5 ข้อต้องรู้ ถ้าอยากไปอยู่ Homestay ที่ญี่ปุ่น

5 ข้อต้องรู้ ถ้าอยากไปอยู่ Homestay ที่ญี่ปุ่น

5 ข้อต้องรู้ ถ้าอยากไปอยู่ Homestay ที่ญี่ปุ่น

การเรียนภาษาญี่ปุ่นในไทย หรือ แม้กระทั่งไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่น เราอาจจะไม่ได้ทำความรู้จักกับชาวญี่ปุ่นมากนัก (เพราะส่วนใหญ่แล้วจะได้เรียนกับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติด้วยกัน)

หลายคนจึงเลือกไปอยู่ Homestay ที่ญี่ปุ่น เพื่อจะเรียนรู้ทั้งภาษา, วัฒนธรรม, และการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด แต่ก่อนจะตัดสินใจไปอยู่ Homestay นั้น มีเรื่องอะไรที่ควรรู้บ้าง #เจ๊เอ๊ด สรุปมาให้อ่านกันในคอลัมน์นี้ค่ะ

 

1️⃣ ควรจะพอมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมาบ้าง

หลายคนรู้สึกว่าการไปอยู่กับโฮสต์เป็นทางลัดที่จะฝึกภาษาได้รวดเร็วที่สุด ซึ่งก็ถูกค่ะ.. แต่ครึ่งเดียว เพราะถ้าไปจากศูนย์หรือเพิ่งเริ่มเรียนได้นิ๊ดดดเดียว สื่อสารกันไม่เข้าใจ อาจจะเฟลมากกว่าจะได้ฝึกน่ะสิคะ โฮสต์บางท่านอาจใช้ภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่ยังไงเราก็ควรมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นให้พอโต้ตอบได้ก่อนจะดีกว่า

Homestay ที่ญี่ปุ่น พูดคุยกับโฮสต์

พี่น้ำบุษ เจ้าหน้าที่แนะแนวทีมเจ๊เอ๊ดของเรา เล่าให้ฟังว่าขนาดไปเรียนภาษาอยู่ที่ญี่ปุ่น 6 เดือนแล้ว แรกๆ ยังพูดตามเขาไม่ทันเลย ได้แต่ยิ้มๆ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักแหน่ะค่ะ แต่สุดท้ายก็คอนเฟิร์มว่าทักษะการฟังพูดอัพขึ้นได้จริงๆ นะ

2️⃣ อย่าอายที่จะพูด

การได้ไปอยู่ที่บ้านคนญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการฝึกทักษะฟัง-พูด เราจะได้ศัพท์ที่ฟังดูเป็นธรรมชาติมากกว่าในตำรา ฉะนั้นอย่าเขินอายนะคะ ลองมโนว่าเราเป็นลูกโฮสต์ เป็นคนญี่ปุ่นคนนึงก็ได้ 😁

ที่สำคัญคือต้องรู้จักทักทายคนในครอบครัวเสมอๆ เพราะคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากๆ ค่ะ ลองมาดูตัวอย่างประโยคเบสิคสำหรับการทักทายกันค่ะ

สถานการณ์ สิ่งที่พูด
สวัสดีตอนเช้า (ก่อน 11 am) 「おはようございます。(Ohayou Gozaimasu)」
สวัสดี
「こんにちは。(Konnichiwa)」
สวัสดีตอนเย็น
「こんばんは。Konbanwa」
แสดงความขอบคุณ 「ありがとう。(Arigatou)」、

「ありがとうございます。(Arigatou gozai masu)」

แสดงความเสียใจ ขอโทษ  「ごめんなさい。(Gomen nasai)」、

「すみません。(Sumimasen)」

ก่อนรับประทานอาหาร 「いただきます。(Itadaki masu)」
หลังรับประทานอาหาร 「ごちそうさまでした。(Gochisou sama deshita)」、

「おいしかったです。(Oishikatta desu)」อร่อย

ก่อนเข้านอน 「おやすみ。(Oyasumi)」、

「おやすみなさい。(Oyasumi nasai)」

ทักทายยามเช้าหลังตื่นนอน 「おはよう。(Ohayou)」、

「おはようございます。(Ohayou gozai masu)」

พูดก่อนออกนอกบ้าน (ไปแล้วนะคะ)  「いってきます。(Itteki masu)」
พูดส่งคนในบ้านที่จะออกไปข้างนอก (ไปดีมาดีนะ) 「いってらっしゃい。(Itte rasshai)」
พูดตอนกลับมาถึงบ้าน (กลับมาแล้วค่ะ) 「ただいま。(Tadaima)」
พูดต้อนรับคนที่กลับมาบ้าน (ยินดีต้อนรับกลับบ้าน) 「おかえり。(Okaeri)」
「おかえりなさい。(Okaerinasai)」

