เอส ธนาสิทธิ์.. ประสบการณ์เรียน Engine Maintenance ที่ญี่ปุ่น

เอส ธนาสิทธิ์.. ประสบการณ์เรียน Engine Maintenance ที่ญี่ปุ่น

SHARE
, / 108 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

เอส ธนาสิทธิ์.. ประสบการณ์เรียน Engine Maintenance ที่ญี่ปุ่น

คุณธนาสิทธิ์ อริยะมงคลสุข (เอส)

การศึกษาที่ไทย :: ปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ ภาควิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยรังสิต

การศึกษาที่ญี่ปุ่น ::

 

“ผมชอบรถแข่ง เรียกได้ว่ากินนอนบนรถยังได้
เรื่องพวกนี้จะหาเรียนที่ไหนได้ นอกจาก.. ญี่ปุ่น”

 

13331008_10209764346489078_1345522943750242379_n

จุดเริ่มต้นของการเรียนภาษาญี่ปุ่น..

เมื่อก่อนผมเป็นเด็กเหลวไหลครับ ขนาดเรียนพิเศษยังซ้ำชั้นได้อะ เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่อายุ 16 แล้วครับ ครอบครัวผมมีธุรกิจอยู่ที่ญี่ปุ่น มองอนาคตแล้วยังไงก็ต้องเรียนอยู่ดี ตอนเข้ามหาวิทยาลัยเลยเลือกเรียนเอกภาษาญี่ปุ่นครับ

เรียนเอกญี่ปุ่นมาแล้ว แต่ยังไม่พอ..

ถึงจะเรียนเอกญี่ปุ่นมาแล้ว แต่ไม่พอครับ ก็ต้องมาเรียนปรับภาษากันอีกหน่อย และเนื่องจากเงื่อนไขของเซนมง (วิทยาลัยวิชาชีพ) ที่อยากเข้านั้น ต้องเป็นคนที่เคยเรียนภาษาในญี่ปุ่น 6 เดือน ผมก็เลยเลือกเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่น 1 ปี เพื่อฝึกภาษา, หาประสบการณ์ และทำงานพิเศษเก็บเงินไปด้วยครับ อีกเหตุผลคือ ผมคิดว่าการเรียนภาษานั้น เก่งแค่ไหน ไม่มีเวทีให้ฝึกฝน ก็ไม่พัฒนาครับ

12180194_10206294942506598_882368656_n

ความรู้ภาษาญี่ปุ่นแค่ไหน ที่เรียกว่าพอ สำหรับเซนมง..

อันนี้ผมว่าแล้วแต่ตัวคนด้วยนะ เพื่อนผมคนไต้หวันตัวจี๊ด มาแบบไม่รู้ภาษาอะไรเลย ตอนแรกเรายังสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษล้วนๆ ผ่านมาปีเดียว เค้าพัฒนามาก เรียนเซมมงสบายๆ มีเพื่อนคนญี่ปุ่นมากมาย

พูดถึงการสอบเข้าเรียนต่อเซนมง..

ตอนที่ผมเรียนอยู่โรงเรียนภาษา Toyo ครูที่ปรึกษาจะคอยถามไถ่เป้าหมายของเราตลอด เราก็บอกไป อยากเรียนต่อเซนมง ชอบรถแข่ง ชอบรถซิ่ง เขาก็เอาหนังสือแนะนำโรงเรียนมาให้เราดู

ยังไม่พอ.. ครูที่ Toyo นี่ใจดีมากกกกก โทรไปนัดเพื่อเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนให้เราเลย

ผมไปดูอยู่ 2-3 โรงเรียน แต่ก็รู้สึกว่า ยังไม่ตอบโจทย์ จนมาเจอโรงเรียนนี้ เรียกได้ว่า รู้สึกเหมือนตกหลุมรัก ทั้งๆที่ 2-3 โรงเรียนก่อนหน้านี้หรูเลยนะ มีรถแลมโบกินีให้นักเรียนได้เรียนด้วย

พูดถึงการสอบเข้า จะมีวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งคนเรียนภาษาทุกคนคงเข้าใจดี เห้ย! หนีคณิตมาภาษา แต่มาถึงตอนนี้ผมหนีไม่พ้นและจะไม่หนีแล้ว เลยขอหนังสือคณิตศาสตร์ของเพื่อนคนญี่ปุ่น มาเปิดพจนานุกรมทีละคำไปเลยครับ

unnamed (2)

สิ่งที่กำลังเรียนอยู่ตอนนี้..

ตอนนี้กำลังศึกษาภาควิชา Engine Maintenance หรือ ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ชั้นปี 2 ครับ คือปีสุดท้ายนั่นแหละ จะว่าเหมือนช่างยนต์ก็คล้ายๆ แต่ที่ทำให้ตรงนี้ไม่เหมือนช่างทั่วไปก็คือ เราต้องเรียนเครื่องยนต์เรือ ยันรถแข่ง F1 เลยครับ ซึ่งเราทำรถแข่งกันเอง และส่งลงสนามแข่งกันจริงๆ ด้วย

ตอนนี้ก็มีผลงานเรื่อยๆ นอกจากซ่อมแล้ว สิ่งที่เราเรียนคือ ทำอย่างไรให้ยานพาหนะคันนึง “ปลอดภัย” สำหรับผู้บริโภคและใช้มันได้เต็มสมรรถนะด้วยครับ

สาเหตุที่เลือกเรียนต่อด้านนี้..

