การตรวจวัดสายตา(視力:shiryoku)ตัดแว่นที่ญี่ปุ่น

การตรวจวัดสายตา(視力:shiryoku)ตัดแว่นที่ญี่ปุ่น

SHARE
, / 1713 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

ตัดแว่นที่ญี่ปุ่น  การตรวจวัดสายตา(視力:shiryoku)

อ.ปมโปโกะ

ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น การตรวจวัดสายตา( สายตา 視力:shiryoku)ก็เป็นเรื่องที่ยากเอาการ  โดยการวัดสายตาก็จะทำอย่างละเอียด หรือถ้าจะพูดกันจริงๆ ก็คือวุ่นวายทั้งเรื่องภาษาที่สื่อ และมาตรฐานและวิธีการวัดที่แตกต่างกัน

ปัญหาทางสายตาที่พบมากคือ「近視」(kinshi)หรือสายตาสั้น และ「乱視」(ranshi)หรือสายตาเอียง  ส่วนสายตายาวหรือ「遠視」(enshi)นั้นพบน้อย จะไปพบในหมู่คนแก่มากกว่า ดังนั้น คำว่าสายตายาวจึงมีชื่อเล่นว่า「老眼」(rougan)หรือ “ตาคนแก่”

สถานที่วัดสายตา นอกจากคลินิกจักษุแพทย์(眼科:ganka)แล้ว ก็ยังวัดที่ศูนย์รวมแว่นตา ซึ่งมีเครื่องมือทันสมัย วิธีการก็เหมือนๆ ของไทย คือ วัดจากการมองเห็น กับวัดจากเครื่อง  แต่วิธีการวัดการมองเห็นนั้นพิลึกพิลั่น (จะว่าไปแล้วก็ไม่ถึงกับพิลึก แต่ว่าสำหรับคนไทยแล้วเราคงไม่ชินกับวิธีนี้)

เพราะปกติของไทยเราวัดโดยการนั่งดูตัวเลขอารบิกซึ่งมีขนาดต่างกัน พอเริ่มมองตัวอักษรเล็กๆ ไม่ได้ว่าเป็นตัวเลขอะไร ก็สามารถวัดได้ว่าตาสั้นไปเท่าไหร่  แต่สำหรับที่ญี่ปุ่นเขาจะวัดด้วย “วงแหวนแลนดอลต์” (ランドルト環:randoruto-kan)ซึ่งวงแหวนดังกล่าวจะมีส่วนหนึ่งที่แหว่ง ลักษณะจึงคล้ายๆ ตัว “C” อ้วนๆ

ปัญหามันอยู่ที่ว่า ผมเข้าใจคนวัดคงจะหลงคิดไปว่าที่ไหนๆ ก็วัดกันด้วยวิธีนี้ พอจับนั่งปั๊บก็บอกเลยว่า “เอ้า บอกมาว่ามันหันไปทางไหน” ผมก็งงสิ จะเอาอะไรเป็นเกณฑ์  จริงๆ แล้วเขาใช้ส่วนที่แหว่งเป็นเกณฑ์ครับ ว่าแหว่งทางไหน บน(上:ue)ล่าง(下:shita)ซ้าย(左:hidari)ขวา(右:migi)  หรือบางทีแบบแทยงมุมก็มี  ช่วงนี้ก็จะมีการลองใส่แว่นสายตาให้ดูว่าใส่รุ่นใดแล้วเห็นชัดขึ้น

มาตรฐานการวัดจะใช้ระยะห่างต่างๆ กันไป ที่นิยมคือ 7 ฟุต (210 เซนติเมตร) ดูวงแหวนแลนดอลต์และคำนวณค่าออกมา ถ้าเป็นคนสายตาปกติจะคำนวณได้ค่า 1.0 และถ้ายิ่งสายตาสั้นค่านั้นก็จะยิ่งต่ำลงจนใกล้ 0 เช่น คนที่สั้น 0.7 สายตาก็จะดีกว่าคนที่สั้น 0.6 หากสั้นอยู่ในเกณฑ์ 1.0 – 0.7 จะถือว่ายังสั้นไม่มากนัก

แต่ถ้าสายตายาวก็จะสูงไปถึง 2.0  ตัวเลขจากการวัดดังกล่าวจริงๆ แล้วก็เหมือนของไทย แต่ตัวเลขแสดงผลต่างกันมาก เพราะของไทยคิดค่าสายตาปกติเริ่มต้นที่ 0 ใช้ค่าติดลบเป็นค่าสายตาสั้น ค่าบวกเป็นค่าสายตายาว  ตัวเลขที่ได้เป็นผลคำนวณจึงมีค่า -6.00 บ้าง -7.00 บ้าง แต่เวลาพูดกันนิยมพูดเป็นหกร้อย เจ็ดร้อย เลยฟังดูเหมือนตัวเลขจะสูงมาก