3️⃣ ไม่มั่นใจ ให้ถาม

ด้วยความแตกต่างของวัฒนธรรมและการใช้ชีวิต ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะไม่รู้ เช่นการเปิดแอร์/ฮีตเตอร์ การใช้เครื่องซักผ้า ต้องกดปุ่มไหนอะไรอย่างไร? อุปกรณ์เครื่องใช้ทุกอย่างก็มีแต่ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ  แถมที่ญี่ปุ่นมีเรื่องจุ๊กจิ๊ก รายละเอียดยิบย่อยค่อนข้างมาก เช่น การแยกขยะ

ที่จริงโฮสต์แฟมมิลี่เขาก็จะสอนเราแหละค่ะ แต่ถ้าเรามีตรงไหนที่ไม่เข้าใจ ต้องถามจนกว่าจะเข้าใจนะคะ อย่าเกรงใจจนไม่กล้าถาม ดีกว่าทำผิดพลาด ทำของเขาเสียหายเนอะ

4️⃣ ทำตามกฎ

แต่ละบ้านมีกฎระเบียบแตกต่างกันออกไป ซึ่งเราก็ควรจะเชื่อฟังโฮสต์แฟมิลี่ เหมือนท่านเป็นคุณพ่อคุณแม่ของเรานะคะ จุดนี้เจ๊ขอสรุปกฎพื้นฐานที่ทุกบ้านจะคล้ายๆ กันมาให้อ่านดูค่ะ

🍚 อาหารการกิน

โดยส่วนมาก การไปอยู่โฮมสเตย์ จะมีอาหารเช้าและเย็นให้ เวลาทานจะใช้ตะเกียบ ยกถ้วยข้าวขึ้นมาโซ้ยได้เลย (ลองเหลือบๆ มองก็ได้ค่ะว่าเขาทำยังไงกัน แล้วก็ทำตาม) ถ้าใช้ตะเกียบไม่เป็นจริงๆ ก็ขอช้อนส้อมได้ค่ะ รับประทานเสร็จก็ควรอาสาช่วยล้างจาน  หรือช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เช่น เก็บจานไปไว้ในห้องครัว ทำความสะอาดโต๊ะ ฯลฯ
แล้ววันไหนเรียนเสร็จอยากจะไปเที่ยวต่อ ต้องขออนุญาต และแจ้งให้โฮสต์ทราบว่าจะไม่ทานข้าวเย็นด้วยนะคะ

🚿 การอาบน้ำ

คนญี่ปุ่นอาบน้ำวันละ 1 ครั้ง (ตอนเย็น) และมีธรรมเนียมมารยาทการอาบน้ำที่เราควรรู้ ก็คือ.. เราต้องล้างและถูทำความสะอาดตัวก่อนลงอ่างค่ะ ถ้าเราอาบก่อนก็หมายถึงคนอื่นๆ ในครอบครัวจะมาลงแช่ต่อจากเรา ฉะนั้นห้ามถูตัวในอ่างอาบน้้าเด็ดขาด และห้ามระบายน้้าโดยไม่ได้ถามโฮสต์นะคะ

🛌 การนอน

Homestay ที่ญี่ปุ่น 4

ถ้าบ้านใครเป็นฟูก หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฟุตง  ทุกเช้าหลังตื่นนอนอย่าลืมพับฟูกนอนเก็บให้เรียบร้อย ถ้าไม่รู้วิธีพับฟูก ให้ถามโฮสต์ค่ะ เพราะถ้าไม่ได้พับฟูกนอนเก็บ แค่หนึ่งอาทิตย์เสื่อทาทามิจะขึ้นราได้ แล้วเรานี่แหละค่ะจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย

5️⃣ อย่าคาดหวัง

อย่าหาว่าเจ๊โหดเลยนะ 😅 ปิดท้ายนี้จะขอรวมเรื่องที่ไม่ควรคาดหวังจากการไปอยู่โฮมสเตย์ค่ะ

❌ จะต้องได้โฮสต์ที่ตรงใจในทุกๆ อย่าง
การจะไปอยู่โฮมสเตย์ ไม่มีแฟ้มมาให้เราเปิดแล้วจิ้มเลือกบ้านได้ตามใจ ตอนกรอกใบสมัคร จะมีให้เขียนว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีเงื่อนไขแบบไหน แล้วทาง Home Stay in Japan (บริษัทจัดหาโฮมสเตย์) ก็จะแมชท์บ้านที่เข้ากับลักษณะนิสัยเราที่สุดให้ 1 แห่ง ซึ่งเงื่อนไขที่เราเขียนไปอาจไม่ได้ครบทุกข้อ แต่ก็อย่าเพิ่งปิดใจ เจ๊แนะนำให้ลองไปดูก่อน อาจจะเวิร์คกว่าที่คิดก็ได้นะ

