปแบบอาจต่างจาก JLPT เช่น ไม่มีการสอบฟัง แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็แนะนำให้พยายามสอบให้ได้ระดับตามที่โรงเรียนกำหนดหรือแนะนำไว้ครับ

5. หากอยากสมัครเข้าเซนมงโดยตรง ควรสอบถามเงื่อนไขให้ชัดเจน
คนที่อยากสมัครตรงโดยไม่ได้เรียนอยู่ในญี่ปุ่นครบหนึ่งปี อาจมีเงื่อนไขต่างออกไป ลองปรึกษาทีม Jeducation เพื่อเช็กข้อมูลของโรงเรียนที่สนใจครับ

6. อย่ากลัวที่จะเข้าหาเพื่อนและอาจารย์
ข้อนี้ผมอยากย้ำเป็นพิเศษครับ ลองทัก ลองถาม และค่อย ๆ ทำความรู้จักกัน การมีเพื่อนคนญี่ปุ่นที่สนิทจนคุยเรื่องทั่วไปกันได้สนุกมากจริง ๆ แถมเพื่อน ๆ ยังสนใจเรื่องประเทศไทยของเรามากกว่าที่คิดด้วยครับ

การมาเรียนต่อญี่ปุ่นทำให้ผมได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ในสายอาชีพใหม่ และเพื่อนที่ยังคุยกันได้หลังเรียนจบ ระหว่างทางมีทั้งเรื่องที่ทำได้ดีและเรื่องที่ต้องยอมรับว่าตัวเองยังทำไม่ได้ แต่ทุกอย่างช่วยให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น ถ้าใครกำลังคิดอยากมาเรียน ผมอยากชวนให้ลองหาข้อมูล เตรียมตัว แล้วเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจอประสบการณ์แบบนี้สักครั้งครับ


อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับสถาบันเพิ่มเติม: คลิก


 

Scroll to Top