ชื่อจริง : ยอดยิ่ง ศุภศรี
ชื่อเล่น : ยอด
   
มัธยมปลาย โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สายศิลป์ - คำนวณ

ปริญญาตรี สาขา Economics ( 経済学科 ) คณะ Economics ( 経済学部 ) มหาวิทยาลัย Shinshu University ( 信州大学 )

หัวข้องานวิจัย : Cournot Equilibrium and Stackelberg Equilibrium ( クールノー均衡とシュタッケルベルク均衡 )

ปริญญาโท สาขา International Economics คณะ Graduate School of Economics ( 経済学研究科 ) มหาวิทยาลัย Nagoya University ( 名古屋大学 )



มาเรียนที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร
 

สอบชิงทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก . พ. ไทยพัฒน์ฯ ระดับ ตรี- โท- เอก โควต้า จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1998 ) และเลือกมาประเทศญี่ปุ่น ( ตอนแรกเลือกไปประเทศอังกฤษ แต่เนื่องจากการตัดสินประเทศที่จะถูกส่งไปนั้น เป็นระบบโควต้า คือคนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เลือกประเทศก่อน ในตัวเลือกของประเทศที่เหลือให้เลือกตอนที่ถึงคิวของตนเองเลือก ก็ตัดสินใจเลือกประเทศญี่ปุ่น) โดยเมื่อมาที่ญี่ปุ่นก็ได้เข้าเรียนภาษาญี่ปุ่นก่อนที่ Tokyo Kokusai Daigaku Fuzoku Nihongo Gakkou ( 東京国際大学附属日本語学校 ) เป็นเวลาประมาณ 8-9 เดือน ( ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม1998 ถึง ต้นมีนาคม 1999)

   
การเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง
 

ทาง ก . พ. ต้องการให้นักเรียนทุนทุกคนได้เรียนในมหาวิทยาลัยรัฐบาลในญี่ปุ่น แต่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นในสมัยนั้น (1998-1999) ต้องการผลความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นระดับ 1 และข้อสอบวัดความสามารถทางวิชาการ ( 統一試験 ) ( มีวิชาเลข, ประวัติศาสตร์โลก และภาษาอังกฤษ)


เนื่องจากปัญหาทางด้านวิกฤตค่าเงินในปี 1998 ทำให้รัฐบาลไทยประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างหนัก จนนำไปสู่การได้มาประเทศญี่ปุ่นล่าช้ากว่ากำหนด จนมีการเปิดเรียนภาษาญี่ปุ่นไปแล้วเกือบ 2 เดือน ทำให้โดนจับเข้าคอร์สแบบเร่งรัดให้กวดให้ทันคลาสที่ต่ำที่สุดให้เร็วที่สุด จากที่ไม่มีพื้นฐานทางภาษาญี่ปุ่นเลยตั้งแต่ก่อนมา (พูดได้แค่ประโยคทักทายไม่กี่ประโยค อ่านฮิรางานะ, คาตาคานะไม่ได้เลย) ก็ตั้งใจเรียนให้มากที่สุด มีความกดดันและท้อแท้บ้างในการเรียนภาษาช่วงแรกๆ แต่ก็ได้กำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนๆ ก็อ่านและทบทวนหนังสือทุกวัน โดยช่วงแรกจะฝึกพูดภาษาญี่ปุ่นกับอาจารย์สอนภาษาที่สนิท ๆ และกับเพื่อนๆคนต่างชาติในที่เรียนเดียวกัน ใช้เวลาประมาณ 2 เดือนก็สามารถเข้าเรียนในคลาสที่ต่ำที่สุดได้ และจากนั้นก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับสอบวัดระดับภาษาระดับ 1 โดยอ่านหนังสือแนะนำวิธีทำข้อสอบระดับ 1 ให้ผ่าน และฝึกทำข้อสอบไปเรื่อยๆ สำหรับวิชาการ ก็อ่านทบทวนไปด้วย และลองทำข้อสอบเก่า ๆ ดู (ยากตรงวิชาประวัติศาสตร์โลกเพราะว่าหลักสูตรสังคมของ ม. ปลายที่ไทยไม่ได้เน้นเรื่องนี้ลึกขนาดนี้)

