|
4
เมษายน 2547
1 วันในเมือง Ashikaga |
เราตกลงกันว่าจะตื่นมากินอาหารตอนเช้าตอน 9 โมง แต่ 8 โมงเศษๆ ซือก็ตื่นแล้วค่ะ
เอ๊ะ ต้องสงสัยว่าอะไรทำให้คนขี้เซาตื่นเช้าได้ คำตอบคือ แผ่นดินไหวค่ะ
ซือนอนอยู่ชั้น 2 ไม่รู้ว่ามันกี่ริคเตอร์ แต่เตียงมันโยก ๆ เหมือนเวลานั่งรถไฟเวลาเปลี่ยนรางแล้วมันโยก
ๆ อะค่ะ ไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่ กลายเป็นว่าตื่นเต้นที่ได้สัมผัสแผ่นดินไหว
(โอ้พระเจ้า ครั้งแรกในชีวิต น่ายินดีอะไรเช่นนี้ ) ซักพักเดียวก็หยุดค่ะ
(คือ อาจจะไหวก่อนซือตื่นนานพอสมควร)
ลงมาก็เห็นคุณแม่เตรียมอาหารเช้าอยู่ค่ะ อ้อ ลืมบอกไปว่าเมื่อคืนนี้ได้อาบน้ำแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ด้วยค่ะ คุณแม่สอนให้อาบน้ำให้สะอาดก่อนค่อยลงไปแช่ในน้ำ หลังจากนั้นคนในบ้านจึงจะอาบต่อ
เป็นธรรมเนียมที่ให้เกียรติแขกมากเลยค่ะ
อาหารเช้าวันนี้เป็นผักต่าง ๆ ต้ม กินกับน้ำสลัด + ซอสมะเขือเทศ, ซุปผัก,
ไข่เจียวหวาน, ปลาซาบะ, ดอกกวางตุ้งผัด, ผักดอง, ถั่วนัตโตะผสมต้นหอมกับใบอะไรสักอย่างฉุนๆ
แต่กินแล้วหอมดี, เห็ดเข็มทองผัดกับถั่วฝักยาว (เพื่อสุขภาพทั้งนั้นเลยนะคะเนี่ย
ทำเยอะมากด้วย)กินกับชาเขียว หลังจากนั้นก็อาบน้ำแล้วรอสักพักนึง ดูโทรทัศน์ไปก็จะออกจากบ้าน
คุณแม่เอาถ้วยน้ำชาโบราณ Kutani สวย ๆ มาให้เป็นของฝากครอบครัวซือ
1 ชุด 5 ใบ พร้อมกับถั่วแดงกวน ของดีจากที่นี่แล้วก็ผ้าแขวนหน้าบ้าน
(เหมือนที่แขวนตามร้านอาหาร เป็นผืนยาวๆ ผ้าเป็นแฉกๆ ให้เดินผ่านเข้าไปได้
) เอามาให้ค่ะ
อยู่ที่นี่คุณแม่น่ารักมาก ถึงจะมาอยู่แค่คืนเดียวแต่เหมือนได้มาอยู่
Homestay ดูความเป็นอยู่ของเค้าจริง ๆ ค่ะ เวลาหนาว คุณแม่ก็ชวนให้ไปนั่งใต้โต๊ะอุ่น
ๆ บนพรมหนา ๆ หาน้ำชา เอาขนมมาให้ เปิดทีวีให้ดู (สารพัดค่ะ) รู้สึกว่ามาอยู่คืนเดียว
คำว่า Arigatou และ sumimasen สำเนียงดีขึ้นมากค่ะ อัตโนมัติเลยเวลาคุณแม่ทำอะไรให้
(ฮา) ก่อนจะออกไปเที่ยวกับเคนจังคุณแม่ยังพูดขอบคุณที่ซือมาพักแน่ะ
เป็นงงเลยค่ะ ประทับใจคุณแม่ผู้ใจดี และครอบครัวนี้มาก ๆ มีโอกาสก็อยากกลับมาเยี่ยมใหม่อีกค่ะ
เคนจังขับรถพาซือออกไปเที่ยวตอนเที่ยงกว่า ๆ ได้ไปวัด Bannaji ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่มากค่ะ
