ที่พักในญี่ปุ่น : เรียนต่อที่ญี่ปุ่น หาที่พักแบบไหนดี ?

ที่พักในญี่ปุ่น : เรียนต่อที่ญี่ปุ่น หาที่พักแบบไหนดี ?

SHARE
, / 696 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

ที่พักในญี่ปุ่น 🏠

ที่พักในญี่ปุ่น

 

กำลังตัดสินใจไปเรียนต่อญี่ปุ่น ที่พักเป็นอีกเรื่องสำคัญ มีที่พักหลายแบบให้เลือก แต่..

หาที่พักยังไง พักแบบไหนดี? ราคาประมาณเท่าไร มีอะไรให้บ้าง? ไปหาเองที่ญี่ปุ่น จะคุยรู้เรื่องไหมนะ?

ลองอ่านเปรียบเทียบจากคอลัมน์นี้ดูค่ะ

 

 

🔹 หอพักของสถาบันการศึกษา

 

ถ้าพักหอพักของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ก็จะง่ายที่สุด เพราะส่วนใหญ่จะมีเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเบื้องต้นไว้ให้พร้อม สามารถรู้เส้นทางหรือวิธีการเดินทางไปเรียนได้ตั้งแต่แรก ไม่ต้องไปนั่งงมเอง

และที่สำคัญคือ  อย่างน้อยก็มีเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ที่สถาบันเดียวกันให้อุ่นใจ  แม้อาจจะไม่ใช่คนไทยด้วยกันก็ตาม  แต่หากทำอะไรยังไม่ถูกก็ยังมีคนให้พอปรึกษาได้  เพราะเมื่อไปถึงญี่ปุ่น มีนู่นนี่ที่ต้องดำเนินการมากมาย ไปติดต่อสำนักงานเขต ทำประกันสุขภาพ ซุปเปอร์แถวไหนถูก  จะเดินทางไปเรียนไปยังไง สารพัดฯ

ดังนั้น ถ้าไปญี่ปุ่นใหม่ๆ  การอยู่หอพักที่สถาบันจัดหาไว้ให้ในช่วงแรก  จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะค่ะ  รอให้ปรับตัวได้แล้ว 3 เดือนหรือ 6 เดือนตามแต่สัญญาเช่า  แล้วเราค่อยไปเสาะหาที่พักแห่งใหม่ตามใจก็ได้   เพราะถึงตอนนั้นก็จะพอรู้เส้นทาง หรือพอเริ่มมีงานพิเศษทำ ก็จะเริ่มมองหาที่พักที่สามารถเดินทางไปเรียนและทำงานพิเศษได้สะดวก

แต่หอพักของสถาบันการศึกษา ใช่ว่าจะเพียงพอสำหรับทุกคนค่ะ  หรือบางที ตัวนักเรียนก็ไม่ชอบหอพักที่สถาบันจัดให้ อยากจะหาที่พักแบบอื่นๆ เอง  ก็ทำได้เช่นกัน

แต่สำหรับมือใหม่ เพิ่งมาเรียนที่ญี่ปุ่น เจ๊แนะนำว่าอยู่หอพักที่ร.ร.จัดหาให้ก่อนจะดีกว่าค่ะ 

 

 

🔹 แชร์เฮ้าส์

แชร์เฮ้าส์ เป็นที่พักอีกแบบหนึ่งสำหรับนักเรียนหรือคนทำงาน ที่ไม่อยากอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเกินไป มีโอกาสได้พบปะเพื่อนต่างชาติและคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน

ในปัจจุบัน ที่ญี่ปุ่นมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแชร์เฮ้าส์ผุดขึ้นเยอะมากๆๆๆ  มีทั้งแบบที่เป็นบ้านและอาคาร มีทั้งแบบห้องนอนเดี่ยวและห้องนอนรวมกันหลายคน ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน จะใช้สถานที่ส่วนกลางร่วมกันได้แก่ ครัว ห้องน้ำ สุขา ห้องนั่งเล่น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายในบ้าน เช่นเครื่องซักผ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด โทรทัศน์ ฯลฯ

แชร์เฮ้าส์หลายแห่ง มีการจำกัดจำนวนคนต่างชาติและคนญี่ปุ่นในบ้าน ให้มีจำนวนพอ ๆ กัน เพื่อที่จะสามารถแลกเปลี่ยนกันได้  หรือไม่ทำให้รู้สึกแปลกแยกจนเกินไป   คนญี่ปุ่นที่พักแชร์เฮ้าส์ร่วมกับคนต่างชาติ  โดยมากจะเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดตัวเอง  อยากจะทำความรู้จักกับคนจากชาติต่างๆ  ทำให้ต่างชาติอย่างเราสามารถมีเพื่อนคนญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น

การทำสัญญาของแชร์เฮ้าส์ มีหลายแบบ มีทั้งแบบระยะสั้น 1 เดือนขึ้นไป จนถึงแบบที่ต้องทำสัญญาระยะยาว 6 เดือนหรือ 1 ปี

