fbpx
หาหมอที่ญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

หาหมอที่ญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

SHARE
, / 8085 0

หาหมอที่ญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด
BY FAAI

หาหมอที่ญี่ปุ่น

หาหมอที่ญี่ปุ่น

ถ้าตอนเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น ไม่สบายจะทำยังไง?  ภาษาญี่ปุ่นก็ยังไม่แข็งแรง หมอพูดภาษาอังกฤษได้มั้ยก็ไม่รู้ ถึงหมอพูดได้ เราจะคุยกับหมอยังไง จะบอกอาการหมอยังไง ?

เป็นอีกเรื่องที่นักเรียนต่างชาติอย่างเราเป็นกังวลกัน ค่าหมอจะแพงมั้ย แล้วได้ยินว่ายาที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยแรง จะรักษาเราหายรึเปล่า ทำให้บางคนก็ขนซื้อยามาจากไทยให้มากที่สุด จะได้ไม่ต้องไป หาหมอที่ญี่ปุ่น

แต่บางทีก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดได้เสมอ ทั้งที่เรามั่นใจมาตลอดว่าแข็งแรงมาก ปีนึงปกติแทบจะไม่ป่วยเลย แต่แล้ววันที่ไม่คาดฝันก็มาถึง!!!!!

ไม่สบาย ที่ญี่ปุ่น

หลังจากอาบน้ำวันนึง อยู่ๆ หูเราก็ดับไปเลยข้างนึง ไม่ได้ยินเสียงไปข้างนึง เหมือนโลกดับวูบไปซีกนึง ประมาณ 2-3 นาที ตอนนั้นตกใจมาก คิดว่าต้องหูหนวกแล้วแน่เลย เพราะตัวเรามีกรรมพันธุ์ปัญหาเรื่องการได้ยินอยู่ แต่พอมันหายเองได้ก็เลยยังชะล่าใจไม่หาหมอ

ผ่านไป 3 อาทิตย์ คราวนี้เป็นอีก แต่นานเป็น 10 นาที รอบนี้กลัวจริง เพราะนานมาก จนทีแรกคิดว่าหูจะดับไปตลอดเลยมั่ย เลยตัดสินใจว่าไม่ได้แล้ว คราวนี้ต้องไปหาหมอ

เราเลยไปปรึกษาที่โรงเรียน ว่าการหาหมอที่นี่ต้องทำยังไง โรงเรียนใจดีมาก ถามอาการเรา แล้วหาโรงพยาบาลและคลินิกเฉพาะทางมาให้เรา แถมระบุให้ด้วยว่าโรงพยาบาลไหนเปิดปิดกี่โมง ต้องโทรนัดก่อนมั้ย และมีหมอพูดภาษาอังกฤษได้รึเปล่า หน้าตาลิสต์โรงพยาบาลแถวๆ โรงเรียน KICL เป็นประมาณนี้

หาหมอที่ญี่ปุ่น โรงพยาบาล เกียวโต

เย็นนั้นเราเลยไปหาหมอคลินิกเฉพาะทาง ชื่อ Kayama Ear เป็นคลินิกรักษาเฉพาะทางเรื่องหู มีหมอพูดภาษาอังกฤษได้ และไม่ต้องนัดล่วงหน้า

คลินิกนี้ห่างจากโรงเรียน KICL ประมาณ 1.5 km. ขี่จักรยานประมาณ 10 นาทีก็ถึง อยู่เลยสถานีรถไฟ Shugakuin ไปนิดเดียว โดยหน้าคลินิกสามารถจอดจักรยานได้เลย

หาหมอที่ญี่ปุ่น คลินิก หู

ที่นี่เปิด 9.00-12.00 น. และเปิดอีกที 16.30-19.30 น. เป็นคลินิกเล็กๆ ที่ส่วนใหญ่คนไข้จะเป็นเด็กๆ กับคนสูงอายุ  โดยคลินิกจะอยู่ที่ชั้น 2 เดินขึ้นไปก็จะเจอเลย พอเข้าไปเขาให้เปลี่ยนรองเท้าก่อนเพื่อรักษาความสะอาดของคลินิก

ภายในคลินิก มีมุมของเล่นและหนังสือสำหรับเด็ก ๆ มีที่ให้นั่งรอได้แค่ไม่เกิน 10 คน แต่หมอตรวจเร็วค่ะ รอไม่นานก็ถึงคิวตรวจแล้วค่ะ

ไม่สบาย ที่ ญี่ปุ่น

ถ้ามาครั้งแรก เจ้าหน้าที่จะขอบัตรประกันสุขภาพและบัตรไซริวการ์ด อย่าลืมเอาติดตัวไว้ตลอดนะคะ 2 ใบนี้ เจ้าหน้าที่จะให้เรากรอกข้อมูลเบื้องต้น เช่นอาการเป็นยังไง แพ้ยาอะไร กินยาอะไรเป็นประจำ

