หา หอพัก เองไม่ยากอีกต่อไป…

หา หอพัก เองไม่ยากอีกต่อไป…

SHARE
, / 5391 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

หา หอพัก เองไม่ยากอีกต่อไป…
BY FAAI

อีกปัญหาน่าคิดของนักเรียนต่างชาติ ที่มาเรียนที่ญี่ปุ่นคือ การหาหอพัก บางโรงเรียนก็มีหอพักของโรงเรียนให้ บางโรงเรียนก็ไม่มี ทำให้ต้องหาหอพักเอง

ซึ่งทาง Jeducation ได้มีข้อมูลเบื้องต้นเรื่องที่พักในญี่ปุ่นให้ศึกษาประมาณนึงแล้ว (สามารถดูรายละเอียดได้ที่>> ที่พักในญี่ปุ่น  )

แต่เราจะขอเจาะลึกเรื่องการหาหอพักเอง ให้คนที่กำลังจะมาศึกษาต่อที่ KICL เหมือนกัน หรือที่เมืองอื่นลองทำความเข้าใจเพิ่มขึ้น

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าโรงเรียน KICL นั้นมีหอพักของโรงเรียนให้เลือกถึง 3 หอ ซึ่งเราเลือกอยู่ Pinefield ด้วยเหตุผลที่ใกล้โรงเรียนที่สุด และชอบบรรยากาศตอนซากุระบานเพราะเปิดหน้าต่างก็เห็นเลย และเป็นทิศตะวันออกเลยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทุกเช้า ชอบวิวสวยๆ

บรรยากาศหน้าหอ Pinefield ช่วงเดือน 4

(สามารถดูรายละเอียดหออื่นๆ ของโรงเรียนได้ที่ http://www.kicl.ac.jp/th/dormitory/ )

แต่อย่างที่รู้กันว่าหอของโรงเรียน KICL นั้นจะอยู่ได้แค่ 6 เดือน ( 1 เทอม ) เท่านั้น เพราะโรงเรียนต้องการให้เด็กออกไปหาประสบการณ์เองในหอพักแบบอื่นด้วย และเพื่อให้นักเรียนรุ่นต่อไปมีหอพัก

ซึ่งการเลือกอยู่หอพักโรงเรียนก่อนในเทอมแรกข้อดี คือ ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย ในหอมีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบครัน ใกล้โรงเรียน โรงเรียนค้ำประกันให้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เรื่องการหาบริษัทค้ำประกันหอพักที่ญี่ปุ่นตามกฎของที่นี่

แต่ในข้อดีย่อมมีข้อเสีย เพราะพอถึงเดือนสิงหาคม ก็ต้องเริ่มหาหอใหม่เอง แม้ว่าจะมีเงื่อนไขที่ใครเป็นอาสาสมัครให้ทางโรงเรียน ก็มีสิทธิ์ได้อยู่หอพักของโรงเรียนต่ออีกเทอมก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็นอาสาสมัครได้

ดังนั้นทางโรงเรียนจึงมีเอเจนซี่ของ บริษัท Flat Agency มาแนะนำหอให้นักเรียนที่โรงเรียน ตามเงื่อนไขที่เราต้องการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียน แต่ถ้าเราไม่ถูกใจหอที่โรงเรียนหาให้ละจะทำยังไง? ไหนจะเรื่องการย้ายของจากหอเก่าไปหอใหม่อีก? แล้วถ้าเฟอร์นิเจอร์ที่หอใหม่ไม่มีทำยังไง?

