คุยกับแอดมินเพจ ” พี่ม้าพาเที่ยว ฮี่ฮี่เจแปน” สาวสถาปัตย์ ม.โตเกียว

คุยกับแอดมินเพจ ” พี่ม้าพาเที่ยว ฮี่ฮี่เจแปน” สาวสถาปัตย์ ม.โตเกียว

SHARE
, / 30668 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

คุยกับแอดมินเพจ ” พี่ม้าพาเที่ยว ฮี่ฮี่เจแปน”  สาวสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยโตเกียว

คุณพัชชา พรประกฤต (นก)
ไป เรียนต่อญี่ปุ่น กับเจเอ็ดดูเคชั่น  เดือนเมษายน ปี2014 

การศึกษา ปริญญาตรี  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  สาขาสถาปัตยกรรม
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
การศึกษาที่ญี่ปุ่น
  • หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น
    Meros Language School
  • ปริญญาโท
    คณะวิศวรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตกรรม
    มหาวิทยาลัยโตเกียว
เพจ
บล็อก
พี่ม้าพาเที่ยว ฮี่ฮี่เจแปน
http://www.peemahpatiew.com/

 

การเรียนภาษาญี่ปุ่นและการเรียนต่อที่ญี่ปุ่น

  • ทำไมนกถึงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นคะ 

ตอนแรกก็คิดว่าจะไปอเมริกาหรืออังกฤษ  ไม่เคยมีญี่ปุ่นในหัวเลยค่ะ  แล้วที่บ้านก็อยากให้เรียนที่อเมริกามากกว่า แต่ประมาณเมื่อ 2 ปีมีโอกาสไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น รู้สึกว่าเป็นเมืองที่น่ารักมาก ของทุกอย่างคือเค้าคิดแบบละเอียดมาก ดีไซน์แต่ละชิ้น มีเอกลักษณ์ และแสดงให้เห็นถึงความเป็นญี่ปุ่นค่ะ ก็เลยตัดสินใจเบนเข็ม ที่สำคัญรู้สึกว่าภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่น่ารักมาก ก็เลยเริ่มตั้งใจเรียนญี่ปุ่นใหม่อีกรอบ จนพอเรียนจบ ไม่ถึงอาทิตย์ก็บินมาเรียนที่นี่เลยค่ะ

  • ตอนที่ไปญี่ปุ่น นกก็ยังมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นไม่มากเท่าไหร่  เมื่อไปเรียนจริงแล้วเป็นยังไงบ้างคะ

ตอนไปจริงๆ ก็คิดว่าตัวเองรู้ 555  เป็นคนชอบพูดมาก คือขอให้ได้พูด ไม่ได้สนใจว่าเค้าจะฟังรู้เรื่องไหม แล้วเวลาถามทางเราก็ชอบถามเป็นภาษาญี่ปุ่น เค้าตอบมา เราก็ไม่เข้าใจคะ แต่ชอบทำหน้าเข้าใจ  สุดท้ายเปิด Google map หาเอง  จริงๆ แล้วที่เคยเรียนมา ก็จำไม่ค่อยได้นะคะ แต่พอมาแล้วเหมือนใช้ชีวิตที่นี่ มันก็ต้องจำ  ผงซักฟอก กับน้ำยาปรับผ้านุ่ม ก็แยกไม่ออก ใส่ไปมั่วๆตลอดค่ะ ^^

พอมาเรียนจริง ก็ลำบากนะคะ  เรียนที่โรงเรียนภาษา กับที่มหาวิทยาลัย ต่างกันมากค่ะ ทุกวันนี้อยู่มหาวิทยาลัยแล้วก็ยังต้องเข้าเรียนคลาสภาษาญี่ปุ่น  กับอ่านหนังสือเองเพิ่มเติมค่ะ

  • นกทำยังไงถึงสามารถเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวได้คะ  ทั้งๆ ที่คนที่ไปเรียนด้วยทุนตัวเอง การจะเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นได้ถือว่าค่อนข้างยากมากๆ  อยากให้เล่าขั้นตอนให้ฟังหน่อยค่ะ 

