การเรียน MBA ที่ญี่ปุ่น

การเรียน MBA ที่ญี่ปุ่น

SHARE
, / 3132 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

เรียน MBA ที่ญี่ปุ่น

การเรียนสาขาบริหารธุรกิจที่ญี่ปุ่น
คุณพหล ตาปัญญา ( แบ๋ม )

การศึกษา ปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ  Ritsumeikan Asia Pacific University (APU)
ปริญญาโท สาขา MBA Waseda University

studyinjapan_mba

ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ Jeducation Guide Book 2010

 

ทำไมถึงต้องมาเรียน MBA ที่ญี่ปุ่น ???

ทำไมถึงต้องมาเรียน MBA ที่ญี่ปุ่น?  ทำไมไม่ไปเรียนที่อเมริกา หรือไม่ก็ไปยุโรป?  ญี่ปุ่น MBA ไม่ดังไม่ใช่หรือ? คำถามเหล่านี้ยังคงเป็นคำถามยอดฮิตเวลาเราพูดถึง“NIPPON MBA”


ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่มองแค่มุมของ “MBA International Ranking” ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า MBAญี่ปุ่นแทบจะไม่ติดอันดับต้นๆของโลกเลย แต่ผมอยากจะให้เราลองพลิกมองอีกมุมหนึ่ง ให้พิจารณาถึงผลพลอยได้ที่นอกเหนือจากเนื้อหาสาระของ MBA ซึ่งแท้จริงแล้ว

MBA นั้นที่ไหนๆก็มีหลักสูตรคล้ายๆกัน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรา อเมริกา หรือ ญี่ปุ่น แต่สิ่งที่เราจะสามารถสร้างความแตกต่างได้นั้นก็คือ การเลือกสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “วัฒนธรรม วิถีชีวิต และ ภาษา” ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อ “วิธีคิด วิธีพูด วิธีทำ” ของเรา

สำหรับผม การเลือกมาเรียนญี่ปุ่น

1) เป็นการเลือกที่จะมาเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัฒนธรรมที่หล่อหลอมให้คนญี่ปุ่นมีความมุ่งมั่น และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

2) เป็นการเลือกที่จะมาลองใช้ชีวิตอยู่ใน “สังคมเมืองสุดขั้ว” สังคมที่จังหวะชีวิตวิ่งเร็วกว่าประเทศอื่นๆมาก ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าใครสามารถใช้ชีวิตในญี่ปุ่นได้แล้ว ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนในโลกก็สามารถปรับตัวใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3) ผมตั้งข้อสังเกตว่า เดี๋ยวนี้ใครๆก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่มีกี่คนล่ะ ที่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี? บริษัทญี่ปุ่นเป็นบริษัทอันดับหนึ่งที่ไปลงทุนในบ้านเราไม่ใช่หรือ? ดังนั้นถ้าเราสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ดี ก็เท่ากับว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเอง โอกาสในการได้งานทำหลังเรียนจบ MBA นั้นย่อมสูงตามมูลค่าเพิ่มของตัวเราเองด้วย

 

เศรษฐกิจญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับสองของโลก บริษัทญี่ปุ่นมีระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากเป็นอันดับต้นๆของโลก แล้วถ้าพูดถึง เรื่อง “Innovation & Creativity” แล้ว ผมคิดว่าเราโดยส่วนมากต้องคิดถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก ลองมองไปรอบๆตัวเราตอนนี้ดูซิครับ ผมเชื่อว่าอย่างน้อยเราต้องเห็นสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น