หลังจากกรอกและเจ้าหน้าที่เรียบร้อย รอไม่นานหมอก็เรียกตรวจค่ะ หมอจะให้เราเล่าอาการที่เกิดขึ้นก่อน ว่าเป็นยังไง เกิดตั้งแต่เมื่อไหร่ เหมือนที่ไทยค่ะ ทีแรกก็กลัวๆว่าจะคุยกับหมอรู้เรื่องมั้ย ปรากฏว่าหมอและพยาบาลทีนี่พูดเข้าใจง่ายมากแถมใจดีด้วย เราแค่บอกหมอว่า 「耳が痛くて、聞こえないです。」แค่นี้หมอก็เข้าใจ

ตรวจ ล้างหู และมีเครื่องมืออื่นๆ มารักษาอีกนิดหน่อย หลังจากตรวจแล้วหมอก็มีให้ยากินและยาทามา และนัดไปรีเช็คอีกครั้งว่าอาการดีขึ้นมั้ย แต่ก็อาจจะมีบางที่นะคะ ที่ทางโรงพยาบาลจะมีใบสั่งยามาให้เรา เอาไปซื้อที่ร้านขายยาข้างนอกเอง casinoluck

โรงพยาบาล ญี่ปุ่น

ในส่วนของค่ารักษาพยาบาลและยานั้น เนื่องจากเรามีทำประกันสุขภาพตามกฎหมายญี่ปุ่นไว้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนมาถึงญี่ปุ่น เลยครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลให้เราถึง 70% ( รายละเอียดเรื่องประกันสุขภาพที่ญี่ปุ่นติดตามได้ที่ https://jeducation.com/main/living-in-japan/health-insurance/ )

ส่วนที่เหลืออีก 30% ทางโรงเรียน KICL เป็นคนจ่ายให้ทั้งหมด  แต่ทั้งนี้ต้องแล้วแต่กฎของแต่ละทางโรงเรียนด้วยนะคะ ซึ่งของทางโรงเรียน KICL เพียงแค่เราต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วเอาใบเสร็จรับเงินไปยื่นที่โรงเรียนพร้อมกรอกเอกสารอีกนิดหน่อยให้ทางโรงเรียนก็จะได้เงินคืนทั้งหมด ภายใน 1 เดือน

ประกันสุขภาพ ญี่ปุ่น

เอกสารที่ให้เรากรอกจะมีให้เขียนข้อมูลทั่วๆไป พวก ชื่อ-สกุล อาการ เบอร์ติดต่อ บัญชีธนาคารที่ให้ทางโรงเรียนโอนเงินกลับมาให้

เนื่องจากทางโรงเรียนมีระเบียบที่ไม่สามารถคืนเป็นเงินสดให้เราได้ แต่จะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ญี่ปุ่นให้เท่านั้น ดังนั้นอาจจะลำบากกับคนที่ไม่มีบัญชีที่นี่เล็กน้อย  แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะทางโรงเรียนอำนวยความสะดวกให้โดยสามารถใช้เลขบัญชีของเพื่อนหรือญาติ หรือใครก็ได้ที่มีบัญชีที่ญี่ปุ่นแทนได้

เอกสารที่ทางโรงเรียนให้กรอกเป็นข้อมูลธรรมดา ไม่วุ่นวายค่ะ

หาหมอที่ญี่ปุ่น

ใบเสร็จรับเงิน (ค่ารักษาพยาบาลไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด )

หาหมอที่ญี่ปุ่น

หลังจากหาหมอกินยาตามที่หมอสั่งทุกอย่างแล้วไปรีเช็คอีกครั้งก็หายเป็นปกติค่ะ แล้วก็ผ่านไปด้วยดีกับการหาหมอในต่างแดนครั้งแรก  เลยอยากฝากถึงเพื่อนๆ ที่เจ็บป่วย แต่ไม่อยากเจอความวุ่นวายกับการหาหมอต่างแดน ให้เปลี่ยนความคิดค่ะ เพราะสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราเจ็บป่วยก็จะทำให้เรียนไม่รู้เรื่องและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างไม่สนุก รีบมาหาหมอตั้งแต่เนิ่นๆดีกว่าปล่อยให้เป็นหนักนะคะ

ที่สำคัญคือ อย่าลืมทำประกันสุขภาพตามที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดด้วยนะคะ จะได้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายให้สบายกระเป๋านักเรียนต่างชาติอย่างเราลง ^^

โรงเรียนที่ฝ้ายไปเรียน
Kyoto Institute of Culture and Language (KICL) (ภาษาไทย)

Kyoto Institute of Culture and Language (เว็บของโรงเรียน)

อ่านบทความจากฝ้ายย้อนหลัง >> click


ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น
เป็นสำนักงานในประเทศไทยของสถาบันโดยตรง  แนะแนวศึกษาต่อญี่ปุ่นทุกระดับ โดยศิษย์เก่าญี่ปุ่น  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน  โดยไม่คิดค่าดำเนินการใด ๆ รวมถึงค่าส่งเอกสารไปที่ญี่ปุ่น

ปรึกษาเรื่องเรียนต่อญี่ปุ่น โทร. 02-665-2969, 02-258-3983
email : ask@jeducation.com

ขอข้อมูลเพิ่มเติม คุยกับเจ้าหน้าที่ คลิกเลย  >> https://bit.ly/jed-line

Paste your AdWords Remarketing code here

PASSWORD RESET

LOG IN