คุยกับชาร์ต

ขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิด – Driving in Japan

คุยกับชาร์ต : ขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น ไม่ยากอย่างที่คิด สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน เข้าสู่ปี 2018 แล้ว หลายคนอาจจะเริ่มวางแผนจัดทริปเที่ยวของปีกันแล้ว และคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ญี่ปุ่นก็ยังครองแชมป์เป็นจุดหมายปลายทางที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดอีกที่ใช่มั้ยครับ ว่ากันว่าเวลาคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก มักจะมุ่งไปที่โตเกียว เพื่อหาแสงสี หรือเกียวโต-โอซาก้า สำหรับคนที่ชอบไปเดินวัดดื่มด่ำวัฒนธรรม พอครั้งที่สองคนจะเริ่มสนใจเมืองที่เล็กลงมาอย่าง ซัปโปโรในฮอกไกโด หรือฟุกุโอกะในคิวชู ซึ่งเราจะสามารถสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นได้มากกว่าเมืองใหญ่ๆ และแน่นอน การที่จะไปที่เหล่านั้นแบบเที่ยวเองก็อาจจะต้องใช้สกิลที่สูงขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของป้ายบอกทางต่างๆที่มีภาษาอังกฤษให้เห็นได้น้อยลง หรือผู้คนในพื้นที่ที่พูดอังกฤษได้ไม่คล่องเท่าในเมืองใหญ่ๆ รวมไปถึงการเดินทางที่อาจไม่ได้มีรถไฟครอบคลุมทั่วถึง ด้วยปัญหาเหล่านี้จึงทำให้การขับรถเที่ยว หรือ “Road Trip” กลายเป็นทางออกที่ดี พักหลังเราจะเห็นได้ว่าการ ขับรถเที่ยวในญี่ปุ่น เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย ซึ่งแรงจูงใจหลักมาจากการคมนาคมที่ไม่สะดวกสบายในชนบทอย่างในคิวชู หรือโอกินาว่าเองที่ Peach Air ก็พึ่งได้เปิดไฟลท์บินตรงด้วยโปรโมชั่นกระหน่ำที่อาจจะหาจองได้ในราคาสี่พันกว่าบาท นอกจากนี้ หลายคนเวลาไปเทียวก็ไปกันเป็นครอบครัวใหญ่ จะให้พ่อแม่มีอายุแล้วเดินขึ้นลงรถไฟ หรือจูงลูกหลานหลบฝูงชนก็ดูจะลำบาก เลยเกิดไอเดียที่ว่าหารถตู้หรือรถครอบครัวสักคันนั่งรวมกันจะสะดวกขึ้นเยอะครับ จริงๆแล้วจะว่าไปการเช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่นก็เป็นที่นิยมในหมู่คนญี่ปุ่นเองแต่ไหนแต่ไร เพราะอะไร เรามาดูเหตุผลกันครับ 1⃣เราสามารถวางแพลนการเทียวเราได้อย่างอิสระ หลายคนรู้สึกอึดอัดเวลาไปเที่ยวกับทัวร์ที่ต้องเดินตามแผนที่ถูกวางเอาไว้ บางครั้งอยากอยู่ที่นี่นานหน่อย ที่นั่นสั้นลงก็หงุดหงิดไม่สามารถปรับได้ตามใจ การขับรถเที่ยวจะช่วยตอบโจทย์ตรงนี้เพราะเรายังสามารถแวะชิมอาหารที่ไหนก็ได้หรืออยากอยู่ถ่ายรูปที่ไหนนานๆก็ไม่ต้องเกรงใจใครครับ 2⃣ เราสามารถวางแผนการเที่ยวที่ไม่เหมือนใครได้ ทริปทัวร์โดยส่วนใหญ่ก็จะมีแผนการเดินทางที่คล้ายๆกันไม่ว่าจะไปกับทัวร์ไหนโดยมักจะพาลูกค้าไปในที่ดังๆหรือฮอตสปอตของแต่ละจังหวัด แต่จริงๆแล้วญี่ปุ่นยังมีอีกหลายที่ที่สวยงาม เงียบสงบ และสามารถสัมผัสความเป็นโลคอลได้มากกว่าที่ที่มีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินไปมา …

ขับรถเที่ยวในญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิด – Driving in Japan Read More »

