แต่งกายไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี เดินป่าปีนเขา สไตล์สาวญี่ปุ่น

แต่งกายไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี เดินป่าปีนเขา สไตล์สาวญี่ปุ่น

SHARE
, / 5905 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

Yama Girl  ไป เดินป่าปีนเขา สไตล์สาวญี่ปุ่น

yamagirl

 

แม้จะเป็นประเทศเกาะที่มีทะเลล้อมรอบ  แต่คนญี่ปุ่นชอบ เดินป่าปีนเขา กันมากกว่าคนไทยเรามาก  อาจจะเพราะภูมิประเทศที่มีแต่ภูเขาถึง 70% ของพื้นที่ทั้งหมด  อีกทั้งป่าเขาได้รับการอนุรักษ์ ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์  มีความสวยงามที่แตกต่างกันไปในทุกฤดู

003

โดยเฉพาะเดือนตุลาคม  เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง  秋 : aki   ก็หมายความว่าได้เวลาแห่งการชม ใบไม้เปลี่ยนสี  ( 紅葉 : kouyou ) กันแล้วค่ะ

หนึ่งในการไปชมใบไม้แดงอย่างสุนทรีย์แบบคนญี่ปุ่น  คือต้องไปชื่นชมความงามของธรรมชาติกันกลางป่าเขา  ไม่ใช่แค่ไปเดินๆ เล่นๆ ขึ้นเคเบิลคาร์ชมวิว ถ่ายรูปแล้วกลับบ้าน  แต่เป็นการไปเดินเขากันอย่างจริงจัง    แค่แบบสั้นๆ ไปเช้าเย็นกลับ  พี่แกก็เดินขึ้นเขาลงห้วยกันหลายกิโลแล้ว

yamagirl004

ในส่วนของสาวๆ ญี่ปุ่น  การไปเดินป่าปีนเขานั้นก็เป็นที่นิยมเช่นกัน  และยิ่งมาบูมมากตั้งแต่ช่วงประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว  มีทัวร์เดินป่าที่จัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ถึงกับมีคำศัพท์ใหม่ขึ้นมาว่า   山ガール  Yama girl  ( ยามะแปลว่าภูเขา )  เป็นคำศัพท์ที่หมายถึงสาวๆ ที่ชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์อย่างการเดินป่า ปีนเขา  และที่สำคัญคือการแต่งกายค่ะ

005_yamagirl1

ยามะเกิร์ลตัวจริงเสียงจริง   เสื้อผ้าหน้าผม พร้อมแอคเซสซารี่ทุกอย่าง ต้องเป๊ะ!  จะมาเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบเพลนๆ  ไปเดินป่า  ไม่ด้ายยยย

แล้วร้านจำหน่ายอุปกรณ์เอาท์ดอร์ที่ญี่ปุ่นก็ดั๊นมีมากมายค่ะ  เท่าที่ลองเปรียบเทียบราคาดู  ซื้อสินค้าเอาท์ดอร์ที่ญี่ปุ่นไม่ได้ถูกกว่าซื้อที่เมืองไทย  เพราะเป็นสินค้านำเข้าจากยุโรปหรืออเมริกาก็ใช่น้อย    เพียงแต่ว่ามันมีให้เลือกเยอะมากๆๆๆ   เสื้อผ้า รองเท้า หลายแบบหลากสไตล์  จะแฟชั่นจ๋า  กุ๊กกิ๊ก  บึกบึน ฯลฯ มีให้เลือก mix and match ได้ตามใจชอบ

แถมพนักงานในร้านเอาท์ดอร์เหล่านี้  เค้าจะคัดมาเป็นพิเศษ คือส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีงานอดิเรก  มีความรัก ความหลงใหล กิจกรรมเอาท์ดอร์เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว  จึงมีความรู้และประสบการณ์ที่จะให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่ลูกค้าได้อย่างเชี่ยวชาญ และมีความรู้  มีประสบการณ์จริงๆ  ไม่ใช่แค่อ่านสรรพคุณจากแคตตาล็อกสินค้า

เราจะไปเดินป่า ปีนเขาที่ไหน  ฤดูอะไร  สามารถปรึกษาขอคำแนะนำจากพนักงานในร้านได้เลย   พนักงานที่ตอบคำถามในบางสถานที่ไม่ได้  จะไปเรียกเพื่อนร่วมงานที่มีประสบการณ์ไปสถานที่นั้น  มาอธิบายเป็นฉากๆ ( อธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นนะคะ )  และแนะนำอุปกรณ์ที่จำเป็นได้อย่างน่าเชื่อถือมากๆๆ ค่ะ  เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียให้ฟังอย่างชัดเจน  เล่นเอาเคลิ้ม  ควักเงินจ่ายไปแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

yamagirl002

ว่าแล้ว  ไปเลือกซื้อเครื่องแต่งกายสไตล์ยามะเกิร์ลกันค่ะ

เริ่มจากเสื้อผ้า  ในการไปเดินป่าไม่ใช่ว่าจะใส่อะไรก็ได้นะคะ   แต่จะต้องเลือกเสื้อผ้าที่มันสามารถสวมทับเป็นชั้นๆ  หรือ ” レイヤー  : เลเยอร์”  ได้อย่างเหมาะสมกับฤดูกาล และสภาพอากาศ   ตั้งแต่พื้นราบจนถึงเป้าหมายซึ่งแน่นอนว่าควรจะเป็นยอดเขา ( สูงหรือเตี้ยนั่นอีกเรื่องนึง)

