INTERVIEW

หากได้ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น จะได้เรียนวิถีการทำงานของคนญี่ปุ่นทำให้เราได้เปรียบคนอื่น

1. อยากให้แนะนำตัวเองพร้อมกับประวัติการศึกษาด้วยค่ะ

 

Thumbnail image for Thumbnail image for 2010111323010000.jpgชื่อ "กรรณิกา จิตรโสภา" ชื่อเล่นว่า "กิ่ง" ค่ะ จบปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกบัญชี จากธรรมศาสตร์ ปี 2008 พอจบก็บินไปเรียนที่ญี่ปุ่นทันที ไปถึงก็เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Yono Japanese Language School ที่ Saitama หลังจากเรียนได้ 1 ปีก็สอบเข้าเรียนปริญญาโทได้ที่ Nihon University ที่ Tokyo เรียน Master Degree of Business and Administration ได้ 2 ปีก็จบแล้วก็กลับมาเมืองไทยเมื่อเดือนเมษายน ปี 2011 ค่ะ

 

 

2. ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ที่ไหนคะ ช่วยพูดถึงตำแหน่งที่ทำอยู่ด้วยค่ะ

กิ่งเริ่มทำงานที่คุมองมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2011 โดยทาง J Career เป็นผู้แนะนำให้ค่ะ ตำแหน่งที่ทำอยู่ตอนนี้ คือ ล่าม (พ่วงตำแหน่งเลขาผู้บริหารชาวญี่ปุ่น)

 

3. แล้วทำไมถึงได้ไปเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นคะ การไปเรียนที่นั่นได้อะไรกลับมามากน้อยขนาดไหน แล้วคิดว่ามีความได้เปรียบมากกว่าคนที่ไม่มีโอกาสไปเรียนที่ญี่ปุ่นบ้างไหมค่ะ

ตอนเรียนจบปริญญาตรีที่ธรรมศาสตร์ก็นึกแค่ว่าไม่อยากทำงานสายบัญชี บวกกับอยากเป็นภาษาที่สาม และตอนนั้นพี่สาวตัวเองก็เรียนอยู่ที่ Kobe ด้วย เลยตัดสินใจไปเรียนที่ญี่ปุ่นค่ะ พอได้ไปเรียนแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองตัดสินเลือกถูกเส้นทางจริงๆ เพราะนอกจากจะได้ความรู้วิชาการตอนปริญญาโทแล้ว ยังได้รู้จักเพื่อนคนจีน คนเกาหลี และชาติอื่นๆ รวมทั้งยังมีโอกาสได้ทำงานพิเศษอีกด้วย หากกิ่งไม่ตัดสินใจเรียนต่อที่ญี่ปุ่นกิ่งจะไม่ได้เจอกับประสบการณ์เหล่านี้แน่นอน ในระหว่างที่อยู่ญี่ปุ่นก็มีทั้งเรื่องสนุกและไม่สนุกปนกันไป แต่ทุกอย่างมันทำให้กิ่งโตและมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นค่ะ

 

sakura 047.jpg4. พอกลับมาแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะกับการหางาน หางานยากไหม แล้วมีแนวทางในการหางานอย่างไรบ้าง มีใครเป็นตัวช่วยในการหางานบ้างไหม เช่น บริษัทจัดหางาน เวปไซด์ เป็นต้น

หลังจากกลับมาตอนแรกก็กลุ้มใจอยู่จะว่าจะหางานทำที่ไหนดีที่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่น เพราะหากไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นก็จะเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากๆ แรกๆ ก็พยายามหางานตามบริษัทญี่ปุ่น แต่เป็นเพราะตัวกิ่งไม่ได้จบด้านภาษาโดยตรงมา ทำให้คุณสมบัติไม่ค่อยตรงกับตำแหน่งงานที่หาค่ะ แต่หลังจากนั้นโรงเรียน Yono Japanese Language ที่ Saitama ที่เคยเรียนก็แนะนำให้กิ่งมาปรึกษากับ J Career ดูค่ะ กิ่งก็เลยเข้ามาสัมภาษณ์กับทาง J Career และได้ทำงานอย่างที่ตัวเองอยากทำค่ะ