แนวคิด การเรียน การทำงาน การใช้ชีวิต ของมิสยูนิเวอร์สโตเกียว

คุยกับชาร์ต :: แนวคิด การเรียน การทำงาน การใช้ชีวิต ของ มิสยูนิเวอร์สโตเกียว เมื่อเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปประชุมที่ญี่ปุ่นเลยใช้เวลาว่างในวันหยุดนัดรวมก๊วนกับเพื่อนๆ สมัยเรียนและได้มีโอกาสเจอ “คุณทามาโอะ ทาดะ” ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยโตเกียว คุณทามาโอะเป็นคนที่ทำกิจกรรมนอกห้องเรียนเยอะมากและยังเคยได้รับเลือกเป็น มิสยูนิเวอร์สโตเกียว ซึ่งเรียกได้ว่ามีคิวงานแน่นมากแต่ก็น่าแปลกใจที่เธอยังสามารถบริหารเวลาและเรียนจบปริญญาโทมาได้ดีครับ จริงๆ แล้วประวัติของเธอนั้นก็มีความน่าสนใจซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นน้องๆ สามารถอ่านได้ในคอลัมน์คุยกับชาร์ตประจำเดือนนี้ครับ ไม่แน่นะครับ อาจะมีแนวคิด วิธีการใช้ชีวิตต่างๆ ที่น้องๆ สามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้พอไปเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นครับ คุณทามาโอะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโทโฮขุ คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ โดยศึกษาทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหรือ Climate Change นั่นเองครับ ซึ่งสมัยเรียนอยู่ที่นั่นเธอได้ทำกิจกรรมเป็นนักกีฬาลาครอส (Lacrosse) และเธอก็ไม่ได้เล่นเอาสนุกเฉยๆ นะครับ เธอเล่นจริงจังมากโดยได้เป็นกัปตันของทีมประจำมหาวิทยาลัยและได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับจังหวัดซึ่งเคยได้รับรางวัลที่หนึ่งเป็นแชมป์ของภูมิภาคโทโฮขุเลยทีเดียวครับ คุณทามาโอะเล่าให้ฟังว่าการที่เธอได้มาเป็นกัปตันทีมตรงนี้ช่วยให้เธอได้เรียนรู้การบริหารจัดการ การสื่อสารกับคน ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมกับงานที่เธอทำในปัจจุบันเป็นอย่างมากครับ หลังจากที่เธอได้จบปริญญาตรี เธอก็ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทโดยสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียวในสาขาความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation) ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ผมเรียนจบมา และด้วยความสนใจในเรื่องของ Climate Change ที่มีอยู่แต่เดิม เธอจึงเข้าร่วมชมรมศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change Working Group) โดยจัดกิจกรรมต่างๆ …

แนวคิด การเรียน การทำงาน การใช้ชีวิต ของมิสยูนิเวอร์สโตเกียว Read More »

งานพาร์ทไทม์…กิจกรรมยามว่างสุดฮิตนักเรียนญี่ปุ่น Part-Time Job in Japan (Baito)