จริงๆ เรื่องนี้ยาวมากค่ะ เพราะคนที่มาทุนตัวเองลำบากกว่าเยอะมากค่ะ  ตอนนั้นยังอยู่ที่โรงเรียนภาษา เราก็หาข้อมูลว่าจะเรียนสถาปัตย์ที่ไหนดี จนไปเจอแลปที่เราสนใจค่ะ เกี่ยวกับด้าน Urban planning เลยได้ติดต่อกับทางแลป ขอเป็นนักศึกษาวิจัยในแลปที่อยากเข้าค่ะ แล้วอาจารย์นกค่อนข่างมีชื่อเสียง เลยส่งเมลล์ไปหาเลขาอาจารย์แทนค่ะ

( ตอนแรกก็เข้าใจว่าคนที่จะมาเรียนโทต้องมาเป็นนักศึกษาวิจัยก่อน  แต่จริงๆแล้วแต่เฉพาะแลปนะคะ แลปนกไม่จำเป็นต้องเป็นนักศึกษาวิจัยก่อนคะ )  ก่อนจะนัดสัมภาษณ์ นกก็เตรียมตัวทำ portfolio ไปค่ะ  รวมถึงหาข้อมูลเรื่องที่อยากวิจัยในอนาคตไป  ก็หาข้อมูลกับเตรียมตัวอยู่เกือบเดือน พอไปคุย อาจารย์ก็เลยบอกเราว่างั้นมาเป็นนักศึกษาวิจัยก่อนก็ได้ แล้วคุณก็ต้องสอบเข้าโทต่อไป   เราก็จะเป็นนักศึกษาวิจัยประมาณ 6 เดือน –1 ปี  ตอนนกเป็นนักษาศึกษาวิจัย ก็เข้าสตูดิโอ ทำดีไซน์แบบเด็กญี่ปุ่นทั่วไปเลยค่ะ มีโอกาสทำโปรเจคที่สิงค์โปร์เราก็เป็นตัวแทนไปพรีเซนต์ค่ะ เรียกได้ว่าทั้งสนุกทั้งเหนื่อย

หมายเหตุ

นักศึกษาวิจัย จริงๆ คือมาเตรียมความพร้อมก่อนเรียนโทค่ะ เราสามารถเข้าร่วมคลาส หรือ แลปโปรเจคร่วมกับคนญี่ปุ่นได้ทุกอย่างค่ะ เหมือนมาให้อาจารย์ดูตัวว่าคนนี้พร้อมไหม เด็กคนนี้มีความพยายามไหม

ตอนสอบเข้าป.โท จำได้ว่าเข้าห้องสมุดเป็นคนแรก และออกเป็นคนสุดท้ายเกือบเดือน

  • หลังจากเป็นนักศึกษาวิจัยแล้ว  ก็ต้องสอบเข้าปริญญาโท  การสอบยากไหมคะ 

การสอบเข้าโท ยากลำบากมากในปีของนกนะคะ   ปีนกโชคร้ายตรงที่ว่า ปกติแล้วเด็กต่างชาติจะสอบแค่ 2 วิชา คือ Toefl กับวิชาดีไซน์ แต่ปีนกคือให้เด็กต่างชาติสอบเหมือนเด็กญี่ปุ่นคือมี 5 วิชาเข้ามาเพิ่มค่ะ  คือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม  โครงสร้าง สิ่งแวดล้อม ผังเมือง และวิชาคำนวณโครงสร้างค่ะ ซึ่งตอนนั้นก็อ่านหนังสือตาลีตาเหลือกเลย จำได้ว่าเข้าห้องสมุดเป็นคนแรก และออกเป็นคนสุดท้ายเกือบเดือน

ช่วงนั้นเครียดมาก เพราะเราก็มีลิสต์หนังสือว่าจะออกเล่มไหนบ้าง แต่ทุกอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด เราท่องตั้งแต่  ตึกนี้ปีอะไร สมัยเอโดะ สมัยเมจิ สร้างโดยใคร นั่งทวนฟิสิกส์ด้วยตัวเอง เพราะบางวิชาก็ลืมไปตั้งแต่เรียนตอนอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 แล้วคะ แต่ข้อสอบมีทั้งฉบับภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น  ตอนที่สอบเข้านกไม่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นค่ะ

  • การเรียนเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดเลยเหรอคะ  ยากลำบากยังไงบ้าง 

