เรียนภาษาที่ญี่ปุ่นด้วย วีซ่านักเรียน

เรียนภาษาที่ญี่ปุ่นด้วย วีซ่านักเรียน

SHARE
, / 13844 0
Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInDigg thisShare on Tumblr

studentvisa_650

วีซ่านักเรียน ที่ญี่ปุ่น

แม้ว่าในปัจจุบัน คนไทยเราจะไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่า  สามารถอยู่ในญี่ปุ่นได้ไม่เกิน 15 วัน

แต่การไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ในระดับมัธยมปลาย  วิทยาลัย มหาวิทยาลัย และสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นหลักสูตรระยะยาว (1-2 ปี) นั้น  ยังต้องขอวีซ่าอยู่นะคะ  โดยที่เราจะไปเรียนไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่นกันด้วย วีซ่า “นักเรียน”  Student visa หรือ 留学 : ryugaku ค่ะ

kicl_classroom

 

ขั้นตอนการไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นด้วย วีซ่านักเรียน 

เมื่อคิดที่จะไปเรียนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่น  ระยะยาวคือ 1 – 2 ปี  การจะได้วีซ่านักเรียนมานั้น  ไม่ใช่ว่าจะเดินดุ่ยๆ ไปสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย   แล้วขอวีซ่านักเรียนได้เลยนะคะ  จะต้องผ่านขั้นตอนสำคัญอย่างหนึ่งก่อนนั่นคือ   ” การขอสถานภาพการพำนัก “

japan_student_visa2

สถานภาพการพำนักคืออะไร

คือตัวกำหนดสถานภาพของคนต่างชาติในญี่ปุ่น รวมทั้งประเภทของกิจกรรมที่คนต่างชาติในญี่ปุ่นจะมีส่วนเกี่ยวข้องได้  โดยแบ่งออกเป็น 27 ประเภท เช่น  สถานภาพนักเรียน  อาจารย์  ศิลปิน  สื่อมวลชน  นักลงทุน นักวิจัย  คู่สมรสหรือบุตร ฯลฯ  ซึ่งแต่ละประเภทมีกำหนดระยะเวลาในการพักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นแตกต่างกันไป

แต่ที่เราจะคุยกันวันนี้จะเป็นเรื่องของสถานภาพ “นักเรียน ” สำหรับผู้ที่ไปเรียนต่อญี่ปุ่นด้วยทุนของตัวเองค่ะ

 

ขั้นตอนการขอสถานภาพการพำนัก

ในการขอสถานภาพการพำนัก “นักเรียน” ที่ญี่ปุ่นนั้น  โดยทั่วไปแล้ว ทางสถาบันการศึกษาที่เราสมัครไปเรียนจะทำหน้าที่ดำเนินการให้กับเราค่ะ  โดยที่เราจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ มากมาย  ทั้งหลักฐานการศึกษา  ใบรับรองผลการเรียน  หลักฐานการทำงาน (สำหรับผู้ที่ทำงานแล้ว)  ไปจนถึงหลักฐานการทำงานและการเงินของผู้ที่จะออกเงินให้เราไปเรียนที่ญี่ปุ่น

>> เอกสารที่ใช้ในการสมัครเรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นระยะยาว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อยื่นใบสมัคร พร้อมหลักฐานประกอบการสมัคร และชำระค่าสมัครเรียนให้แก่สำนักงานในประเทศไทยของทางสถาบันแล้ว   ทางสถาบันการศึกษาจะเป็นผู้ยื่นเรื่องกับกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศญี่ปุ่น (ตม.) ในพื้นที่ที่สถาบันตั้งอยู่  เพื่อขอ ” ใบรับรองสถานภาพการพำนัก ”  ( Certificate of Eligibility : COE ) 

ทางตม. จะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 2 – 3 เดือนนับจากวันที่ได้รับเอกสาร   แต่ในความเป็นจริง  เราจะต้องเตรียมตัว เตรียมเอกสารเพื่อสมัครเรียนล่วงหน้าประมาณ 4-5 เดือนค่ะ 

 

ควรยื่นเอกสารสมัครเรียนแต่เนิ่นๆ  เนื่องจากหากเกิดกรณีที่เอกสารไม่ครบ หรือมีปัญหาใด ๆ จะสามารถแก้ปัญหาได้ทัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสมัครเรียนในโรงเรียนสอนภาษาที่ญี่ปุ่นนั้น  จะมีกำหนดการปิดรับเอกสารที่ทางตม.แต่ละภูมิภาคกำหนดไว้อย่างชัดเจน  หากยื่นสมัครเรียนไม่ทันตามกำหนด จะต้องนั่งรอไปอีก 3 เดือนหรือ 6 เดือน  เพื่อสมัครเรียนในเทอมถัดไปเลยล่ะค่ะ