คุยกับชาร์ต Vo.8 เรื่อง งานพาร์ทไทม์ …กิจกรรมยามว่างสุดฮิตนักเรียนญี่ปุ่น ฤดูปิดเทอมในไทยนักเรียนหลายคนได้ใช้เวลาว่างพักผ่อนเตรียมใจลุยต่อในเทอมใหม่ บางคนใช้เวลาไปกับการท่องเที่ยวสถานที่สวยงามต่างๆ กับเพื่อนบ้างกับครอบครัวบ้าง บางคน (โดยเฉพาะนักเรียนชาย) ใช้เวลาไปกับการนั่งอยู่หน้าคอมฯเล่นเกมส์ออนไลน์ต่างๆ บางคนอยากใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ก็เรียนพิเศษเสริมความรู้เตรียมความพร้อมกับสมรภูมิข้างหน้าที่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในเทอมถัดๆไป.. สำหรับในญี่ปุ่นแล้ว ช่วงเวลาปิดเทอมจะเป็นช่วงเวลาเด็กๆ ตั้งตารอคอย หลายๆ คนจะถือโอกาสทำ งานพาร์ทไทม์ (バイト) ซึ่งอันที่จริงแล้วนักเรียนญี่ปุ่นไม่ได้ทำงานพาร์ทไทม์เฉพาะช่วงปิดเทอมนะครับ ช่วงเปิดเทอมเองก็เป็นที่นิยมทำกันหลังเลิกเรียน หรือแม้แต่ในเวลาว่างเสาร์อาทิตย์ก็ตาม หากบอกว่า “ทำ งานพาร์ทไทม์ ไประหว่างเรียน” สำหรับสังคมไทยแล้ว หลายคนคงถูกมองในแง่ลบว่าดูขัดสน หรือผู้ปกครองหลายท่านคงไม่สนับสนุนเพราะอยากให้ลูกโฟกัสไปกับการเรียนอย่างเดียว สอบได้เกรดสูงๆ     แต่ทว่าในญี่ปุ่นนั้นมุมมองของผู้ปกครองและไลฟ์สไตล์ของนักเรียนนั้นต่างกันครับ คนญี่ปุ่นได้ถูกปลูกฝังให้รู้คุณค่าของเงินมาตั้งแต่เด็ก ส่งผลให้คนญี่ปุ่นโดยทั่วไปไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและกลายเป็นชาติที่มีอัตราการออมเงินส่วนบุคคลสูงเป็นอันดับต้นๆ ครับ สิ่งที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจพบว่านักเรียนญี่ปุ่นกว่าสองในสามมีประสบการณ์ทำงานพาร์ทไทม์ในช่วงวัยเรียนครับ ตัวเลขที่สูงขนาดนี้เรียกได้ว่าสูงที่สุดในเอเชียแถมยังติดหนึ่งในท็อปโลกเลยทีเดียว เพราะขนาดนักเรียนฝรั่งอย่างในยุโรปหลายประเทศหรืออเมริกาที่ผู้ปกครองค่อนข้างปล่อยให้เด็กใช้ชีวิตเองโดยอิสระนั้นยังสูงไม่เท่าญี่ปุ่นเลยครับ ทีนี้ลองมาดูกันในคอลัมน์คุยกับชาร์ตประจำเดือนนี้นะครับว่า เพราะอะไรนักเรียนญี่ปุ่นถึงได้สนใจทำงานพาร์ทไทม์กันถึงขนาดนี้ 1️⃣ เพื่อหารายได้เสริม จากการที่ประเทศญี่ปุ่นได้ประสบภัยสงครามมาเมื่อในอดีต ทำให้คนญี่ปุ่นเข้าใจถึงความขัดสนเป็นอย่างดี คนญี่ปุ่นโดยทั่วไปจะไม่มีนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและชอบเก็บออมซึ่งจะถูกปลูกฝังมาแต่เด็กครับ ฉะนั้นเมื่อเด็กๆ อยากได้อยากซื้อของเล่น สินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ ที่อยากได้ หลายคนก็จะเก็บหอมรอมริบจากการทำ งานพาร์ทไทม์ หลายคนสามารถเก็บได้เป็นก้อนใหญ่เอาไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนๆ …

งานพาร์ทไทม์…กิจกรรมยามว่างสุดฮิตนักเรียนญี่ปุ่น Part-Time Job in Japan (Baito) Read More »

คิตะคิวชู…เมืองแห่งภาพยนตร์ญี่ปุ่น “Hollywood in Japan”

ภาพยนตร์ญี่ปุ่น คุยกับชาร์ต Vol.7 คิตะคิวชู…เมืองแห่ง ภาพยนตร์ญี่ปุ่น “Hollywood in Japan” นับตั้งแต่การประกาศยกเว้นวีซ่าให้คนไทยถึง 15 วันตั้งแต่ปี 2013  จำนวนนักท่องเที่ยวไทยในญี่ปุ่นก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าสามเท่า! ตัวเลขนี้อาจไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับพวกเรานัก ด้วยประเทศญี่ปุ่นเองก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับหนึ่งของเอเชียในใจคนไทยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว จากทัศนียภาพที่สวยงาม วัดและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งอาหารอร่อยๆ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการท่องเที่ยว แต่สิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตัวเลขนักท่องเที่ยวไทย คือกว่าครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่เคยไปญี่ปุ่นแล้วแต่ก็กลับไปเที่ยวอีกซ้ำๆ หรือที่เรียกว่า Repeater นั่นเองครับ อย่างว่าแหละครับ ญี่ปุ่นเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่เบื่อจริงๆครับ ตัวผมเอง ปีนี้ก็ไปมาสองรอบแล้วครับ…แฮะๆ ด้วยตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่มากมายมหาศาลนี้ ก็ได้ดึงดูดให้องค์กรภาครัฐและเอกชนของญี่ปุ่นให้เข้ามาสนใจมากยิ่งขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือผ่านทางการใช้บัตรเครดิตที่จูงใจให้นักท่องเที่ยวไทยไปช็อปกันมากขึ้นด้วยส่วนลดพิเศษบวกเพิ่มไปจากการยกเว้นภาษี (Tax Free) หรือของสมนาคุณต่างๆ สำหรับนักช็อปชาวไทยโดยเฉพาะ! ซึ่งล่อตาล่อใจเสียเหลือเกินครับ เมื่อเราพูดถึงเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไทยมักจะไปแล้ว อันดับหนึ่งสำหรับคนที่ไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกคงหนีไม่พ้นโตเกียว เมืองหลวง และศูนย์รวมเทคโนโลยี ศูนย์รวมธุรกิจของญี่ปุ่น แต่สำหรับเหล่า Repeater แล้วจุดหมายปลายทางถัดไปก็คือเกาะคิวชู (九州) ซึ่งอยู่ทางใต้และเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศญี่ปุ่นครับ ด้วยเหตุนี้เอง ทางรัฐบาลท้องถิ่น (Local Government) ของจังหวัดต่างๆ และบริษัทเอกชนในเกาะคิวชู จึงได้เล็งเห็นโอกาสตรงนี้และพยายามที่จะโปรโมทเกาะคิวชูให้คนไทยมาท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น พื้นฐานของเกาะคิวชูนั้นก็เต็มไปด้วยอาหารพื้นบ้านอร่อยๆ …