แรงบันดาลใจในการเรียนสาขานี้ คือป๊าของผมเองครับ

13342164_10209739743194011_1267883670_n

เมื่อก่อน ป๊าเป็นนักซิ่งอยู่ที่ญี่ปุ่นนี่ และทำธุรกิจไปด้วย ตอนเด็กๆ ได้มีโอกาสตามมาช่วยงานบ้าง เราเห็นป๊าเราทำงานในสิ่งที่เขารักมาตลอด เราเลยอยากทำบ้าง บวกกับตอนที่อยู่ไทยเราชอบรถยนต์ รถแข่งเอามากๆ เรียกได้ว่ากินนอนบนรถยังได้

แต่ยุคสมัยมันเริ่มเปลี่ยนไป รถใหม่ๆ ออกมา เช่น Hybrid และรถไฟฟ้า ทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับคนรุ่นก่อน แล้วผมจะหาเรียนที่ไหนได้ นอกจากประเทศที่อุตสาหกรรมยานยนต์ยอดขายสูงสุดในโลก อย่าง “ญี่ปุ่น” ครับ

13384689_10209739743154010_2125686306_n

แล้วต้องเรียนอะไรบ้าง..

หลักสูตร Engine Maintenance ที่ผมเรียนอยู่ ใช้เวลา 2 ปีครับ ได้เรียนแทบทุกอย่าง เรือ รถยนต์รุ่นเก่า รถยนต์รุ่นใหม่ มอเตอร์ไซค์ รถไฟฟ้า และ Hybrid

unnamed (6)

นอกจากเรื่องของระบบรถยนต์แล้ว ยังมีเรียนวิชาเชื่อมไฟ (มีสอบใบอนุญาต) วิชาตัดเหล็ก (อันนี้ก็มีสอบใบอนุญาต) วิชาไฟฟ้า(นี่ก็มีสอบใบอนุญาต) และอีกมากมายครับ เรียกว่าสอบกันหัวยุ่งเลย ส่วนเวทีสุดท้ายของพวกผม คือ การสอบใบอนุญาตวิชาชีพช่างยนต์ระดับ 2 (ถ้าเป็นระดับ1 นี่ใช้เวลาเรียน 4 ปี)

unnamed (3)

อุปสรรคของการเรียน..

ถ้าถามถึงอุปสรรค.. อย่างเช่น เรียนยากไหม ผมว่ามันก็ยากนะ ด้วยความไม่ใช่ภาษาบ้านเรา

แต่ยังดีที่วงการยานยนต์ ยังมีทับศัพท์อยู่บ้าง ทำให้เราพอเดาๆได้ และผมก็เป็นคนไทยคนเดียวในโรงเรียนนี้ด้วย ไม่มีใครให้ถามเป็นภาษาไทยแน่

อีกปัญหาที่เจอนอกจากนี้ ก็คือเรื่องของความกดดัน คือการที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของคนบนรถยนต์ คันที่เราผลิตหรือซ่อมไปนั่นเองครับ

unnamed (1)

ชีวิตหลังจากนี้..

หลังจากเรียนจบ คิดว่าจะกลับไปทำงานที่ไทยครับ จะใช้ความรู้ที่เรียน มาพัฒนาบ้านเราครับ อาจจะทำงานในฝ่ายผลิต ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเราก็ได้ คิดว่าการทำงานกับคนญี่ปุ่น ก็น่าจะไม่มีปัญหา ตัวผมเองคงเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่จะเข้า แน่นอนครับ

ได้อะไรจากการเรียนต่อญี่ปุ่น..

การมาเรียนที่ญี่ปุ่นให้อะไร ผมพูดเรื่องนี้กับเพื่อนอยู่บ่อยๆ เราอาจจะไม่มีประสบการณ์สุดเฟี้ยวเหมือนเพื่อนที่ไปเรียนประเทศอื่นๆ แต่ญี่ปุ่น หล่อหลอมให้เราเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพครับ เช่น การตรงต่อเวลา การนึกถึงผู้อื่น ทานอาหารยังไง ให้คนเก็บจาน ล้างจาน ได้อย่างไม่ลำบาก เรื่องเล็กๆพวกนี้แหละครับ ที่ได้จากญี่ปุ่น และผมเชื่อว่า มันทำให้เราเป็นคนที่มีคุณภาพขึ้นครับ

และถ้าถามว่ามาเรียนญี่ปุ่นดีไหม ถ้าคุณมีความคิดว่าจะจริงจังกับอนาคตแล้ว มาเหอะครับ คุ้มแน่นอน!

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

ติดต่อสอบถามเรื่องเรียนต่อญี่ปุ่น
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com
พูดคุยกับทีมเจ๊เอ๊ด คลิกที่นี่

 

Be Sociable, Share!

PASSWORD RESET

LOG IN