แต่ทั้งนี้ แชร์เฮ้าส์ จะไม่เหมาะกับคนที่ปิดตัวเองนะคะ    แชร์เฮ้าส์ เหมาะกับคนที่พร้อมจะเป็นมิตรกับคนใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา  และมีใจที่กว้าง ไม่หยุมหยิม  ไม่คิดเล็กคิดน้อย  เข้าใจในความแตกต่าง 

 

🔹 อพาร์ทเมนท์

การเช่าอพาร์ทเมนท์ที่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะทำสัญญาขั้นต่ำ 1 ปี มักจะมีแต่ห้องเปล่าๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ให้ ผู้เช่าต้องจัดการหาซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้ามาเอง จึงเหมาะสำหรับคนที่มีแผนจะปักหลักอยู่ระยะยาว เกิน 1 ปีขึ้นไป

การหาอพาร์ทเมนท์จะติดต่อผ่านบริษัทนายหน้า หรือเรียกว่า Fudosan (不動産) ที่จะช่วยแนะนำห้องพัก ตามเงื่อนไขและงบประมาณที่เราต้องการ การทำสัญญาต่างๆ จะเป็นภาษาญี่ปุ่น ดังนั้นการหาอพาร์ทเมนท์ด้วยตนเองที่ญี่ปุ่น จึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมากพอสมควร

นอกจากนั้น  การเช่าอพาร์ทเมนท์   นอกจากค่าเช่าแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียม เงินกินเปล่า ค่ามัดจำต่าง ๆ ที่จะต้องชำระอีกมากมาย   รวมแล้วในการทำสัญญาเช่า  จำเป็นจะต้องมีเงินประมาณ 5 – 6 เท่าของราคาค่าเช่าด้วยนะคะ  

 

🔹 เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์

จะเป็นอพาร์ทเมนท์ที่มีเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ทุกอย่างพร้อมสรรพ ยกกระเป๋าเข้าไปอยู่ได้เลย  มีอินเตอร์เน็ตให้เรียบร้อย ไม่ต้องไปวุ่นวายเดินเรื่องต่อเน็ทเองหรือหาซื้อพ็อกเก็ตไวไฟมาใช้ แต่แน่นอนว่า สะดวกขนาดนี้ ค่าเช่าก็มักจะแพงกว่า

ข้อดีของเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์คือ  สามารถทำสัญญาระยะสั้น 1-3 เดือนได้  และไม่ต้องมีค่ามัดจำ  เงินกินเปล่า ค่านายหน้า ฯลฯ สารพัดเหมือนกับการเช่าอพาร์ทเมนท์ปรกติ

เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ เหมาะกับคนที่รักความสบาย ยอมจ่ายสูง เพราะซื้อความสะดวกสบาย และทำสัญญาระยะสั้นๆ ได้   หากอยู่ครบสัญญาแล้วอยากจะย้ายไปที่อื่นก็ไม่ต้องวุ่นวาย เรื่องข้าวของเฟอร์นิเจอร์ในห้อง

 

🔹 โฮมสเตย์

เป็นการพักกับครอบครัวชาวญี่ปุ่น  ใช้ชีวิตเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวนั้นเป็นที่พักที่ทำให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีแบบญี่ปุ่นได้มากที่สุด อีกทั้งได้ฝึกฝน พัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ จากการใช้ชีวิตประจำวันกับครอบครัว

แต่การพักแบบโฮมสเตย์ที่ญี่ปุ่น  ต้องเตรียมใจไว้ก่อนว่าบ้านของโฮสต์มักจะอยู่ไกลจากตัวเมือง  ต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที – 1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

ระยะเวลาในการรับให้เข้าพัก   จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ  คือไม่เกิน 3 เดือน  และครอบครัวโฮสต์ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้คล่องแคล่ว

โฮมสเตย์ จะเหมาะสำหรับคนที่พอจะมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมาบ้างแล้ว ต้องการฝึกฝนเพิ่มเติม  เป็นมิตร  รู้จักปรับตัว ทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่พร้อมจะช่วยเหลือ  ไม่ใช่แขกที่มาพักบ้านคนอื่น     

 

จะเลือกที่พักแบบไหนดีนั้น ควรดูที่นิสัยของตัวเองเป็นหลักค่ะ ว่าเราเป็นคนนิสัยอย่างไร  และอยากจะไปใช้ชีวิตแบบไหน แต่ถ้าอ่านแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ต้องลองมาคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ดูค่ะ

 

กิจกรรม WORKSHOP หาเมือง และโรงเรียนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา

ในงานจะมีรุ่นพี่นักเรียนญี่ปุ่นถึง 12 คน รอให้ข้อมูลทั้งเมือง โรงเรียน และถามเรื่องที่พักเพิ่มเติมได้

คลิกที่ภาพเพื่ออ่านรายละเอียด – สำรองที่นั่ง

 

อ่านคอลัมน์เกี่ยวกับที่พักอาศัยในญี่ปุ่นเพิ่มเติม (( คลิก ))

 


ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง  ไม่คิดค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียน
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com

เพิ่มเพื่อน

Be Sociable, Share!

PASSWORD RESET

LOG IN