คิตะคิวชู…เมืองแห่งภาพยนตร์ญี่ปุ่น “Hollywood in Japan” Read More »

เปิดชีวิตคนไร้บ้านในญี่ปุ่น… “Homeless in Japan”

คุยกับชาร์ต Vo.6 เปิดชีวิตคนไร้บ้านในญี่ปุ่น…Homeless in Japan ญี่ปุ่น ประเทศเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่บนแนวภูเขาไฟ ไม่ได้อุดมสมบูรณ์มากมายไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเหยื่อสงคราม เคยถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ และเกิดภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น ทซึนามิ หรือแผ่นดินไหวนับครั้งไม่ถ้วน น่าแปลกใจครับว่า ประเทศนี้กลับสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ด้วยความเร็วที่แซงหน้าอีกหลายประเทศที่อุดมสมบูรณ์กว่า จนปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจของโลก แน่นอนครับ ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจแบบไฮสปีดแบบนี้ย่อมมาพร้อมกับปัญหาสังคมต่างๆ และคอลัมน์ คุยกับชาร์ต ในเดือนนี้จะพาทุกคนให้รู้จักในอีกมุมหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นครับ ปัญหาคนไร้บ้าน เป็นหนึ่งในปัญหาสังคมใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นที่เลื่องลือ หากใครเคยได้มีโอกาสไปเดินเล่นยามค่ำคืนตามเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นอย่างโตเกียว เกียวโต โอซาก้า หรือฟุกุโอกะแล้ว อาจจะพอมีโอกาสได้เห็นกล่องลังกระดาษวางเรียงกันตามสวนสาธารณะหรือใกล้สถานีใหญ่ ด้วยความที่กล่องลังกระดาษเหล่านี้อาจถูกวางเรียงกันอย่างมีระเบียบ ไม่มีเศษขยะเลอะเทอะออกมาให้เห็น หลายคนจึงไม่อยากจะเชื่อว่านี่แหละครับที่พักอาศัยของคนไร้บ้านหรือที่เรียกกันว่า Homeless (ホームレス) นั่นเองครับ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีจำนวนคนไร้บ้านสูงตามเมืองใหญ่ ซึ่งเคยมีสูงถึงกว่าห้าพันคนในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้เคลมว่าลดลงมาแล้วเหลือประมาณสองพันคนในปัจจุบัน ด้วยตัวเลขขนาดใหญ่นี้จึงทำให้ผมสนใจว่า ทำไม๊..ทำไม ประเทศที่พัฒนาแล้วที่ดูอะไรอะไรก็ไฮเทคไปหมด ถึงมีคนที่ไม่มีงานทำแถมไม่มีทีอยู่ได้เป็นจำนวนมากขนาดนี้ ผมจึงพยายามหาโอกาสที่จะไปลงพื้นที่จริงเพื่อค้นหาคำตอบด้วยตัวเองซึ่งวันนี้จะเอามาเล่าให้ทุกคนฟังครับ ครั้นเมื่อผมใช้ชีวิตเป็นนักเรียนปริญญาโทอยู่ที่ญี่ปุ่น วันหนึ่งเพื่อนสนิทผมฮิโรชิ (คนเดิมกับที่พาไปทัวร์หมู่บ้านโคซึเกะในคราวก่อน) ได้ชวนผมไปทำอาหารแจกคนไร้บ้านละแวกสถานีชินจุกุร่วมกับเอ็นจีโอแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเอ็นจีโอที่ให้ความช่วยเหลือคนไร้บ้านและจัดกิจกรรมทำอาหารแจกทุกๆ วันเสาร์ โดยเปิดโอกาสให้คนภายนอกเข้าร่วมแต่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้านะครับ ทันทีที่ถูกชวน ผมก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเลด้วยความสนใจส่วนตัวที่อยากจะไปสัมผัสชีวิตคนไร้บ้านแบบถึงที่อยู่แล้วด้วยครับ เมื่อถึงวันเสาร์ …