 

คำถามที่ถามกันบ่อยคือ มีโอกาสไม่ผ่านการพิจารณา “สถานภาพนักเรียน” จากกองตรวจคนเข้าเมืองไหม?   คำตอบคือ “มี” ค่ะ

 

หากไม่ผ่านการพิจารณา ทางตม.จะมีเอกสารแจ้งให้ทราบโดยคร่าวๆ ว่าไม่ผ่านเพราะสาเหตุใด  ซึ่งสาเหตุที่พบมากที่สุด ได้แก่

    • ตนเองหรือสมาชิกในครอบครัวมีประวัติการทำผิดกฎหมายวีซ่าญี่ปุ่น เช่น หนีวีซ่า  อยู่ในญี่ปุ่นเกินวีซ่าที่กำหนด  เป็นต้น  หรือแม้แต่ตัวผู้สมัครเองที่มีประวัติการขอวีซ่าไม่ผ่านมาก่อน พยายามปกปิดข้อมูล  หรือให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง   ซึ่งคนไทยเราอาจจะคิดง่ายๆว่า ญี่ปุ่นคงไม่รู้หรอก  คงไม่มีใครมาสืบประวัติเราหรอก  แต่จริงๆแล้ว เค้าสามารถเช็คได้ค่ะ  แถมเช็คย้อนหลังไปได้หลายสิบปี
    • รองลงมาอีกเรื่องคือ หลักฐานทางการทำงานและการเงินของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการไปเรียนมีน้อยเกินไป  หรือดูไม่สมเหตุสมผล  ซึ่งตรงจุดนี้ทางญี่ปุ่นอาจจะเกรงว่า เราจะไม่สามารถเรียนและใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นได้   อาจจะไปเพื่อทำงานหาเงินมากกว่าที่จะไปเรียนจริงก็เป็นได้
    • ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การกรอกข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงหรือไม่สมเหตุสมผล   ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัย และหากผู้สมัครไม่สามารถชี้แจงข้อมูลได้อย่างชัดเจน  จะมีผลต่อการพิจารณาขอสถานภาพนักเรียนได้

 

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการเตรียมเอกสารเพื่อสมัครเรียนต่อที่ญี่ปุ่น คือ ” ความถูกต้อง  ซื่อสัตย์และละเอียดรอบคอบ “

การสมัครเรียนต่อญี่ปุ่นกับเจเอ็ดดูเคชั่น เจ้าหน้าที่แนะแนวจะสอบถามข้อมูลของนักเรียนอย่างละเอียด  ขอให้นักเรียนเขียนเอกสารชี้แจงต่างๆ ให้ชัดเจน   และตรวจเช็คเอกสารของนักเรียนทุกคนอย่างรอบคอบ   เพื่อให้นักเรียนที่สมัครเรียนกับเจเอ็ดดูเคชั่น ผ่านการพิจารณาจากกองตรวจคนเข้าเมือง 100%

 

เมื่อได้ใบรับรองสถานภาพการพำนักแล้ว

หลังจากที่ได้ใบรับรองสถานภาพการพำนัก หรือ Certificate of Eligibility เรียกย่อๆว่า COE  มาแล้ว  คราวนี้ถึงจะได้ฤกษ์ไปขอ “วีซ่า” ที่สถานทูตญี่ปุ่นหรือสถานกงสุลญี่ปุ่นประจำประเทศไทยค่ะ   มาถึงขั้นตอนนี้  ก็ไม่ต้องกังวลแล้วค่ะว่าวีซ่าจะไม่ผ่าน   โอกาสที่วีซ่าไม่ผ่านมีน้อยมาก   คนที่วีซ่าไม่ผ่านในขั้นตอนนี้  อาจจะเคยมีประวัติที่ทางสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทยตรวจพบ  เช่น ปลอมแปลงเอกสาร ,  เคยทำผิดกฎหมาย หรือมีประวัติอาชญากร  เป็นต้น

เมื่อวีซ่าผ่าน  เราจะได้ประทับหน้าวีซ่ามาให้ชื่นใจว่า เป็น Student Visa ได้ไปเป็นนักเรียนที่ญี่ปุ่นแน่นอนแล้วล่ะ  ส่่วนระยะเวลาที่นักเรียนจะอยู่ในญี่ปุ่นได้นานเท่าไหร่นั้น  โดยทั่วไป จะได้วีซ่าครั้งแรก 1 ปี 3 เดือน

japan_student_visa0

นักเรียนต่างชาติจะเรียนในโรงเรียนสอนภาษาที่ญี่ปุ่น  มากที่สุดคือ 2 ปี   หากเรียนไป 1 ปีแล้วอยากจะเรียนต่ออีก 1 ปีก็สามารถทำได้ค่ะ    โดยสามารถยื่นเรื่องต่ออายุวีซ่าได้ที่ประเทศญี่ปุ่น