เราเป็นอีกคนที่เจอปัญหาเหล่านี้มาหมดแล้ว เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้รุ่นน้องที่กำลังจะมาเรียนต่อคลายความกังวลลงค่า หรือใครอยากตัดปัญหาเรื่องย้ายหอไปมาเลือกหาหอนอกเองตั้งแต่แรกไปเลยก็ดีไปอีกแบบนะ

เริ่มจากเรื่องบริษัทจัดหาหอพัก/อพาร์ตเม้นที่ญี่ปุ่น จริงๆแล้วมีหลายบริษัทมาก แต่ละบริษัทส่วนมากมีสาขากระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่น เริ่มจาก

  1. บริษัท Flat Agency
    เป็นบริษัทที่ร่วมมือกับทางโรงเรียนในการดูแลจัดหาที่พักให้นักเรียน ข้อดี คือ มีเจ้าหน้าที่คนไทย หอพักที่ทางบริษัทแนะนำให้ส่วนมากเป็นหอพักที่โรงเรียนค้ำประกันให้ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าค้ำประกันให้บริษัทอื่นอีกแต่ถ้าเราเลือกหอที่อยู่นอกเหนือจากที่โรงเรียนจะค้ำประกันให้ทาง Flat Agency ก็จะมีบริษัท GTN ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินการเรื่องการค้ำประกันมาเป็นผู้ค้ำประกันให้อีกที แต่เราไม่ต้องดำเนินการเองนะ เพราะทางFlat Agency จะเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด
  2. บริษัท Elritz
    มีสาขาอยู่ตรงข้ามโรงเรียน KICL และอีกสาขาที่ใครมาเกียวโตแล้ว แนะนำให้ไปคือตรงสี่แยกเฮียคุมังเบง ซึ่งเป็นอีกบริษัทหนึ่ง ที่ห้องพักส่วนใหญ่น่าอยู่และสภาพดีกว่าหอของ Flat Agency เจ้าหน้าที่บริการดี และสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ถึงแม้ว่าเป็นหอที่โรงเรียนไม่ได้ค้ำประกันให้ แต่ก็มีบริษัท GTN มาค้ำประกันให้ ซึ่งรวมราคาทั้งหมดที่ต้องจ่ายแล้วอาจจะถูกกว่าการเลือกหอของทาง Flat Agency
  3. บริษัท Kowa
    หอพักของบริษัทนี้ทั้งหมดจะเป็นแบบมีเฟอร์นิเจอร์ให้อย่างครบครัน สะดวกสำหรับคนที่ไม่อยากซื้อของเองและกังวลตอนทิ้งของเพราะการทิ้งเฟอร์นิเจอร์ที่ญี่ปุ่น ถ้าไม่เอาไปขายต่อร้านมือสองจะต้องเสียค่าทิ้งเอง แต่ราคาห้องก็จะสูงขึ้นมานิดหน่อย และไม่ต้องกังวลเรื่องผู้ค้ำประกัน

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทอื่นอีก ที่นักเรียนไทยที่ KICL รุ่นพี่เราหลายคนใช้บริการมาแล้ว อย่างเช่น

วิธีการหาหอพักเองก็ไม่ยาก เพราะในเว็บไซต์จะให้เรากรอกเงื่อนไข รูปแบบหอพักที่เราต้องการ เช่น สถานที่ตั้ง ขนาดห้อง ราคา วิธีเดินทางจากสถานีต่างๆ สิ่งที่ต้องการเพิ่มเติม เช่นเรื่อง อินเตอร์เน็ต ระบบแอร์ ห้องน้ำในตัว ที่จอดจักรยาน และเงื่อนไขอื่นๆอีกมากมาย เราเลือกเองได้เลยตามที่ต้องการ

แล้วทางเว็บไชต์ก็จะแสดงผลออกมาให้เราเห็นว่ามีหออะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเท่าไหร่ มีค่าแรกเข้า ค่ากินเปล่า ค่าประกัน ค่าน้ำ ไฟ เท่าไหร่ และยังมีภาพตัวอย่างในห้องให้ดูอีกเช่นกัน

ตัวอย่างหน้าเว็บที่ให้เลือกรูปแบบห้องที่ต้องการของบริษัท Elrtz

 