เปิดชีวิตคนไร้บ้านในญี่ปุ่น… “Homeless in Japan” Read More »

“Priority Seat in Japan” ประสบการณ์สัญญาณมือถือเกือบคร่าชีวิตคุณป้าบนรถไฟ

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นหรือบ้านหลังที่สองของผมอีกครั้งเพื่อไปประชุมงานครับ แน่นอนว่าอากาศตอนนี้หนาวถึงขั้นหนาวมากขนาดที่ว่าใส่ HEAT TECH (ヒートテック) แล้วยังต้องมีเสื้อตัวหนาๆ และทับด้วยแจ็คเก็ตขนเป็ดถึงจะอุ่นพอสำหรับคนไทยอย่างเราๆ ซึ่งโตมาจากประเทศที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่เคยได้สัมผัสฤดูหนาวเลยครับ ทริปการประชุมของผมในครั้งนี้เรียกได้ว่าทรหดเหมือนทุกครั้ง ต้องวิ่งไปที่โน่นที่นี่ ขึ้นรถไฟ ขึ้นแท็กซี่เพื่อทำเวลา อย่างว่าแหละครับ…ทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น เรื่องเวลากับความคุ้มค่าถือว่าสำคัญมาก ถูกส่งให้ไปประชุมต่างประเทศก็ต้องไปให้คุ้ม ในทริปนี้ถึงแม้จะเป็นทริปสั้นๆ เพียงแค่สัปดาห์เดียวแต่ผมก็มีโอกาสได้ใช้บริการทั้งรถไฟบนดิน ใต้ดิน และรถไฟความเร็วสูงอย่างชินกันเซ็นครบหมดทั้งในและนอกเวลาเร่งรีบหรือ Rush Hour (ラッシュアワー) ครับ พอพูดถึงการนั่งรถไฟในญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่ผมพยายามหลีกเลี่ยงอยู่เสมอก็คือการนั่งรถไฟในช่วงเวลาเช้าก่อนทำงานที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนไม่ต่างจากปลากระป๋องและการนั่งรถไฟหลังเลิกงานซึ่งอัดแน่นไปด้วยผู้คนที่มีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานครับ เมื่อผมได้มีโอกาสไปสัมผัสสถานการณ์เช่นนี้อีก จึงทำให้ผมได้นึกถึงเหตุการณ์ระทึกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งผมได้ประสบมากับตัวครั้นเมื่อเป็นนักศึกษาปริญญาโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว.. ถ้าถามว่าทำไมถึงน่าระทึก…ก็เพราะว่าผมเกือบคร่าชีวิตคุณป้าบนรถไฟโดยไม่รู้ตัวสิครับ!!! เรื่องมันมีอยู่ว่า…ปกติเวลาผมไปเรียนเข้าคลาสที่วิทยาเขตฮงโกะ (本郷キャンパス) ผมมักจะนั่งรถไฟจากบ้านผมที่คาชิวะ จังหวัดชิบะ (柏市千葉県) มาลงที่สถานีอุเอโนะ(上野) ซึ่งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยโดยระยะเดินประมาณสิบห้านาทีครับ จริงๆแล้วมีอีกหลายสถานีที่ผมสามารถใช้ได้อย่างเช่น สถานีโทไดมาเอะ (東大前) หรือฮงโกะซังโจวเมะ(本郷三丁目)ซึ่งอยู่แทบจะติดประตูมหาวิทยาลัยเลย แต่ผมจะชอบบรรยากาศสถานีอุเอโนะมากกว่าเพราะมีสวนอุเอโนะ (上野公園) ขนาดใหญ่อยู่ข้างๆ ให้เดินผ่านซึ่งทำให้เราผ่อนคลายได้ทั้งก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียนครับ สวนอุเอโนะแห่งนี้จะมีความพิเศษนิดนึงตรงที่ว่าเป็นสวนขนาดใหญ่และมักจะมีคนมาเล่นดนตรีเปิดหมวก เปิดท้ายขายของเก่าให้เราหยุดแวะชมบ้างได้แก้เบื่อด้วยครับ วันนั้นที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดผมก็ได้ขึ้นรถไฟจากสถานีอุเอโนะตามปกติเพื่อมุ่งหน้าสู่คาชิวะครับ จริงๆ แล้ว รถไฟในวันนั้นถือว่าไม่แน่นมากครับเพราะผมขึ้นประมาณสองทุ่มซึ่งเลยเวลาเลิกงานมาแล้วพักหนึ่ง เนื่องจากผมได้ไปทานข้าวกับเพื่อนๆ ร่วมชั้นหลังเลิกเรียน แต่ถึงกระนั้นเองผมก็หาที่นั่งไม่ได้อยู่ดี พอขึ้นขบวนได้ก็ถูกบีบให้ไปอยู่ชิดประตูเชื่อมโบกี้และไปยืนโหนอยู่ตรงหน้าที่นั่งสำหรับบุคคลพิเศษหรือ Priority Seat (優先席) …