ยากคะ แลปที่นกเข้าเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด ทุกวันนี้เราก็พยายามคิดตามเวลาที่เค้าพูด พอเลกเชอร์จบเราก็มาทวนกับคนญี่ปุ่น ว่าเค้าพูดเรื่องรึเปล่า เราเข้าใจตรงกับเค้าไหม แต่อาจารย์นกพูดภาษาอังกฤษได้ เวลาเรามีพรีเซนต์ เคยพยายามทำพรีเซนต์เป็นภาษาญี่ปุ่น อาจารย์ก็บอกเลยค่ะ นกจังภาษาอังกฤษก็ได้555  แต่ทุกวันนี้ก็ยังพยายามอยู่ค่ะ

 

เพจและบล็อค ” พี่ม้าพาเที่ยว” 

peemaa_facebook

  • เป็นไงมาไงทำไมถึงเปิดเพจและเว็บ “พี่ม้าพาเที่ยว ฮี่ฮี่เจแปน ” คะ  

ตอนแรกก็คิดแค่ว่าตัวเราเที่ยวเยอะมาก  ก็อยากจะแชร์   ร้านอาหารเราก็ไปทาน แล้วก็รู้สึกนะว่าอันนี้อร่อย อยากให้คนไทยมาทาน อันนี้ไม่อร่อยเราก็จะไม่แชร์ค่ะ

  • แล้วทำไมพี่นกถึงกลายเป็นเป็นพี่ม้าไปได้ล่ะคะ

เพราะว่าช่วงนั้นเป็นฮัลโลวีนที่ญี่ปุ่นค่ะ แล้วมันมีหน้ากากม้าขาย เราก็รู้สึกว่า น่าจะสร้างกิมมิคเล็กๆ ให้เพจดูน่าสนใจ โดยตั้งคาแรกเตอร์เป็นพี่ม้า เพื่อให้เข้าถึงได้ทุกคน คือไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็เรียกพี่ม้าค่ะ

  • แบ่งเวลายังไงคะเนี่ย  ทั้งเรียน ทั้งเที่ยว  ทั้งทำเพจ อัพเว็บ 

จะพยายามแบ่งเวลาคือ วันจันทร์-ศุกร์ เราเรียนเต็มที่  เสาร์อาทิตย์ เราเที่ยวเต็มที่  พยายามใช้ชีวิตที่นี่ให้รู้สึกว่าไม่เสียดายค่ะ มีที่ไหนเค้าไปกัน เราก็อยากไป  ไปปีนเขาเราก็ไป เป็นโรคกลัวความสูงก็จะไปค่ะ ไปเล่นสโนว์บอร์ด เล่นไม่เป็น เราก็จะเล่น

nok003

nok009

วันจันทร์-ศุกร์ เราเรียนเต็มที่  เสาร์อาทิตย์ เราเที่ยวเต็มที่  พยายามใช้ชีวิตที่นี่ให้รู้สึกว่าไม่เสียดายค่ะ

  • จากการทำเพจมาถึงตอนนี้ได้อะไรจากการทำเพจไหมคะ  หรือทำด้วยใจล้วนๆ 

จริงๆ ก็อาจจะเรียกว่าทำด้วยใจนะคะ 555 ก็ค่อยๆทำไปไม่ได้รีบร้อนค่ะ เวลามีคนมาที่ญี่ปุ่นเค้าก็จะมาปรึกษาเรา เราก็เข้าใจนะคะ ว่าบางคนมาคนเดียว หาข้อมูลก็แล้ว แล้วไม่รู้จะถามใคร เราก็พยายามจะช่วยเต็มที่ค่ะ

แต่ตอนนี้มีหลายเจ้ามาให้โฆษณาให้ หรือเค้าเห็นสำนวนการเขียนเรา เค้าก็จ้างให้เขียนรีวิวให้ค่ะ  เป็นเหมือนบันไดให้เรามีโอกาสได้งานเขียนเกี่ยวกับท่องเที่ยว เป็นเหมือน portfolio เราค่ะ  ตอนนี้นกเขียนคอลัมน์ท่องเที่ยวให้กับ H.I.S  และอนาคตมีโปรเจคทำหนังสือไกด์บุ๊คนำเที่ยวกับทาง JR  ซึ่งจะเขียนกับพี่คนไทยอีก 2 คนค่ะ

