|
มาเรียนที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร |
| |
สอบทุน นักศึกษาวิจัย ( Research student) ของ มอนบูคะกาคุโช มาครับ ตอนจะจบ เห็นมีใบประกาศรับสมัครมาติดที่คณะเลยไปลองสอบดูครับ มีสอบขอเขียน สอบสัมภาษณ์ ซึ่งไม่ได้ยากเท่าไหร่ครับ แต่ขั้นตอนที่ยากที่สุดของทุนนี้ คือการหาอาจารย์ หาแล็ปให้ตรงกับหัวข้อที่เราอยากเรียน แล้วต้องเขียนจดหมายไปขอให้เค้ารับเนี่ย วิ่งเข้าห้องสมุด วิ่งติดต่ออาจารย์กันปวดหัวเลย
|
| |
|
 |
การเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยผ่านขั้นตอนอย่างไรบ้าง |
| |
หลังจากสอบผ่านข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ ของทุนแล้ว ทุนจะสมบูรณ์ ให้ได้ทุน จะต้อง เขียน study plan แล้วติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาที่ญี่ป่น เพื่อให้เค้าตอบรับ ซึ่งสำหรับสาขาแพทย์มีความรู้ต่าง ๆ ด้านงานวิจัยค่อนข้างน้อย จึงเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสพอสมควร ในการจะเขียน study plan ดีให้เค้ายอมรับได้ เรื่องนี้จึงต้องวิ่งเข้าหาอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์หลาย ๆ คนในคณะที่มีความสัมพันธ์กับอาจารย์ที่ญี่ป่น ต่างให้ช่วยแนะแนวในจุดนี้ให้ ซึ่งกรณีของผม หาอาจารย์ก่อน ให้เค้ารับ แล้วจึงเขียน study plan ตามแนวทางการวิจัยของอาจารย์ท่านนั้น |
| |
|
 |
ทำวิจัยเรื่องอะไร ทำไมจึงเลือกทำวิจัยด้านนี้ หรือเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาท่านนี้ |
| |
ีในความคิดของผมนั้น คิดแต่เพียงว่า ในด้านสาขาการแพทย์ของไทย ขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถ ทั้งด้านการแพทย์และงานวิจัย ในคน ๆ เดียวกัน โดยเฉพาะในทางด้าน Molecular Biology ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับโลกในยุคต่อไป ดังนั้นจึงอยากมาเรียนมาทำวิจัยในเรื่องนี้ โดยอย่างที่บอกไปแล้ว ว่าไม่ได้มีหัวข้องานวิจัยที่ชัดเจนในใจไว้ก่อน เพราะคิดว่า ในเรื่องนี้พื้นฐานของงานวิจัย วิธีการโดยส่วนใหญ่เหมือน ๆ กัน จึงหาอาจารย์ที่เค้ายอมรับเราก่อน หัวข้องานวิจัย มาคิดหลังจากที่ได้อาจารย์แล้ว
อาจารย์ที่คณะแนะนำให้อาจารย์ให้ผมเลือก 2 ที่ สำหรับสาขานี้ ที่โตเกียวซึ่งเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นในสาขานี้ กับที่โอซาก้าที่เป็นอันดับ 2 ที่เลือกที่โอซาก้า เพราะไม่อยากไปอยู่ในความแออัดของโตเกียว ประกอบกับชอบอิมเมจ ของความเป็นคันไซมากกว่า และคิดว่าท ี่1 กับที่ 2 คงไม่ได้มีความแตกต่างกันเท่าไหร่ เลยเลือกมาโอซาก้า
|
| |
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนสาขาวิชานี้ที่ญี่ปุ่น |
| |
ในสาขาวิชาแพทย์โดยรวมแล้ว จริงอยู่อเมริกาเป็นอันดับ 1 ทั้งในทางคลินิก แล้วด้านงานวิจัย แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ด้อยกว่าอเมริกาเท่าไหร่เลย การมาเรียนที่ญี่ปุ่นไม่ทำให้ผมผิดหวัง เพราะการมาทำวิจัยทีญี่ปุ่นนั้นนอกจากจะมีทุนวิจัยที่มากกว่า มีเครื่องมืออุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ที่เพียบพร้อมแล้ว มีอาจารย์ที่เค้าจะค่อนข้างสนใจ และให้เกียรติเรา ยังมีโอกาสได้เรียนได้หัดภาษาญี่ปุ่น ซึ่งอันนี้ผมมองว่าเป็นความแตกต่าง เป็นภาษาที่ 3 เป็นภาษาที่คนส่วนน้อยของประเทศรู้ แต่เป็นภาษาซึ่งสำคัญ เพราะธุรกิจต่างๆ วงการต่างๆของไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะอย่ ตรงไหน ก็สามารถที่จะนำความสามารถสวนนี้มาทำให้เป็นจุดเด่นของตัวเรา ให้ก้าวหน้าในวิชาชีพต่อไปได้ |
|
|
 |
สิ่งที่อยากจะบอกกับรุ่นน้องที่สนใจมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น
|
| |
ถ้าคิดจะมาเรียนต่อ ถ้าชอบญี่ปุ่น ชอบอาหารญี่ปุ่นก็มาเถอะครับ จะได้อะไร ๆ มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะถ้าสนใจมาเรียนในแถบคันไซ โอซาก้า เกียวโต โกเบ อยากได้ข้อคิดเห็น อยากติดต่อ กับรุ่นพี่ๆที่เรียนอยู่ที่นี่ เชิญที่ www.dekkansai.com ได้เสมอครับ
|