“Priority Seat in Japan” ประสบการณ์สัญญาณมือถือเกือบคร่าชีวิตคุณป้าบนรถไฟ Read More »

“Slow Life in Yamanashi” ตะลุยเที่ยวหมู่บ้านพอเพียงโคซึเกะ

พอเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีทีไร ทุกคนก็จะนึกถึงวันหยุดที่มีมากมายและคำถามที่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดีมักจะตามมาครับ ผมเองก็เช่นกัน ผมจึงถือโอกาสลางานยาวเกือบสองสัปดาห์เพื่อไปใช้ชีวิตแบบ Slow Life ในญี่ปุ่นครับ คำว่า Slow Life ของผมในที่นี้คือ การไปเที่ยวโดยไม่มีแพลนอะไรล่วงหน้าและไม่เร่งรีบ มีโอกาสไปญี่ปุ่นทีไร ผมมักจะนัดเจอเพื่อนฝูงสมัยเรียน เพื่อทานข้าวคุยอัพเดทชีวิตของแต่ละคน หรือรวมกลุ่มกันไปร้องคาราโอเกะซึ่งเป็นกิจกรรมยามว่างยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นครับ แต่ทว่า Slow Life in Japan ครั้งนี้ของผมมีความพิเศษเมื่อได้รับการติดต่อจากฮิโรชิ เพื่อนสนิทร่วมชั้นสมัยเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ฮิโรชิเป็นคนที่รักเมืองไทยมาก พูดไทยได้ และเคยทดลองใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนแออัดย่านรามคำแหงอยู่ร่วมเดือน เพื่อสัมผัสวิถีชิวิตจริงเก็บเกี่ยวข้อมูลเพื่อไปทำวิทยานิพนธ์และเสนอแนวทางพัฒนาชุมชนต่อไปครับ ฮิโรชิได้ติดต่อผมมาว่า เขาได้รับหน้าที่จากรัฐบาลญี่ปุ่นในฐานะคนรุ่นใหม่ให้พัฒนาชนบท โดยฮิโรชิถูกส่งให้ไปประจำอยู่ที่หมู่บ้านโคซึเกะ (小菅村) ซี่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ จ.ยามานาชิ (山梨県) ครับ หมู่บ้านโคซึเกะ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ใจกลางภูเขา มีพื้นที่กว้างเทียบเท่าเกาะแมนแฮตตัน สหรัฐอเมริกา แต่พื้นที่ 90% ถูกปกคลุมไปด้วยป่าไม้ครับ ประชากรที่นี่มีอยู่เพียงเจ็ดร้อยกว่าคนเท่านั้น และที่น่าแปลกใจคือ 40% ของประชากรหมู่บ้านเป็นคุณลุงคุณป้าวัยเกิน 60 ปีทั้งนั้นครับ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจที่จะไปเห็นสถานที่จริงครับ เมื่อได้ฟังความน่าสนใจของหมู่บ้านนี้จากฮิโรชิแล้ว ผมจึงไม่ลังเลที่จะรวบรวมเพื่อนอีกสามคน เพื่อเป็นแนวร่วมไปตะลุยหมู่บ้านนี้ด้วยกันครับ พวกเราออกเดินทางจากชินจุกุ (新宿) ตั้งแต่แปดโมงครึ่งเพื่อนั่งรถไฟยาวเกือบชั่วโมงครึ่งมาลงที่สถานีโอทซึกิ (大月) …

“Slow Life in Yamanashi” ตะลุยเที่ยวหมู่บ้านพอเพียงโคซึเกะ Read More »