  • ตั้งใจหรือตั้งเป้าหมายกับการทำเพจนี้ไว้ยังไงไหมคะ   

ตอนนั้นที่ช่วงแรกๆ เลยคือเราอยากเขียนหนังสือ แล้วเราไปเที่ยวเยอะมาก แต่ถ้าคนไม่รู้จักเรา ใครจะอยากไปซื้อหนังสือเรา แล้วประเด็นเลยคือเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง เลยคิดว่าการถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือน่าจะดีกว่า  แต่จนปัจจุบันนี้ก็รู้สึกว่าทำแล้วสนุกมากนะคะ คือลูกเพจไม่ได้รู้จักเรา แต่เค้าน่ารักกับเรามาก บางครั้งเวลาเค้าจะมาญี่ปุ่นก็จะถามเราว่า พี่ม้าอยากได้อะไรไหม เดี๋ยวหนูหิ้วไปให้ เราก็รู้สึกว่านี่แหละคนไทย

ปัจจุบันนี้ก็รู้สึกว่าทำแล้วสนุกมากนะคะ คือลูกเพจไม่ได้รู้จักเรา แต่เค้าน่ารักกับเรามาก

  • ครั้งนี้เป็นการเปิดเผยตัวพี่ม้าครั้งแรกเลยหรือเปล่า  จริงๆตั้งใจไม่เปิดเผยตัวตนหรือเปล่าคะ

ใช่คะ 555   จริงๆก็ไม่เคยเปิดเผยตัวนะคะ กลัวเปิดแล้ว คนเลิกตาม แบบหลงตามมันอยู่ได้ตั้งนาน

ปิดท้าย ประสบการณ์ที่ได้มาเรียนและใช้ชีวิตในญี่ปุ่น

  • นกคิดว่าญี่ปุ่นทำให้ตัวเองเปลี่ยนไปยังไงบ้างไหมคะ 

คิดว่ารู้สึกดีมากที่เลือกไม่ผิด จริงๆประเทศญี่ปุ่นมีกฏระเบียบเยอะนะคะ บางครั้งเราก็อึดอัด เรียนไม่รู้เรื่องบ้าง แต่เราก็อดทน แต่ก่อนเป็นคนเครียดง่ายมาก แค่ให้แยกขยะก็เครียดแล้ว เดี๋ยวนี้พยายามปล่อยวาง เหมือนมันสอนให้เราค่อยๆโตเป็นผู้ใหญ่ สอนให้ใช้ชีวิตค่ะ  เหมือนเราพยายามมองโลกในแง่ดีให้มากขึ้น มีความสุขกับปัจจุบัน

  • ชีวิตนักเรียนในญี่ปุ่นก็คงไม่ได้จะมีแต่เรื่องสนุกสนานอย่างเดียว มันก็ต้องมีปัญหาเข้ามาบ้าง  นกมีคำแนะนำไหมคะว่าจะใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอย่างไรให้มีความสุข  (แม้ว่าจะเจอปัญหาอ่ะนะ) 

ต้องเจอปัญหาอยู่แล้วค่ะ นกเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็เป็น เครียดกับเรื่องเล็กๆ โดนกดดันจากทุกสารพัดทิศ เครียดเรื่องอนาคต  การใช้ชีวิตในญี่ปุ่นนกแนะนำให้ทำงานพิเศษ เราจะไม่เหงาค่ะและเป็นการรีแลกซ์อย่างนึง แต่ก่อนนกเคยทำงานร้านอาหารไทย เราได้เจอพี่คนไทยพูดถึงชีวิตเค้า เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เจอเพื่อนต่างชาติ  มีอยู่วันหนึ่งเครียดมากๆรู้สึกจะเรื่องเรียนอยู่ ก็ไม่ไหวแล้ว ออกไปทำงานดีกว่า หรือบางครั้งก็ออกไปวิ่ง วิ่งเป็นสิบโล กลับมาบ้านเหนื่อยแล้วก็นอนค่ะ