ตัวอย่างห้องและราคาของบริษัท Elrtz


ตัวอย่างรายละเอียดห้องของบริษัท Kowa


ถ้าเป็นนักเรียนใหม่ที่กำลังจะมาเรียน อาจจะใช้วิธีการส่งเมลหาทางเอเจนซี่ในการติดต่อ แต่ถ้าใครที่มาเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว เราแนะนำให้จดลิสต์หอที่ต้องการ แล้วเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ที่บริษัทเลยโดยตรงจะดีกว่า เพราะทางเจ้าหน้าที่จะพาเราไปดูห้องตัวอย่างของหอที่เราต้องการ และอาจจะมีการแนะนำหออื่นเพิ่มเติ่มให้เราเลือกช้อปปิ้งได้

นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการคำนวนยอดเงินทั้งหมด ที่เราต้องจ่ายให้เลย ทำให้เราสามารถชั่งน้ำหนักได้ว่าหอไหนราคาถูกและแพง

ข้อควรระวังของการดูเรื่องราคาคือ เราไม่ควรดูเฉพาะค่าเช่ารายเดือน +ค่าน้ำไฟ+ค่าส่วนกลาง อย่างเดียว แต่ควรเอาพวกค่าดำเนินการต่างๆ ค่าแรกเข้า ค่าประกัน มารวมทั้งหมดแล้วหารต่อเดือนดู  จะเห็นราคาที่แท้จริง

เพราะบางหอไม่มีค่าแรกเข้า ค่าดำเนินการต่างๆ ค่าประกัน แต่ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำไฟรวมกันกลับแพงกว่า หอที่มีค่าแรกเข้า แต่รายเดือนถูก เพราะฉะนั้นต้องคิดทั้งก้อนเลยที่เราต้องจ่าย จะได้ใช้เงินอย่างคุ้มค่าที่สุด

ตัวอย่างรูปด้านล่าง จะเห็นว่าหอ House Lee ค่าเช่าห้อง+ค่าน้ำ+ค่าส่วนกลางได้ 37,000 พอรวมราคาที่ต้องจ่ายทั้งหมดหารต่อเดือนแล้วได้ 55,808.61 เยน/เดือน ทั้งๆที่มีค่าดำเนินการเยอะกว่า และสามารถเข้าอยู่ได้ตั้งแต่เดือน 9

แต่ หอ Axis ค่าดำเนินการน้อยกว่า ค่าห้องยังไม่รวมค่าน้ำ 50,000 เยน/เดือน เลยทำให้พอหารต่อเดือนมาแล้วได้ 59,306 เยน/เดือน ซึ่งแพงกว่าหอ House Lee และสามารถเข้าอยู่ได้ตั้งแต่เดือน 10  เป็นต้น

ข้อดี ข้อเสีย
House Lee 1. เข้าอยู่ได้ตั้งแต่วันที่ 15 เดือน 9 ( ปกติหอทางโรงเรียน KICL จะให้นักเรียนอยู่ได้ถึงกลางเดือน 9 )

2. ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ถูกกว่า โดยรวมค่าน้ำแล้วด้วย ค่าไฟจ่ายตามใช้จริง

1. ไม่มีโต๊ะ ตู้เย็น เตาแก๊ส ต้องหาซื้อเพิ่มเอง ( แต่มีเคล็ดลับการหาซื้อได้ในราคาถูก**)
Axis 1.  มีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบครัน ทั้ง โต๊ะ ตู้เย็น เตาแก๊ส 1.  ค่าใช้จ่ายต่อเดือน แพงกว่า แถมยังต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟเพิ่มตามการใช้จริง

 

ตัวอย่างใบเสนอราคาของบริษัท Elrtz หอ House Lee

 

ตัวอย่างใบเสนอราคาของบริษัท Flat Agency หอ Axis

 

หลังจากที่เราคำนวณเรื่องค่าใช้จ่าย ไปดูสภาพห้องเลือกห้องตามแบบที่ชอบที่สุดแล้ว ก็เหลือแค่ขั้นตอนการทำสัญญาและชำระค่าหอ