แต่…ในการต่ออายุวีซ่านักเรียนนั้น ต้องมีเอกสารแสดงเปอร์เซ็นต์การเข้าเรียน  ไม่ใช่ว่าเรียน ๆ เล่น ๆ ก็จะสามารถต่อวีซ่ากันได้ง่ายๆ หมดทุกคนนะคะ

โดยเฉพาะในโรงเรียนสอนภาษาแล้ว  ทางโรงเรียนจะทำเรื่องต่อวีซ่าให้นักเรียนค่ะ แต่ถ้าเปอร์เซ็นต์การเข้าเรียนต่ำกว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ล่ะก็ นักเรียนต้องไปดำเนินการต่อวีซ่าเองนะคะ ซึ่งจะมีโอกาสที่จะไม่ได้รับการต่อวีซ่า เพราะวีซ่านักเรียนเค้าให้มา “เรียน” นี่คะ ไม่ได้ให้มาโดดเรียน

นอกจากนั้น จะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย  รวมถึงหลักฐานการโอนเงินจากเมืองไทยมาให้เราใช้ที่ญี่ปุ่น   เพื่อแสดงให้เห็นว่า มีเงินที่จะเรียนต่อไปอีก 1 ปีได้จริง

วีซ่านักเรียนของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นทำอะไรได้บ้าง

– สามารถขออนุญาตทำงานพิเศษได้ค่ะ  โดยมีกำหนดว่าสามารถทำงานได้ไม่เกิน 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
– ซื้อตั๋วรถไฟ รถบัสแบบตั๋วเดือนได้ในราคาพิเศษ  แต่ทั้งนี้ จะได้ลดมากหรือลดน้อยก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสถาบันการศึกษาอีกค่ะ  อาจจะได้ลดตั้งแต่ 20% ไปจนถึง 60% เลยก็มี
– เข้าพิพิธภัณฑ์บางแห่งได้ฟรี   รวมถึงสถานที่ต่างๆ  บางแห่งสามารถแสดงบัตรนักเรียนเพื่อรับส่วนลดค่าเข้าชมในราคานักเรียนได้

7_student_pass

เมื่อเรียนจบการศึกษาหรือลาออกกลางครัน   จะถือว่าสิ้นสถานภาพการเป็นนักเรียนค่ะ  แม้ว่าระยะเวลาวีซ่าจะยังคงเหลืออยู่ก็ตาม   การทำงานพิเศษหลังจากจบการศึกษาหรือลาออกจากสถาบันแล้วจะถือว่าผิดกฎหมาย

ในกรณีที่เรียนจบจากโรงเรียนสอนภาษาแล้ว   สามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยวิชาชีพได้  ก็จะต้องทำเรื่องต่อวีซ่าโดยสถาบันการศึกษาแห่งใหม่ที่รับเราเข้าไปเรียน  จะมีเอกสารให้เรานำไปใช้ในการต่อวีซ่าที่กองตรวจคนเข้าเมือง

หรือในกรณีที่เรียนจบแล้ว    สามารถหางานทำที่ญี่ปุ่นได้  เราก็สามารถเปลี่ยนสถานภาพ จากนักเรียน ไปเป็นสถานภาพทำงาน และจะได้รับวีซ่าทำงาน  เพื่อทำงานและใช้ชีวิตคนทำงานในญี่ปุ่นได้ต่อไปค่ะ

japan_student_visa6

 

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
>> การเรียนภาษาญี่ปุ่นหลักสูตรระยะยาวที่ญี่ปุ่น
>> ขั้นตอนการสมัครเรียนต่อญี่ปุ่นกับเจเอ็ดดูเคชั่น 
>> คำถามถามบ่อยเรื่องการเรียนต่อญี่ปุ่น

 

ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น

เป็นสำนักงานตัวแทนในประเทศไทยของสถาบันการศึกษาที่ญี่ปุ่นโดยตรง เปิดตั้งแต่ปีค.ศ.1999  ดำเนินการสมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น ครบครันทุกขั้นตอน สมัครเรียนกับโรงเรียนที่เจเอ็ดดูเคชั่นเป็นตัวแทน เหมือนการสมัครเรียนกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่นโดยตรง  ไม่คิดค่าดำเนินการใดๆ

รับรองโดยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA)

ติดต่อสอบถาม – สมัคร เรียนต่อญี่ปุ่น
สาขาสีลม โทร. 02-2677726 ต่อ 101-104
สาขาอโศก โทร. 02-665-2969
email : ask@jeducation.com

Line ID : @jeducation

Be Sociable, Share!

PASSWORD RESET

LOG IN