 

5. อยากให้เล่าถึงลักษณะงานที่ทำอยู่น่ะว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่ไปเรียนมามากน้อยขนาดไหนค่ะ

ตำแหน่งงานที่ทำอยู่ตอนนี้ คือ ล่าม ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะตัวเองไม่ได้จบทางด้านภาษามา ได้มาทำงานตรงนี้เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก งานหลักก็จะเป็นการเป็นล่ามแปลสดให้ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นตามงานประชุม หรืองานสัมมนาต่างๆ รวมถึงงานแปลข้อความของผู้บริหารเพื่อใช้ลงตีพิมพ์ในเอกสารภายในรวมทั้งภายนอกบริษัทด้วย ส่วนงานรองก็จะเป็นงานทุกอย่างที่ Support Management ค่ะ ถึงแม้ว่าที่ทำงานจะไม่ได้มีชาวญี่ปุ่นมากในระดับที่กิ่งได้พูดภาษาญี่ปุ่นทั้งวันก็ตาม แต่งานที่ทำตรงนี้ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นมากทีเดียวค่ะ

 

6. สุดท้ายแล้วพอจะมีอะไรฝากเพื่อน ๆ หรือน้อง ๆ ที่กำลังคิดตัดสินใจไม่ว่าจะเรื่องการเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น หรือการหางานทำในบริษัทญี่ปุ่นบ้างไหมคะ หรือประมาณคำคมหรือคติประจำใจ อะไรประมาณนั้น

กิ่งคิดว่ามีหลายคนที่กำลังลังเลว่าจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นดีหรือไม่ แต่กิ่งขอบอกว่าจากประสบการณ์ที่ญี่ปุ่น 3 ปี กิ่งได้อะไรมามากจริงๆ ขอยืนยันว่าไปแล้วมีแต่กำไรค่ะ ส่วนสำหรับคนที่คิดอยากจะทำงานในบริษัทญี่ปุ่นก็จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ "หากได้ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น จะได้เรียนวิถีการทำงานของคนญี่ปุ่น ซึ่งคนที่ได้เรียนรู้วิถีการทำงานนี้จะได้เปรียบคนอื่นอย่างแน่นอนค่ะ"

๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔

PAST ARTICLES of INTERVIEW

23/07/11: หากได้ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น จะได้เรียนวิถีการทำงานของคนญี่ปุ่นทำให้เราได้เปรียบคนอื่น

24/06/11: อย่ารอให้ความรู้มาหาเรา เราต้องไปหาความรู้

26/05/11: คนที่ตัดสินใจและลงมือทำก่อนจะได้เปรียบ และมีโอกาสที่เร็วกว่าคนที่มัวแต่ลังเลค่ะ

30/04/11: ขอให้ทุกคนขยันและตั้งใจไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามรับรองว่าต้องประสบความสำเร็จได้แน่นอน

28/03/11: เพราะปัจจุบันนี้ แค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียวคงไม่เพียงพอแล้ว

16/02/11: จบโทมา บางทีเงินเดือนยังสู้คนจบภาษาจากญี่ปุ่นไม่ได้เลย

24/11/10: เมื่อเราได้เข้าไปทำงานกับองค์กรใดแล้ว ก็อยากให้พยายามให้ถึงที่สุด

26/10/10: การได้ภาษาที่สามจะเป็นตัวช่วยให้หางานได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะการหาผ่านทางบริษัทจัดหางานค่ะ

30/09/10: การหางานทำในบริษัทญี่ปุ่นนั้นอย่างแรกก็คือ ความกล้า ถ้าไม่กล้า เราก็ไม่มีวันได้งานค่ะ

01/09/10: "ก้าวแรกที่พลาดพลั้งคือก้าวหลังที่มั่นใจ ก้าวแรกที่พลาดไปคือก้าวใหม่ที่มั่นคง"