 

nok008

  • คิดว่าการไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นให้อะไรกับเรา 

ให้ทุกอย่างเลยค่ะ ชีวิต การศึกษา เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง  ให้รู้จักคุณค่าของตัวเองค่ะ   เรื่องการศึกษา ที่นี่สอนเรื่องวิธีคิด จะไม่ป้อนเรา เราไม่เรียนเอง ก็ไม่มีใครมาบังคับ นกเรียนโท แค่ 30 หน่วยกิตเองค่ะ น้อยมาก เราก็ต้องไปหาอะไรทำ ไปฝึกงานที่บริษัทสถาปัตย์ ทำงานตั้งแต่ 10 โมงถึงเที่ยงคืนทุกวัน รู้ว่าบริษัทญี่ปุ่นเค้าเป็นยังไง เพราะเค้าก็ไม่ได้เห็นเราเป็นแค่เด็กฝึกงานนะคะ เค้าพยายามจะสอนเรา ทำเหมือนเราเป็นพนักงานคนนึงเลยค่ะ มีวันนึงเราสอบได้คะแนนเยอะ เค้าก็บอกวันนี้จะพาไปเลี้ยงนะ   คือญี่ปุ่นการทำงานเป็นทีมสูงมากค่ะ จะถามเราทุกวันว่าวันนี้ได้อะไรบ้าง

ครั้งนึงประทับใจรุ่นพี่คนเวียดนามมาก คนนี้เก่งมาก เรียนดอกเตอร์อยู่ที่โทได เราก็ขอคำแนะนำเค้าตลอด ทาง facebook ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันเลย เราก็ถามว่าทำไมเค้าถึงช่วยเรา เค้าก็ตอบว่า เพราะเค้าเคยได้รับการช่วยเหลือจากรุ่นพี่มาก่อน ทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน ทุกวันนี้มีอะไรเราก็จะช่วยเหลือกันตลอดค่ะ

ทุกวันนี้ก็ยังมีคนถามอยู่นะคะ ว่าทำไมถึงไปเรียนญี่ปุ่น เนี่ยถ้าไปเรียนอังกฤษนะ กลับมาทำงานไปตั้งนานแล้ว กว่าจะเรียนภาษาเสร็จไปปีนึง อีก 6 เดือนทำวิจัย   นกก็ยังไม่เคยคิดว่าอยู่ที่นี่เสียเวลานะคะ ได้เจอกับคนเก่งๆเยอะมาก มาแล้วเหมือนเปิดโลกทัศน์

ถ้ามีคนรู้จักมาถามว่าไปเรียนต่อญี่ปุ่นดีไหม    จะบอกเค้าว่าไปเลยค่ะ  บางคนอาจจะคิดว่าไม่อยากมาต้องเสียเวลาเรียนภาษาปีนึง ไม่เคยมีพื้นมาก่อน เรียนโทอีกตั้งสองปี ไม่มีทุนอีกมายังไง ค่าใช้จ่ายอยู่ที่นี่ก็สูง นกก็มาด้วยทุนตัวเองเหมือนกันค่ะ ทุกวันก็พึ่งยื่นเรื่องขอทุนไป สัญญากับที่บ้านว่าจะทำให้ได้  เคยมีรุ่นพี่คนไทยคนหนึ่ง อยู่ที่โทไดเหมือนกัน ขอทุนไป 17 รอบ สุดท้ายก็ได้ทุนค่ะ

ไม่เคยเสียดายเลยที่ได้มาญี่ปุ่น จะเสียดายมากกว่าถ้าไม่ได้มาค่ะ

Jeducation ต้องขอขอบคุณพี่ม้า… เอ๊ย…น้องนกมากๆ นะคะ ที่ยอมเผยโฉมสวยๆ และถ่ายทอดประสบการณ์ทั้งการเรียน การใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอย่างคุ้มค่าสุดๆ ให้เราได้อ่านกัน  ต้องขอบอกว่าเธอเก่ง  ถึก สวย อึดจริงๆ ค่ะ

ใครที่ยังไม่เคยรู้จักเพจพี่ม้า  ลองคลิกไปทักทายพี่ม้ากันได้ที่นี่นะคะ >> พี่ม้าพาเที่ยว ฮี่ฮี่เจแปน

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง  ไม่คิดค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียน
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com

เพิ่มเพื่อน

 

Be Sociable, Share!

PASSWORD RESET

LOG IN