ก็ทำคะแนนความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นได้ไม่ผ่านระดับที่ 1 แต่คะแนนทางวิชาการได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะวิชาเลข ทางโรงเรียนสอนภาษาเห็นว่าเป็นนักเรียนที่ขยันและคิดว่าผลการเรียนน่าพอใจเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้เรียน เนื่องจากในตอนแรกจะเรียนเศรษฐศาสตร์อยู่แล้ว และเนื่องจากทางโรงเรียนมี connection กับทางคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Shinshu พอดี เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลญี่ปุ่นระดับกลางๆ แต่คณะเศรษฐศาสตร์ของที่นี่มี rank ที่ค่อนข้างสูงในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น ทางโรงเรียนได้ปรึกษากับทางก. พ. และตัดสินใจแนะนำ (recommendation ( 推薦 )) ข้าพเจ้าไปที่มหาวิทยาลัยนี้


การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็มีแค่สอบสัมภาษณ์อย่างเดียว แล้วก็ดูคะแนนสอบภาษาญี่ปุ่นและวิชาการ แต่เนื่องจากเป็นนักเรียนที่ได้รับการแนะนำมาด้วย ก็เลยสอบผ่านได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก


ตอนเรียนปี 2 ของที่มหาวิทยาลัย Shinshu นี้ จะต้องมีการเลือกเข้าสัมมนา และเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา ก็ตัดสินใจเลือกสัมมนาที่วิจัยเรื่องทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากใช้วิชาเลขเยอะกว่าการต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น และมีความถนัดทางด้านวิชาเลขอยู่แล้ว สัมมนาที่เลือกวิจัยเรื่อง Game Theory เป็นหลัก พอเข้าไปแล้วก็เรียนไปได้เพราะมีความสนใจด้วย


   
ทำวิจัยเรื่องอะไร ทำไมจึงเลือกทำวิจัยด้านนี้ หรือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้
 

เนื่องจากตอนปริญญาตรีอยู่ในสัมมนาที่ทำเรื่องเกี่ยวกับ Game Theory ก็เลยเขียน thesis จบตรี เกี่ยวกับเรื่อง Cournot Equilibrium and Stackelberg Equilibrium และสามารถใช้ทฤษฏีอันนี้ประยุกต์เข้ากับหัวข้ออื่น ๆ ได้อีก อาจารย์ที่ปรึกษาเห็นว่ามีผลการเรียนในระดับดีมาก ก็เลยแนะนำให้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงกว่านี้ และคิดว่าการเรียนระดับปริญญาโทและเอกในที่เรียนเดียวกัน และอาจารย์ที่ปรึกษาเดียวกันน่าจะดีกว่าด้วยเพราะจะได้มีความต่อเนื่องกัน ก็เลยสอบเข้าเรียนโทในหลาย ๆ ที่ที่มีชื่อเสียงคือ Tokyo University, Osaka University และ Nagoya University


ก็มาได้ที่ Nagoya University สำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาก็ดูจากเอกสารแนะนำอาจารย์ของทางมหาวิทยาลัย ดูหัวข้อวิจัยที่สนใจ พอดีอาจารย์คนปัจจุบันทำเรื่องการใช้ Game Theory วิเคราะห์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศอยู่ ซึ่งคิดว่าการเรียนเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศก็ดูจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลไทยในอนาคตด้วย และก็มีความสนใจเพราะยังคงเป็นการเรียนด้านทฤษฏีและใช้ความรู้ที่สะสมมาตั้งแต่ตอนปริญญาตรีด้วย ก่อนที่จะเลือกอาจารย์ก็ได้เขียนจดหมายไปถามเขาก่อน แล้วก็มีการนัดคุยกันก่อนด้วย ก็ดูแล้วสนใจหัวข้อวิจัยเดียวกัน อาจารย์ที่ปรึกษาตอนปริญญาตรีก็แนะนำให้เลือกอาจารย์คนนี้ เนื่องจากเป็นอาจารย์มีชื่อเสียงด้วย