ซึ่งถ้าเป็นของทาง Flat Agency ที่เป็นหอที่โรงเรียน KICL ค้ำประกันให้นักเรียนด้วยนั้น เราต้องเอาเอกสารสัญญาที่ทำกับทางบริษัท ไปให้ทางโรงเรียนประทับตราและเซ็นต์ แล้วนำกลับมาให้ทาง Flat Agency อีกครั้ง ถือเป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนการทำสัญญา แต่ถ้าเป็นของบริษัทอื่นสามารถดำเนินการเองได้เลย ไม่ต้องให้ทางโรงเรียนประทับตราใดๆ

วิธีการอาจดูซับซ้อน แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถแน่นอน เพราะเราเองก็ผ่านขั้นตอนพวกนี้มาหมดแล้ว ต้องอาศัยความอดทนนิดนึงเท่านั้นเอง เพราะด้วยภาษาที่อาจจะทำให้สื่อสารกันลำบากหน่อย แต่ยังไงเราก็อยากฝากไว้ให้นิดนึง คือ

  1. หอพัก คือ บ้าน คือแหล่งพักใจ พื้นที่ส่วนตัวที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติ ดังนั้น ถ้าเรามีสิทธิเลือก ควรเลือกห้องที่เราชอบในบริเวณที่เราถูกใจ ในงบที่เราจ่ายไหวดีที่สุด อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ถ้ายังไม่ลองสำรวจดูหลายๆที่
  2. การเลือกหอพัก สิ่งสำคัญที่สุดโดยเฉพาะสาวๆ คือ อย่าลืมเรื่องระบบล็อคกุญแจต่างๆ เรื่องตาแมว โซ่คล้องประตูอีกชั้น เพราะต่อให้เกียวโตเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูง แต่เราก็ไม่ควรละเลยเรื่องพวกนี้ เพราะอย่างน้อยๆเพื่อตัวเราเองจะได้นอนหลับอย่างสนิท ไม่ต้องกังวลและอยู่กับความหวาดระแวง
  3. อีกสิ่งที่ต้องคำนึงเลยคือช่วงฤดูหนาว ถ้าเกิดหิมะตก การขี่จักรยานไปเรียนก็จะเป็นไปได้ยาก ดังนั้นไม่ควรเลือกห้องที่อยู่ไกลโรงเรียนเกินไป
  4. หอพักบางหอจะมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ไม่สามารถให้นักเรียนต่างชาติอยู่ได้ ถ้าอยู่ระยะสั้นแค่ 6 เดือนอาจจะไม่ให้อยู่ ถ้าอยู่ได้จะต้องเสียค่าปรับเพิ่ม (ซึ่งบางที่เสียค่าปรับแล้วยังราคาถูกกว่าหอที่ไม่เสียค่าปรับก็มีนะ) ซึ่งเรื่องพวกนี้ทางเจ้าหน้าที่ตามบริษัทจัดหาหอพัก จะเป็นคนคุยกับทางเจ้าของหอให้เรา แต่อย่าลืมเช็คเรื่องนี้ทุกครั้งนะ จะได้ไม่มารู้ทีหลังตอนทำสัญญา
  5. หลายคนอาจจะไม่อยากซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมเองใหม่ เลยอยากได้หอที่มีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบครัน ซึ่งหอพวกนี้ราคาก็จะสูงขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เลย เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นที่ต้องซื้อเพิ่มนั้นพอรวมราคาแล้วอาจไม่ถึง 20,000 เยนก็มีนะ เราเลยมีทริคเล็กๆน้อยมาให้สำหรับคนงบน้อย

    ** อ่านต่อตอนหน้า ^^

 

โรงเรียนที่ฝ้ายไปเรียน
Kyoto Institute of Culture and Language (KICL)


อ่านบทความจากฝ้ายย้อนหลัง >> click



ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999 ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น  แนะแนวโดยนักเรียนเก่าญี่ปุ่น  ดำเนินการครบครันทุกขั้นตอน

สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง ไม่มีค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com
หรือ Add Line มาสอบถามกันได้นะคะ
คลิก 👉 http://bit.ly/line-jed

Be Sociable, Share!

PASSWORD RESET

LOG IN