อีกทั้งสภาพอากาศบนภูเขามีการแปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลา  เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยว   ฝนตก แดดออก เอาแน่เอานอนไม่ได้   ตอนเดินก็ร้อน  นั่งพักสักพักก็หนาว  เดี๋ยวถอดเดี๋ยวใส่ ดูน่าหงุดหงิด  แต่มันคือเรื่องจริงที่จะเกิดขึ้นตอนไปเดินป่า

009_sping_summer2 009_sping_summer1 009_autumn2 009_autumn1

เสื้อที่ต้องหลีกเลี่ยงเลยคือ “เสื้อที่ทำจากฝ้าย “

แม้ว่าจะนุ่มใส่สบาย  แต่เสื้อผ้าฝ้ายดูดซับความชื้นมาก และใช้เวลานานกว่าจะแห้ง  จะทำให้ไม่สบายเอาได้ง่ายๆ  ผ้าฝ้ายจึงจะเหมาะกับกิจกรรมในฤดูร้อนในสถานที่ที่ไม่สูงมากกว่า

โดยหลักเลย เสื้อท่อนบนจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้นหลัก ๆ เค้าจะใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ คือ

  1. เสื้อตัวใน アンダーウェア   ( underwear )  ควรทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่แห้งง่าย  ระบายเหงื่อได้ดี
  2. เสื้อตัวกลาง ミッドレイヤー   ( middle layer ) แจ็คเก็ตเพื่อความอบอุ่น
  3. เสื้อตัวนอก アウターウェア  ( outer wear )  เพื่อกันลม กันฝน

แต่ไม่ได้หมายความว่าใส่แค่ 3 ชั้นนี้แล้วจบนะคะ  ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จะไปด้วยว่าสภาพอากาศเป็นอย่างไร  เพราะแต่ละฤดู  มีสภาพอากาศที่แตกต่าง  ทำให้การเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมก็จะแตกต่างกันไป

 

สำหรับท่อนล่าง 
จะเป็นกระโปรงสั้น  กางเกงขาสั้น  ขายาว แล้วแต่สภาพอากาศที่จะไปในฤดูนั้น   แต่สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกวัสดุสังเคราะห์ที่แห้งง่าย ทนทาน แต่มีความยืดหยุ่น

yamagirl001

ไทท์ タイツ : tight หรือกางเกงยืดซัพพอร์ท

เป็นตัวสำคัญที่ทำให้แฟชั่นชุดปีนเขาดูเก๋ไก๋  และมีสีสันสำหรับคุณสาวๆ เลยล่ะค่ะ  โดยเฉพาะถ้าใส่กระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้นล่ะก็   ไทท์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียวเชียว

แม้แต่ไทท์ก็ยังมีสารพัดแบบให้เลือกค่ะ  ตั้งแต่แบบธรรมดาๆ แค่ใส่เพื่อความกระชับและความสวยงาม  ไปถึงแบบที่ผลิตมาสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ แบบการปีนเขาโดยเฉพาะ

วัตถุประสงค์หลักคือช่วยในการซัพพอร์ทการเดิน  ในส่วนของสะโพก  หัวเข่า  ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการไหลเวียนของเลือดได้ดี   ทำให้ลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ

ไทท์ซัพพอร์ท ไฮเทค ไฮโซพวกนี้ต้องขอบอกว่า ราคาแบบกัดฟันซื้อกันเลยทีเดียว  ยี่ห้อดังๆ ราคาหมื่นเยนขึ้นไป   โอย…แค่ซื้อไทท์ ราคาสาม-ห้าพันบาท ก็ทำเอาเหงื่อแตกพลั่กตั้งแต่ยังไม่เริ่มออกเดินทางแล้วล่ะค่ะ   แต่ต้องยอมรับว่ามันช่วยได้มากเลยล่ะค่ะ  (หรือจะคิดไปเองก็ไม่รู้นะคะ )