ลองคิดดูเล่นๆนะครับว่า ถ้าญี่ปุ่นบริหารจัดการไม่เก่งจริงๆ ทำไมเราทุกคนถึงรู้จักโดราเอมอน? ทำไมญี่ปุ่นถึงสามารถขายสินค้าได้ทั่วโลก? ทำไมใครๆก็อยากใช้ของแบรนด์ญี่ปุ่น? ทำไม Toyota ถึงแซงหน้า GM ได้? ผมมีความเชื่อมั่นว่าศตวรรษที่21นี้ความเจริญรุ่งเรืองได้เริ่มเคลื่อนตัวจากฝั่งตะวันตกมาอยู่ที่ฝั่งเอเชียของเราแล้ว และญี่ปุ่นเองก็พยายามสร้าง Position ของตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค Asia-Pacific  ซึ่งเราจะสังเกตได้ง่ายๆอย่างเช่นว่า จำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทุกปี ตอนนี้มีนักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในญี่ปุ่นมากกว่า 100,000 คน และญี่ปุ่นถือเป็นประเทศในอันดับต้นๆที่ส่งเสริมการให้ทุนการศึกษากับนักเรียนต่างชาติ ซึ่งถือว่าให้มากกว่าฝั่งอเมริกา หรือ ยุโรป

เพื่อนๆในชั้นเรียนMBA ของผมเองนั้น โดยส่วนมากมาจาก จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลย์เซีย อินเดีย เป็นต้น ประเทศเหล่านี้ไม่ใช่หรือครับ คือประเทศหลักๆที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเอเชีย และกำลังเพิ่มระดับความสำคัญในเวทีโลกมากขึ้น

ในชั้นเรียนMBAที่ญี่ปุ่น เราจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมองความคิดเห็น และเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันกับเพื่อนร่วมเอเชียของเรา ซึ่งจะส่งผลให้เราสามารถเข้าใจเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียของเราเองได้มากยิ่งขึ้น มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลขึ้น และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การสร้าง “Social Networking” ของเราเองทั้งกับเพื่อนญี่ปุ่น เอเชีย และ ตะวันตก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำงานในอนาคตของเรา ดังนั้นจากการที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด ผมคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับการตอบคำถามที่ว่า “ทำไมเราถึงต้องมาเรียน MBA ที่ญี่ปุ่น”

 

เราจะมีวิธีเลือกมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นที่สอน MBA อย่างไรบ้าง ???

มหาวิทยาลัยใหญ่ๆในญี่ปุ่นโดยส่วนมากจะมี MBA เป็นโปรแกรมภาษาญี่ปุ่น แต่สำหรับ MBA โปรแกรมภาษาอังกฤษแล้วนั้นยังถือว่ามีอยู่น้อย มหาวิทยาลัยที่มีโปรแกรมภาษาอังกฤษที่มือชื่อเสียงในญี่ปุ่นนั้น ได้แก่ Waseda University (Tokyo), Hitotsubashi University ICS (Tokyo), International University of Japan (IUJ, Niigata), และ Ritsumeikan Asia Pacific University (APU, Oita)  เป็นต้น

แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป อย่างเช่น สองสถาบันแรกนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในญี่ปุ่น บริษัทญี่ปุ่นจะนิยมส่งพนักงานมาเรียนต่อMBA ในสองสถาบันนี้ แล้วถ้าคนญี่ปุ่นคนไหนได้ยินว่าเราจบจากสองสถาบันนี้ เราก็จะได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก

ส่วนอีกสองสถาบันหลังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ แต่ชื่อเสียงของความเป็น “International” ก็ไม่แพ้กับสองสถาบันแรก สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยทั้งสอง เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตการเรียนเงียบๆในชนบท อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

แล้วสองสถาบันนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาต่างชาติ และ การช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติในการหางานหลังจบการศึกษา แต่ข้อเสียของสองสถาบันนี้คือ ค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ซึ่งอาจจะยากกับการปรับตัวเล็กน้อยในระยะเริ่มแรก และ การเดินทางไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร

หลักสูตร MBA ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ???