Gap Year in Japan : ประสบการณ์สุดคุ้มนอกห้องเรียน

คุยกับชาร์ต : Gap Year in Japan ก่อนอื่นผมต้องขออภัยที่ห่างหายไปเมื่อเดือนที่แล้วเนื่องจากติดภารกิจต้องไปร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อการยกระดับขีดความสามารถของเยาวชนผ่านการอบรมและการฝึกงานที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งจัดโดยองค์การแรงงานระหว่างประทศ สหประชาชาติครับ ในงานเสวนานี้ ผมได้มีโอกาสบรรยายเรื่องประโยชน์จากประสบการณ์นอกห้องเรียนโดยได้นำกรณีตัวอย่างของรัฐบาลญี่ปุ่นไปพูดซึ่งได้มีการส่งเสริมให้เยาวชนหาประสบการณ์นอกห้องเรียนโดย “Gap Year” ทั้งนี้ Gap Year คืออะไร และมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ผมจะขอนำเสนอผ่านคอลัมน์คุยกับชาร์ตในเดือนนี้ เผื่อเป็นไอเดียสำหรับเพื่อนๆ น้องๆ ในการวางแผนการเรียนต่อไปครับ คำว่า “Gap Year” นั้นเป็นศัพท์ทั่วไปที่ใช้สื่อถึงการที่เยาวชนพักจากการเรียนในห้องเรียนชั่วคราวเพื่อออกไปหาประสบการณ์นอกห้องเรียนครับ ในกรณีของนักเรียนมัธยมมักจะหมายถึงนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่พักชั่วคราวก่อนเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และในกรณีของนักเรียนมหาวิทยาลัยจะหมายถึงนักเรียนพักชั่วคราวก่อนเข้าสู่ชีวิตวัยทำงาน คำว่า “พักชั่วคราว” นั้น หมายถึงการพักจากการเรียนในห้องเพื่อไปเรียนนอกห้อง หรือหาประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น เรียนภาษา ลงเรียนคอร์สเฉพาะต่างๆ การเรียนแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ การทำงานอาสา การท่องเที่ยว หรือฝึกงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในหรือต่างประทศครับ โดยทั่วไปแล้วการพักชั่วคราวนี้จะมีระยะเวลา 1-2 ปีครับ (แหล่งที่มา) นอกจากนี้ถ้าให้เทียบสิ่งที่เราสามารถเรียนได้จากห้องเรียนหรือหนังสือกับสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมดแล้วอาจมีไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำไปครับ ฉะนั้นการส่งเสริมให้เยาวชนใช้ Gap Year นั้นจึงเกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านี้ที่เรียกกันว่า “ประสบการณ์นอกห้องเรียน” ครับ จากการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยและบทความต่างๆ …

Gap Year in Japan : ประสบการณ์สุดคุ้มนอกห้องเรียน Read More »

เคารพเวลา = เคารพคน “Be On Time in Japan”