   
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนสาขาวิชานี้ที่ญี่ปุ่น
 

เนื่องจากเป็นการเรียนทางด้านทฤษฏี ซึ่งปกตินักวิจัยญี่ปุ่นจะศึกษาเรื่องทฤษฏีกันเยอะ และเขียน paper ไปลงตาม journal ต่างๆและได้รับการยอมรับ ก็คิดว่ามาถูกที่แล้ว เพราะอยู่ในที่ๆเขาสนใจทำเรื่องนี้กัน ในขณะที่ทราบมาว่าที่ไทยนั้นการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ไม่ได้เน้นทางด้านทฤษฏีแบบลึกๆอย่างที่เรียนอยู่ตอนนี้มากนัก ก็หวังว่าถ้ากลับไปไทยแล้ว อาจจะเป็นประโยชน์กับการเรียนการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ของไทยในอนาคตด้วย เพราะน่าจะเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับไทย


 

 
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาต่อญี่ปุ่นในภาพรวม

 

ปกติวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ญี่ปุ่นจะสอนเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด จำเป็นที่จะต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นพอสมควร จึงจะเรียนได้รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นคิดว่าถ้าจะมาเรียนเศรษฐศาสตร์ที่นี่ จะต้องเรียนในเรื่องที่คิดว่าเรียนแล้วได้ความรู้มากกว่าเรียนที่ไทย หรือเรื่องที่ไม่ค่อยมีสอนที่ไทย เช่นการเรียนในเชิงทฤษฏีขั้นสูง สำหรับสาขาอื่นๆคิดว่าองค์ประกอบที่จะต้องดูคือ ดูว่าการเรียนที่นี่ได้ประโยชน์มากกว่าเรียนในที่อื่นๆอย่างไร การเรียนต่อที่ญี่ปุ่นน่าจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อศึกษาในเรื่องที่ญี่ปุ่นเชี่ยวชาญ ในการเรียนปริญญาตรีที่นี่ไม่ว่าจะสาขาไหนๆ ก็ตามจะสอนเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด สิ่งที่คิดว่าได้มากกว่าการเรียนที่ไทยคือ ได้ความรู้ทางด้านทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ที่ลึกกว่า , ได้ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งอาจจะนำไปสู่การทำงานเสริมที่เกี่ยวข้องกับภาษาญี่ปุ่นในอนาคตและคนรู้จักคนญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานวิจัยและการทำงานที่เกี่ยวข้องในด้านต่าง ๆ ในอนาคต แต่ในขณะเดียวกันภาษาอังกฤษอาจจะมีความสามารถน้อยลง เนื่องจากไม่ค่อยได้ใช้ (จะใช้ก็ต่อเมื่อเข้าปริญญาโทไปแล้ว เพราะอาจจะต้องอ่านและเขียน paper เป็นภาษาอังกฤษ) ซึ่งก็ควรทบทวนภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย


 

 

สิ่งที่อยากจะบอกกับรุ่นน้องที่สนใจมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

 

การตัดสินใจมาศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยขึ้นไปที่ญี่ปุ่น อยากจะให้โฟกัสถึงสิ่งที่อยากเรียนมากกว่าความชอบประเทศญี่ปุ่นตามแฟชั่น นอกจากนี้การจะเรียนให้ได้ดีนั้น นอกจากจะต้องหมั่นทบทวนเนื้อหาการเรียนแล้ว ควรจะมีสังคม และมีเพื่อนคนญี่ปุ่นด้วย ซึ่งเพื่อนเหล่านั้นจะช่วยให้เราได้พัฒนาภาษา และช่วยเหลือเราในเรื่องเรียนด้วย ถ้าอยู่ระดับปริญญาตรี แนะนำว่าให้เข้าชมรมสักชมรมที่สนใจและไม่มีการทำกิจกรรมบ่อยเกินไปจนเสียการเรียน อาจจะลองทำงานพิเศษดูเพื่อพัฒนาภาษา ความรู้ และสร้างสังคมดูด้วย หากสามารถแบ่งเวลาควบคู่กับการเรียนได้


การเรียนในช่วงแรกๆอาจจะพบกับอุปสรรค แต่ถ้ามีความพยายามจนถึงที่สุด ก็เชื่อว่าน่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆได้ คิดว่าแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีอาจารย์ที่ทำหน้าที่ดูแลนักเรียนต่างชาติไว้สำหรับให้คำปรึกษา อาจจะลองขอคำปรึกษาจากอาจารย์ที่ทำหน้าที่ดูแลดูด้วยก็จะดี เพื่อจะได้รู้แนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆ

 

 


กลับ

 

Copyright©2000 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.