หลักสูตร MBA ญี่ปุ่นโดยส่วนมากก็จะคล้ายๆ กับหลักสูตร International MBA โดยทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็น Strategic Management, Entrepreneurship Management หรือ Technology Management ซึ่งผู้เรียนก็จะได้เรียนวิชาพื้นฐานบังคับเหมือนกัน เช่น Finance, Marketing, Accounting และ Human Resource Management เป็นต้น แต่ผู้เรียนจะสามารถเลือกเรียนวิชา Advance ที่ตัวเองสนใจได้เอง เช่น ถ้าใครอยากเน้นด้าน Finance ก็สามารถเลือกเรียนวิชา Advance ของ Financeเพิ่มเติมได้

แต่ที่สำคัญที่สุด คือการเลือกหัวข้อทำวิจัย และเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความสนใจส่วนตัวของเราเองว่าเราสนใจด้านไหนเป็นพิเศษ แล้วเราก็ต้องเลือกอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญสอดคล้องกับหัวข้อวิจัยของเรา

โดยส่วนใหญ่เราจะสามารถลงเรียนหน่วยกิตวิชาบังคับทั้งหมดได้ในปีแรก ส่วนในปีที่สองนั้น เราสามารถที่จะแบ่งเวลาสำหรับ การฝึกงาน การเขียนแผนธุรกิจตัวเอง หรือการเตรียมข้อมูลสำหรับงานวิจัยที่จะต้องส่งในเทอมสุดท้ายได้

ส่วนการเรียนการสอนในชั้นเรียน MBAนั้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา เพราะนักศึกษา MBAส่วนมากมีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย อย่างเช่น ที่มหาวิทยาลัยWaseda นักศึกษาMBA มีอายุเฉลี่ยมากกว่า30 ปี

ข้อแตกต่างระหว่างMBA ญี่ปุ่นและต่างประเทศนั้น ผมคิดว่าคือความสมดุลของการได้เรียนรู้กรณีศึกษาของทั้ง บริษัทระดับสากลและบริษัทญี่ปุ่น เราจะได้เรียนรู้ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของบริษัทที่สำคัญๆของญี่ปุ่นในสาขาธุรกิจต่างๆทั้งในและต่างประเทศอย่างเจาะลึก

นอกจากนั้นแล้วอาจารย์ก็ยังให้นักศึกษาได้มีโอกาสนำเสนอกรณีศึกษาที่น่าสนใจของแต่ละประเทศในชั้นเรียนซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และนักศึกษายังได้มีการไปเยี่ยมชมบริษัทต่างๆในบางโอกาสอีกด้วย

 

โอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ MBA เป็นอย่างไรบ้าง ???

คงมีหลายคนตั้งคำถามว่า จบ MBA ญี่ปุ่นแล้วจะมีงานดีๆทำไหม? จะมีโอกาสได้ทำงานในประเทศญี่ปุ่นไหม? ซึ่งต้องตอบตามความเป็นจริงว่า ในสมัยก่อน บริษัทญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่ไม่เน้น MBA แต่ในสมัยปัจจุบัน บริษัทใหญ่ๆของญี่ปุ่นเริ่มให้ความสำคัญกับ MBA มากขึ้น เพราะบริษัทโดยส่วนมากมีสาขาอยู่ในต่างประเทศ

ดังนั้นจึงเพิ่มความต้องการผู้ที่จบ MBA สำหรับการวางแผนธุรกิจและดูแลงานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศโดยตรง เราจะเห็นได้ว่าบริษัทใหญ่ๆบางบริษัทประกาศรับสมัครผู้ที่จบMBAโดยตรงในเวปไซต์ของบริษัท และที่สำคัญบริษัทข้ามชาติที่มีสาขาอยู่ในญี่ปุ่นมีความต้องการ ผู้ที่จบ MBA สูงมาก โดยเฉพาะสาขา Finance

สำหรับผู้ที่จบ MBA จากประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการหางานในประเทศไทยนั้น คงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถ นอกเหนือจากบริษัทญี่ปุ่นที่พร้อมอ้าแขนรองรับแล้ว ยังมีบริษัทข้ามชาติใหญ่ๆ และบริษัทไทยดีๆ ที่พร้อมยอมรับเราเข้าทำงาน

เพราะเราได้เลือกสร้างความแตกต่างให้ตัวเราเองด้วย “NIPPON MBA”!!!

 


ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ Jeducation Guide Book 2010

สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปทำซ้ำหรือเผยแพร่ในรูปแบบใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

 

Be Sociable, Share!

PASSWORD RESET

LOG IN