เรียนต่อญี่ปุ่น เคารพเวลา = เคารพคน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความ “เป๊ะ” ในเรื่องของเวลามากครับ เป็นที่รู้กันดีในระดับโลกว่ารถไฟของญี่ปุ่นนั้น วิ่งตรงตามตารางเวลามาก เป๊ะถึงระดับนาทีเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ยากที่จะหาประเทศใดมาเทียบเคียงได้ ขนาดรถไฟเยอรมัน ที่ว่าเกือบจะเป๊ะแล้ว ก็ยังสายให้เห็นได้ห้าถึงสิบนาทีเป็นปกติ (หากใครเจอรถไฟฟ้าในประเทศอื่นที่เป๊ะกว่าญี่ปุ่น ช่วยบอกผมด้วยนะครับ) ในญี่ปุ่นหากตารางรถไฟเขียนไว้ว่า รถไฟจะมาถึง 15.33 แสดงว่า “สามโมงสามสิบสาม” เมื่อไหร่ คุณจะเห็นรถไฟจอดอยู่ตรงหน้าคุณครับ! ฉะนั้นใครที่มาถึงสามโมงสามสิบห้าแล้วไม่เห็นรถไฟ จงตระหนักไว้เลยนะครับว่าคุณได้ตกขบวนนั้นไปแล้ว เพราะหากมีอะไรผิดพลาดและทำให้รถไฟเดินสาย เพียงนาทีสองนาทีคุณจะได้ยินเสียงประกาศแจ้งและขออภัยในสถานีได้อย่างทั่วถึง ส่วนตัวคิดว่า การที่รถไฟจะวิ่งได้ตรงเวลาเป๊ะได้แบบนี้เป็นสิ่งน่าทึ่งมากครับ อย่างไรก็ตามความเป๊ะในญี่ปุ่นยังไม่หมดแค่นี้ครับ แต่ก็ยังลามไปถึงความเป๊ะในระดับรถบัสเลยทีเดียวครับ ในญี่ปุ่นจะมีตารางรถบัสให้เห็นอยู่ทั่วไปตามป้าย ซึ่งความพิเศษของมันอยู่ที่ว่ารถบัสที่วิ่งนั้นจะมาถึงตามเวลา สายเต็มที่ไม่เกิน 2-3 นาทีครับ ไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยครับ แต่ระบบการจัดการเดินทางรถบัสชั้นยอดของที่นี่ ได้สร้างความน่าทึ่งให้กับคนไปทั่วโลกเลยทีเดียวครับ จริงๆ แล้วคนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีระเบียบวินัยมาก ซึ่งการที่อะไรๆ ก็เป๊ะไปหมดในญี่ปุ่นนั้น ทำให้ชีวิตคนญี่ปุ่น มีความเป็นระบบระเบียบมากและทำให้เวลาถูกให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเป็นผลตามมา หากเราลองไปเดินเล่นดูตามท้องถนน เราจะสามารถพบเห็นนาฬิกาได้แทบจะทุกที่ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นตามสวนสาธารณะ ร้านค้า หรือป้ายโฆษณาต่างๆ ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงความใส่ใจในเวลาคนของญี่ปุ่น เอาจริงๆแล้ว ผมเองเคยสงสัยว่า ทำไม๊ทำไม.. …

เคารพเวลา = เคารพคน “Be On Time in Japan” Read More »

ขี่จักรยาน ในญี่ปุ่นต้องระวัง… Bike in Japan!

ขี่จักรยาน ในญี่ปุ่นต้องระวัง… Bike in Japan! เมื่อพูดถึงการใช้จักรยานกับสังคมไทย เราอาจนึกภาพไม่ออกว่าเจ้าสองสิ่งนี้มันเกี่ยวข้องกันยังไง “ผมขี่จักรยานมาทำงานครับ” “เราขี่จักรยานไปโรงเรียน” คำพูดเหล่านี้ไม่ใช่อะไรที่คุ้นหูเลยในสังคม สมัยเด็กๆ เราจะถูกสอนมาว่า เมืองไทยในอดีต ผู้คนใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางโดยอาศัยแม่น้ำลำคลอง ซึ่งเคยเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของไทย ต่อมาประเทศพัฒนาขึ้น มีการสร้างถนนหนทางครอบคลุมไปถึงพื้นที่หลักๆ ผู้คนก็เปลี่ยนมาใช้รถรากันมากขึ้น แต่ทว่าคนไทยใช้จักรยานเดินทางนั้น เราอาจจะไม่เคยได้ยินเลย จนกระทั่งเมื่อสองสามปีให้หลังครับ สังคมไทยเปลี่ยนไป ผู้คนใส่ใจเรื่องสุขภาพและเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ประจวบเหมาะกับภาวะราคาน้ำมันที่ดีดตัวสูงขึ้นทุกวันทุกวัน แถมรถก็ยังติดอีก ด้วยเหตุนี้เทรนด์ใหม่จึงเกิดขึ้น ซึ่งก็คือการขี่จักรยาน ไม่ว่าจะเป็น Road Bike หรือ Mountain Bike ก็ตาม แรกๆผู้คนก็เริ่มนำจักรยานมาใช้เพื่อเป็นการออกกำลังกาย ผ่อนคลาย เป็นกิจกรรมยามว่าง เส้นทางจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมิที่ถูกสร้างใหม่ ก็เต็มไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หลังจากนั้นมาความนิยมก็เริ่มแพร่หลาย และกระจายมาถึงการใช้จักรยานเพื่อเป็นพาหนะในการเดินทาง ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า เริ่มมีคนจำนวนหนึ่งนำจักรยานมาใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปทำงานครับ ล่าสุด ทางรัฐบาลเองมีการรณรงค์กิจกรรมปั่นเพื่อแม่หรือ Bike for Mom ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากทั่วประเทศ ผู้คนแห่กันซื้อจักรยานใหม่ รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ หมวก ชุด ถุงมือ เพราะในยุคโซเชียลนี้ …

ขี่จักรยาน ในญี่ปุ่นต้องระวัง… Bike in Japan! Read More »