สร้างประมาณ ปี ค.ศ 832 หรือ 1249 (มีหลายทฤษฎีตามที่อธิบายในโบรชัวร์ค่ะ)
ไม่ต่ำกว่า 700 ปี แน่นอน ในบริเวณวัดมีโรงเรียน Ashikaga Gakkou ซึ่งเป็นโรงเรียนวัดที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นค่ะ
ภายในก็จะมีส่วนที่เป็นโรงเรียน ภายในเป็นเสื่อตาตามิกว้าง ๆ เหมือนห้องของโชกุน
ในเรื่องอิกคิวซังเลย ส่วนตัวหอพักนักเรียน ก็จะมีโต๊ะ เตี้ยๆ ยาวๆ
เรียงๆ กันอยู่ เป็นที่ทบทวนหนังสือ ถ้าอยากมองเห็นภาพก็ขอให้นึกถึงการ์ตูนอิคคิวซังไว้เยอะ
ๆ นะคะ เหมือนกันเด๊ะเลย ทั้งอาคารที่มุงด้วยหญ้า เตาถ่านสำหรับหุงข้าว
คาดว่านักเรียนของที่นี่ก็คงเป็นพระหรือเณรของวัด Bannaji ด้วยค่ะ
ใครที่มาเที่ยววัดนี้มักจะมาของพรเรื่องการเล่าเรียนให้สอบผ่าน เข้าเรียนได้
หรือจบการศึกษาตามที่ตั้งใจไว้ ( ขอพรไปหลายตลบให้สอบทุนอื่นมาเรียนที่นี่ให้ได้ค่ะ
แหะ ๆ)
หลังจากนั้นก็ได้แวะ electronics center เป็นศูนย์การค้าจำพวกอุปกรณ์อิเลคโทรนิคเกือบทุกอย่าง
เช่น กล้องดิจิตอล ปรินเตอร์ โทรทัศน์ วิทยุ talking dictionary ฯลฯ
ราคาโดยมากถูกกว่าเมืองไทยพอสมควรนะคะ รุ่นต่างๆ ก็มีให้เลือกมากกว่าด้วย
ว่าง่ายๆ ว่าทันสมัยกว่าที่มีขายในเมืองไทยเยอะค่ะ ต่อจากนั้น ก็ไปศูนย์การค้าใหญ่มาก
ๆ รวม 3-4 ห้างไว้ด้วยกัน เหมือน Future park (แต่ใหญ่กว่ามากๆ ค่ะ
กินอาณาเขตกว้างจริง ๆ ) ได้ข่าวว่าเพิ่งเปิดได้ไม่นาน คนแน่นมาก ร้านค้าก็จะมีหลากหลาย
แต่งร้านสวย ๆ มี Brand name ให้ช้อปกระหน่ำ ถ้ากระเป๋าหนักค่ะ
ไปเจอร้านนึงเป็น kimono show case เห็นราคาแล้วใจหายเลย ความสวยของชุดแปรตามกับราคา
เห็นบางชุด 490,000 กว่าเยน อาจจะมีแพงกว่านั้นอีก จะเอาเป็นล้านเยนก็คงมีค่ะ
แต่ถ้าจะซื้อจริง ๆ ก็คงต้องไปตามร้านกิโมโน โดยเฉพาะนอกห้างน่ะคะ
พวกวัยรุ่นแต่งตัวเก่ง ๆ ก็ยังเห็นไปยืนถามเกี่ยวกับกิโมโนเลยนะ สงสัยเหมือนเป็นค่านิยมของคนที่นั่นอย่างหนึ่งว่า
จะต้องมีสักวันที่จะต้องงามที่สุดในชุดกิโมโน ถ่ายรูปไปงาน สำคัญๆ
(เห็นแล้วอยากใส่มั่งจัง) ตอนเดินในห้างก็ได้กินอูด้ง 100 เยนด้วยค่ะ
(อร่อยและถูก)
วันนี้เคนจังซื้อชูครีม (คล้ายเอแคร์) ให้กินก่อนจากกันด้วยค่ะ (Oishiikata)
เราต้องจากกันแล้ว แต่จะมานัดเจอกัน ถ้าเคนจังต้องมาโตเกียวทำธุระค่ะ
ทริปนี้มีความสุขมากๆ เลย ขอบคุณครอบครัว Yoshino
ซือ |
|