Credit ภาพจากเว็บ : http://eyeportal.jp/
ลองคิดง่ายๆ หากสั้น 100 เวลาจะบอกว่าสั้นเท่าไหร่ก็แปลงเป็น0.1 แล้วลบจากค่ากึ่งกลางคือ 1.0 ก็จะเป็นสั้น 0.9 ตามหลักของญี่ปุ่น สายตาที่ว่าสั้นไม่มาก คิดเป็นค่าแบบไทยก็คือ สั้นไม่เกิน 300 นั่นเอง

เวลาจดจำค่า ในโรงพยาบาลจะแยกบันทึกเป็นสองส่วน คือ ค่าที่มองด้วยตาเปล่า(裸眼視力:rakan-shiryoku)และค่าที่มองผ่านแว่นสายตาที่ใช้งานอยู่(矯正視力:kyousei-shiryoku)

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะถามประวัติว่ามีปัญหาสายตาเอียง(乱視:ranshi)หรือไม่ ถ้าเป็นร้านเล็กๆ ถ้าไม่มีปัญหานี้เขาคงงดการวัดไป แต่ถ้ามีก็จะพาไปวัดเครื่อง แล้วตัดแว่น หรือคอนแท็กเลนส์ ซึ่งกรณีสายตาสั้นก็จะใส่แว่นเลนส์เว้า(凹レンズ:ou-renzu)สายตายาวก็ใส่เลนส์นูน(凸レンズ:totsu-renzu)ถ้าเอียงอย่างเดียวก็ใส่แว่นเลนส์กระบอก(円柱レンズ:enchuu-renzu)

มีปัญหาหนึ่งคือ สำหรับคนที่แพ้แสง โดยปกติก็จะมีเลนส์ตัดแสง(偏光レンズ:henkou renzu)ช่วยตัดแสงได้ ทั้งนี้ต้องสอบถามทางร้านว่ามีเลนส์เคลือบสารที่ช่วยตัดแสงได้บ้างหรือไม่

คนญี่ปุ่นจำนวนมากมีปัญหาเรื่องสายตา ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะการอ่านหนังสือมาก การมองจอคอมพิวเตอร์ จอเกมที่มีความจ้า และการเพ่งมองตัวอักษรจีนเพื่อแยกแยะความหมาย ดังนั้นคนทั่วไปที่เราเห็น ส่วนใหญ่จะใส่คอนแท็กเลนส์(レンズ:renzu)กันมาก ที่ใส่แว่นก็มีไม่น้อย

 

คนญี่ปุ่นจะนิยมพกยาหยอดตา(目薬:megusuri)โดยเฉพาะยาหยอดตาที่มีสรรพคุณป้องกัน「ドライアイ」(dorai-ai)หรือ dry-eye อันเกิดจากการเพ่งคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ นับเป็นโรคทางตาที่พบมากขึ้น ยาหยอดตาบางชนิดป้องกันเยื่อบุตาอักเสบ หรือ「結膜炎」(ketsumaku-en)หรือโรคตาแดงซึ่งเกิดจากสิ่งแปลกปลอม โดยเฉพาะในช่วงที่เกสรดอกไม้ฟุ้งกระจายช่วงเดือนมีนา-เมษายน คนจะเป็นโรคตาแดงง่าย  วันหนึ่งๆ คนญี่ปุ่นจึงหยอดตากันบ่อย

นอกจากปัญหาทางสายตาดังกล่าวแล้ว ยังมีโรคต้อกระจก หรือ「白内障」(hakunaishou)ซึ่งพบมากในหมู่ผู้สูงอายุ

ศัพท์เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการทางตา

目のかゆみ   me-no-kayumi         เคืองตา
目のかすみ   me-no-kasumi         ตาพร่า
うるおい      uruoi         ความชุ่มชื้น
充血            juuketsu     เลือดคั่ง
目の疲れ      me-no-tsukare           ตาล้า

 

คำศัพท์รู้ไว้ใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นกับอ.ปมโปโกะ อ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารการศึกษาวันนี้



ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999 ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น  แนะแนวโดยนักเรียนเก่าญี่ปุ่น  ดำเนินการครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง ไม่มีค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com

เพิ่มเพื่อน

Be Sociable, Share!

PASSWORD RESET

LOG IN