Homestay ที่ญี่ปุ่น 3

❌ โฮสต์จะขับรถไปรับที่สนามบิน
แม้เราจะเลือก บริการรับที่สนามบิน (ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ก็ไม่มีการขับรถไปรับที่สนามบินค่ะ เจ้าหน้าที่ของ Home Stay in Japan จะพาเรานั่งรถไฟไปลงสถานีที่ใกล้บ้านโฮสต์มากที่สุด  เพราะโฮสต์จะมารอรับเราที่สถานีรถไฟ  มีคนไปรับที่สนามบินก็มีข้อดีคือไม่หลงทาง  แต่ถ้าใครเคยไปญี่ปุ่นแล้วคิดว่าเดินทางเองได้ ไม่ยากขนาดนั้นค่ะ  แต่ควรศึกษาเส้นทางให้ดีก่อน

Homestay ที่ญี่ปุ่น 2

❌ บ้านโฮสต์จะอยู่ใกล้โรงเรียน
โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะอยู่ใจกลางเมืองเลยค่ะ ไม่ใช่ย่านที่อยู่อาศัย ขอให้ครุ่นคิดเทียบกับไทย ถ้าโรงเรียนอยู่ย่านสีลมจะหาโฮสต์แฟมมิลี่ตรงนั้นมันก็คงจะยากเอาการอะเนอะคะ  เตรียมใจไว้เลยว่าต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที – 1 ชั่วโมงเป็นเรื่องปรกติ

❌ โฮสต์จะต้องพาเที่ยว
เราอาจจะจินตนาการเหมือนเวลาแขกต่างบ้านต่างเมืองมาไทย เจ้าบ้านจะเฮละโลพากันเที่ยว ออกค่าใช้จ่ายให้ แต่ที่ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นอย่างนั้น(ทุกบ้าน) ถ้าเจอโฮสต์ที่เขาพาเราเที่ยวก็นับว่าโชคดีค่ะ แต่อย่าลืมว่าการไปเที่ยวมีค่าใช้จ่ายซึ่งไม่ได้รวมกับค่าพักอาศัย เราควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองได้ด้วย

สิ่งที่หวังได้ คือหวังว่าจะได้มีประสบการณ์ดีๆ มีความสุขตลอดการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น และ ได้เพิ่มทักษะการฟัง-การพูดเหมือนที่ตั้งใจค่ะ

อ่านจนจบแล้วอาจจะรู้สึก “หู๊ยยยย ซีเรียสจัง จะไปอยู่โฮมสเตย์ดีมั้ยเนี่ย..?”
ถามว่าดีมั้ย เจ๊ก็ต้องขอตอบว่า การอยู่โฮมสเตย์ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนค่ะ
แต่จะเหมาะมากกับคนที่มีใจเปิดกว้าง  เข้าใจและยอมรับในความแตกต่าง  ไม่คิดเล็กคิดน้อย

Homestay ที่ญี่ปุ่น 1

รุ่นพี่บางคนเล่าว่าสนิทกับโฮสต์มากกว่าที่คิดเพราะชอบศิลปินคนเดียวกัน ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน
บางคนก็บอกว่าไปอยู่ 2 สัปดาห์ แต่เหมือนได้ครอบครัวใหม่เพิ่มขึ้นมา ทุกวันนี้ยังติดต่อกันอยู่เลย

ถ้าอยากลองไป อย่ากังวลไปก่อนล่วงหน้าค่ะ #เจ๊เอ๊ด มีคำแนะนำ และมีคู่มือให้ก่อนการเดินทาง หากลองไปอยู่แล้วมีปัญหา  อยากเปลี่ยนโฮสต์ ฯลฯ ก็สามารถติดต่อ พี่มินามิ เจ้าหน้าที่ซัพพอร์ตนักเรียน #ทีมเจ๊เอ๊ด ที่อยู่ที่ญี่ปุ่นได้ค่ะ   แต่อย่าลืมว่า ถ้าเราทำตัวไม่ดี  โฮสต์แฟมิลี่เค้าก็มีสิทธิ์ที่จะขอเปลี่ยนนักเรียนเช่นกันนะคะ

 


ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น
เป็นสำนักงานในประเทศไทยของสถาบันโดยตรง  แนะแนวศึกษาต่อญี่ปุ่นทุกระดับ โดยศิษย์เก่าญี่ปุ่น  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน  โดยไม่คิดค่าดำเนินการใด ๆ รวมถึงค่าส่งเอกสารไปที่ญี่ปุ่น

ปรึกษาเรื่องเรียนต่อญี่ปุ่น โทร. 02-665-2969, 02-258-3983
email : ask@jeducation.com

ขอข้อมูลเพิ่มเติม คุยกับเจ้าหน้าที่ คลิกเลย  >> https://bit.ly/jed-line