010

ที่สำคัญคือ  สาวๆ ชาวอาทิตย์อุทัยส่วนใหญ่จะมีเซ้นส์เรื่องสี ในการมิกซ์แอนด์แมชท์ได้ดี   ถ้ากระเป๋าสตางค์หนาพอ  จะซื้อทุกอย่างพร้อมกันรวดเดียวครบเซ็ท ใส่ได้ทุกฤดูกาล  ก็คงสามารถจับเซ็ทให้เข้ากันได้ในการซื้อครั้งเดียว

แต่ในความเป็นจริง  สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์  จะเดินป่าครั้งเดียวแล้วเลิกหรือเปล่าก็ไม่รู้   จะค่อยๆ ทะยอยซื้อทีละนิด ทีละหน่อย ก็ต้องระวังเลือกสี รวมถึงแบบให้เข้ากัน

 

แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด  นั่นก็คือ “รองเท้า” ค่ะ 

เพราะต้องอาศัยการเดินเป็นเวลานาน ๆ  ทั้งทางเรียบ  ขุรขระ ทางขึ้น ทางลง   การไปเดินป่า หรือปีนเขาในแต่ละแห่ง จำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่เหมาะสมด้วย

ถ้าใส่เดินไปนานๆ แล้วเจ็บ เล็บถลอก  ข้อเท้าพลิก  จะกลายเป็นว่าแทนที่จะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงาม  กลับต้องเดินกัดฟันทรมานไปกับเท้าที่ปวดระบมซะนี่

アウトドアシリーズ

รองเท้าแบรนด์ดังๆ มีจำหน่ายมากมาย  น้ำหนักเบา ฟังก์ชั่นระบบการซัพพอร์ทสุดล้ำ  พื้นรองเท้าแต่ละแบบก็ต่างกันตามสภาพการใช้งาน   แถมมีทั้งแบบหุ้มส้น  หุ้มข้อ  หุ้มข้อแบบสูง  วัสดุที่ใช้   กันน้ำ ซับน้ำ  โอยยยย… ฯลฯ ฟังก์ชั่นที่เหมาะกับลักษณะของการไปเดินป่า ปีนเขาแต่ละแบบ

แต่เนื่องจากลักษณะเท้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  สิ่งสำคัญที่สุดคือเลือกรองเท้าที่มีขนาดและรูปทรงฟิตกับเท้าของเรา  ไม่ได้เลือกจากเบอร์รองเท้าที่ใส่ประจำ หรือสั่งซื้อจากอินเตอร์เน็ตเพราะเชื่อคำโฆษณาของแบรนด์ดัง ๆ   แต่ต้องไปลองใส่จริง

ร้าน Victoria ที่เจ๊ชอบไปประจำ (คือแค่เข้าไปเดินดูก็สนุกแล้ว )   มีสิ่งที่ชอบมากคือตอนซื้อรองเท้า  จะมีจำลองทางที่เป็นหินขุรขระ  ทางลงลาดชันให้ลองเดินดูว่าเวลาไปเดินจริง เจอสภาพทางแบบนี้ ใส่รองเท้าแล้วรู้สึกยังไง    เราจะเลือกรองเท้าที่พอดีกับเท้าเป๊ะไม่ได้  เพราะตอนลงเขา เท้าจะจิกไปข้างหน้า  อีกทั้งต้องเผื่อสำหรับถุงเท้าที่ต้องหนาพอสมควร   จึงจำเป็นต้องเลือกรองเท้าขนาดที่พอจะมีที่ว่างด้านหน้าไว้นิดหน่อยค่ะ

012

นี่พูดถึงแค่เสื้อผ้าและรองเท้า  ก็เขียนมายาวเหยียดแล้ว  ยังมีอุปกรณ์อีกมากมายค่ะ  ไม่ว่าจะเป็นหมวก  เป้สะพาย  ถุงมือ ถุงเท้า ที่หุ้มข้อเท้า  ไม้เท้า ฯลฯ เรียกว่าจะเป็นยามะเกิร์ลเต็มตัวนี่  ต้องพร้อมทั้งใจและกาย บวกเงินในกระเป๋า

แต่ตอนนี้พอแค่นี้ก่อน   ปิดท้ายกันด้วยภาพแพคอาหารสำหรับเดินป่า  ที่มีให้เลือกมากมายไม่น้อยหน้าอุปกรณ์อื่นๆ  แบบเห็นแล้วทึ่งว่าพี่แกช่างสร้างสรรค์สมกับเป็นดินแดนแห่งความครีเอทีฟจริงๆ

007_shop2

013_food1 013_food2 013_food3 013_food4 013_food5

สุดท้ายนี้  ขอให้ทุกคนเที่ยวอย่างสนุก  มีความสุขกับสีสันอันสวยงาม และบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นนะคะ

001

 

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง  ไม่คิดค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียน
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com

 

หรือ Add Line มาสอบถามกันได้นะคะ
คลิก 👉 http://bit.ly/line-jed

เพิ่มเพื่อน

Be Sociable, Share!

PASSWORD RESET

LOG IN