INTERVIEW
เพราะปัจจุบันนี้ แค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียวคงไม่เพียงพอแล้ว
1. อยากให้แนะนำตัวเองพร้อมกับประวัติการศึกษาด้วยค่ะ
ชื่อ จิรพงษ์ จิรวรพัฒน์ ครับ อายุ 27 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีจาก ม.อัสสัมชัญ คณะ บริหารธุรกิจ เอก การตลาด ครับ จบการศึกษาชั้นมัธยมปลายจาก Ekamai International School ครับ ได้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Tokyo Galaxy Language Academy, Tokyo, Japan เป็นระยะเวลา 2 ปี สอบผ่าน JLPT ระดับ N2 และ SBJT ระดับ J2 แล้วครับ
2. ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ที่ไหนคะ ช่วยพูดถึงตำแหน่งที่ทำอยู่ด้วยค่ะ
ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ บริษัท Grand Siam Composite (GSC) เป็นบริษัท Joint Venture (กับบริษัทญี่ปุ่น) อยู่ในเครือ SCG Chemical ครับ ซึ่งทางบริษัท GSC เองก็ทำธุรกิจด้านเม็ดพลาสติกเพื่ออุตสาหกรรมรถยนต์เป็นหลักครับ ตำแหน่งที่เข้ามาทำตอนนี้คือ Sale Executive ครับ...ซึ่งจะเน้นไปที่กลุ่มลุกค้าที่เป็นคนญี่ปุ่น และ ต่างประเทศเป็นหลักครับ
3. แล้วทำไมถึงได้ไปเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นคะ การไปเรียนที่นั่นได้อะไรกลับมามากน้อยขนาดไหน แล้วคิดว่ามีความได้เปรียบมากกว่าคนที่ไม่มีโอกาสไปเรียนที่ญี่ปุ่นบ้างไหม
เกี่ยวกับที่ตัดสินใจไปเรียนที่ญี่ปุ่น....เนื่องจากว่าผมได้คิดมาตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาตรีแล้วว่า...การที่เราจะหาช่องทาง ธุรกิจหรือหาความรู้ได้กว้างมากขึ้น ภาษาน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ (นอกจากเรียนต่อปริญญาโท) เพราะปัจจุบันนี้ แค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียวคงไม่เพียงพอแล้ว (ต้องมีภาษาที่ 3) แล้วก็เล็งเห็นว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการพัฒนาในด้านต่างๆ เรื่อยมา ไม่หยุดนิ่ง (แถมยังเป็นประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่องมาตลอด) น่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้เราได้เรียนรู้ และในประเทศไทยก็มีบริษัทญี่ปุ่นมาลงทุนมากมาย...ก็น่าจะสามารถหางานได้ไม่ยากนัก (น่าจะมีงานรองรับ)
หลังจากที่ทำงานมาได้ประมาน 3 ปี ก็รู้สึกว่าถึงเวลาที่ต้องอัพเกรดตัวเองเสียที.......เลยจัดการเดินเรื่อง เพื่อไปเรียนต่อภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นทันที (พื้นฐานที่มีก่อนไปเรียนที่ญี่ปุ่นคือ เขียนฮิรากานะ และ คาตาคานะได้ -- ")
การได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่น ผมคิดว่า น่าจะทำให้เป็นภาษาได้เร็วกว่าการเรียนที่เมืองไทย เพราะต้องใช้ในชีวิตประจำวันเป็นประจำทุกวัน และถือเป็นภาษากลางในการสื่อสารกับเพื่อนๆชาติต่างๆที่มาเรียน(เกาหลี, ไต้หวัน, จีน ฯลฯ)
นอกจากนี้เนื่องจากค่าครองชีพค่อนข้างสูง...ผมจึงต้องทำงานพิเศษเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านไปด้วย..ซึ่งก็ทำ ให้เราได้ความรู้นอกห้องเรียนผ่านการทำงานและผ่านการบริการลูกค้าญี่ปุ่น ซึ่งนั่นก็ทำให้เรารู้จักคนญี่ปุ่นมากขึ้นในอีกระดับนึง รู้จักการทำงาน และการจัดการสิ่งต่างในชีวิตด้วยตัวเอง
4. พอกลับมาแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะกับการหางาน หางานยากไหม แล้วมีแนวทางในการหางานอย่างไรบ้าง มีใครเป็นตัวช่วยในการหางานบ้างไหม เช่น บริษัทจัดหางาน เวปไซด์ เป็นต้น
ผมเน้นหางานผ่านบริษัทจัดหางานเป็นหลักครับ เพราะเท่าที่ได้ดูและลองหางานผ่านอินเตอร์เนตทำให้พบว่า บริษัทญี่ปุ่นส่วนมาก ใช้บริษัทจัดหางานเพื่อคัดเลือกบุคคลากรเป็นส่วนมาก และการที่เราไปฝากประวัติไว้กับบริษัทจัดหางาน ก็สะดวกและเป็นการประหยัดเวลาให้ตัวเองไปได้มากครับ เพราะทางบริษัทจัดหางานก็จะช่วยเราดูงาน ดูความต้องการของทั้งตัวเราและนายจ้าง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลา หรือหางานที่ตรงตามความต้องการและความสามารถได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมมากที่สุดครับ
5. พอจะมีอะไรฝากเพื่อน ๆ หรือน้อง ๆ ที่กำลังคิดตัดสินใจไม่ว่าจะเรื่องการเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น หรือการหางานทำในบริษัทญี่ปุ่นบ้างไหมคะ หรือประมาณคำคมหรือคติประจำใจ อะไรประมาณนั้น
ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกครับแต่พูดได้คำเดียวว่า ไม่ผิดหวังหรอกครับถ้าจะตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะกลับมาแล้วคงไม่ตกงานแน่ๆ (ถ้าไม่เลือกงานจนเกินไป) ครับ
PAST ARTICLES of INTERVIEW
23/07/11: หากได้ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น จะได้เรียนวิถีการทำงานของคนญี่ปุ่นทำให้เราได้เปรียบคนอื่น
24/06/11: อย่ารอให้ความรู้มาหาเรา เราต้องไปหาความรู้
26/05/11: คนที่ตัดสินใจและลงมือทำก่อนจะได้เปรียบ และมีโอกาสที่เร็วกว่าคนที่มัวแต่ลังเลค่ะ
30/04/11: ขอให้ทุกคนขยันและตั้งใจไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามรับรองว่าต้องประสบความสำเร็จได้แน่นอน
28/03/11: เพราะปัจจุบันนี้ แค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียวคงไม่เพียงพอแล้ว
16/02/11: จบโทมา บางทีเงินเดือนยังสู้คนจบภาษาจากญี่ปุ่นไม่ได้เลย
24/11/10: เมื่อเราได้เข้าไปทำงานกับองค์กรใดแล้ว ก็อยากให้พยายามให้ถึงที่สุด
26/10/10: การได้ภาษาที่สามจะเป็นตัวช่วยให้หางานได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะการหาผ่านทางบริษัทจัดหางานค่ะ
30/09/10: การหางานทำในบริษัทญี่ปุ่นนั้นอย่างแรกก็คือ ความกล้า ถ้าไม่กล้า เราก็ไม่มีวันได้งานค่ะ
01/09/10: "ก้าวแรกที่พลาดพลั้งคือก้าวหลังที่มั่นใจ ก้าวแรกที่พลาดไปคือก้าวใหม่ที่มั่นคง"