Chichibu Matsri Kaikan
6,938,004
3,767.09
14.2 °C(Kumagaya)

จังหวัดไซตามะ Saitama Prefecture


I. สภาพภูมิประเทศ
จังหวัดไซตามะ เป็นจังหวัดที่อยู่ภายในตัวเกาะ ตั้งอยู่บนที่ราบคันโต จึงไม่มีพื้นที่ติดกับทะเลหรือมหาสมุทรเลย มีความยาวจากตะวันออก - ตะวันตก 103 กิโลเมตร และ 52 กิโลเมตรจากเหนือจรดใต้ ปกคลุมพื้นที่ 3,797 ตารางกิโลเมตร คิดได้เป็นพื้นที่ 1% ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 39 ของประเทศ ภูมิประเทศในจังหวัดประกอบด้วยภูเขาทางทิศตะวันตก ที่ราบสูงในตอนกลาง และเป็นบริเวณพื้นที่ราบต่ำในทิศตะวันออก หนึ่งส่วนสามของพื้นที่จังหวัดปกคลุมด้วยภูเขา และที่เหลืออีกสองในสามเป็นพื้นที่ราบ
 
II. สภาพภูมิอากาศ
ความเปลี่ยนแปลงของอากาศใน 4 ฤดูจะค่อนข้างชัดเจน โดยที่ในหน้าร้อนจะมีฝนตกมากเนื่องมาจากลมตะวันออกเฉียงใต้ตามฤดู อุณหภูมิเฉลี่ยในตอนกลางวันจะค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังค่อนข้างร้อนและชื้น ส่วนในฤดูหนาวมักจะมีลมแห้งจากตะวันตกเฉียงเหนือพัดมาตามฤดูกาล
 

III. ประชากร
ประชากรของจังหวัดไซตามะมีจำนวน 6,938,004 คน ซึ่งจัดได้ว่ามากเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ ในขณะที่จังหวัดมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 39 ของประเทศ โดยที่ประชากรของจังหวัดไซตามะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงทศวรรษปีโชวะที่ 30 โดยทางใต้ของจังหวัดเป็นจุดศูนย์กลางของการเพิ่มขึ้น จากที่มีประชากรประมาณ 2,430,000 คน ในปี 35 เปลี่ยนเป็น 5,000,000 คนในเดือนกุมภาพันธ์ ปีโชวะที่ 52 และเพิ่มขึ้นมาจนมากกว่า 6,500,000 คนภายในปีเฮเซที่ 3 ซึ่งจากอัตราการเติบโตของประชากรนั้น จัดได้ว่าค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งสาเหตุนั้นเนื่องมาจากจังหวัดไซตามะตั้งอยู่ติดกับมหานครโตเกียวทำให้ความเจริญเติบโตเป็นเมืองเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกสาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากจังหวัดไซตามะเป็นศูนย์รวมของกำลังแรงงานหนุ่มสาวมากมาย และสาเหตุสุดท้ายเนื่องมาจากแรงงานหนุ่มสาวเหล่านั้นได้แต่งงานกันและให้กำเนิดบุตร ทำให้จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นรวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น ไซตามะจึงมีลักษณะพิเศษที่ "เป็นเมืองแห่งความหนุ่มสาว" ซึ่งจากการวิจัยสำรวจประชากรที่อาศัยอยู่ในไซตามะนั้น พบว่า มีอายุเฉลี่ย 39.2 ปี (ผู้ชาย 38.4 ปี และผู้หญิง 40 ปี)

 
IV. ประวัติ
ในสมัยโบราณ เริ่มมีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไซตามะตั้งแต่ประมาณเมื่อ30,000 ปีก่อน โดยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เมืองโตโกโระซาวะ หรือเมืองคาวาโมโตะ ทำให้ทราบว่าผู้คนในสมัยโบราณนั้นหาอาหารจากการล่าสัตว์และจับปลา หลังจากนั้นก็พบเครื่องใช้ในการหุงหาและเก็บรักษาอาหารในสมัยโจมงที่มีอายุเก่าแก่ 10,000 ปีก่อนหน้านี้ในภายหลัง ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนในสมัยโบราณอย่างแน่ชัด

เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ก็ได้มีการนำการปลูกข้าวขึ้นมาเผยแพร่จากฝั่งตะวันตกของประเทศ พร้อมทั้งยังมีการนำวัฒนธรรมการใช้วัสดุทองเหลืองต่าง ๆ ขึ้นมาเผยแพร่พร้อมกันอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครื่องใช้ไม้สอยในสมัยยาโยยขึ้นในช่วงนี้ด้วย

และเมื่อประมาณ 1,600 ปีก่อน ก็ได้เริ่มมีการสร้างหลุมศพแบบสมัยโบราณขึ้นมา ซึ่งมีหลุมศพขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมา 9 แห่ง และ 1 ในนั้นก็มีความสำคัญต่อการศึกษาวัฒนธรรมในสมัยนั้นอย่างมาก

หลุมศพสมัยโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองไซตามะ

เมื่อถึงสมัยนารา ได้มีการร่างกฎหมาย และมีการทำสำมะโนประชากรขึ้น มีการมอบพื้นที่ในการทำกสิกรรมให้กับพลเรือนและมีการเก็บภาษีจากพลเมืองอีกด้วย ในสมัยเฮอันที่พวกราชวงศ์และขุนนางอาศัยกันอยู่อย่างหรูหราในเมืองหลวง พื้นที่ห่างไกลอย่างไซตามะก็มีพวกนักรบขึ้นมาครองอำนาจครอบครองและมีบทบาทอย่างมาก สมัยคามาคุระนั้น ก็มีนักรบหลายคนขึ้นครองอำนาจในเขตต่าง ๆ ของเมืองไซตามะด้วย

เมื่อถึงสมัยเอโดะ มีการพัฒนาเมืองเอโดะขนานใหญ่ ทำให้จังหวัดไซตามะได้รับการพัฒนาขึ้น มีถนนใหญ่หลายสายตัดผ่านมาและมีการวางท่อชลประทานขนาดใหญ่มากมายด้วย โดยในสมัยนั้นได้พัฒนาพื้นที่เขตคันโตโดยยึดไซตามะเป็นแกนกลางสำคัญในการพัฒนา

จนเมื่อรัฐบาลโตกุกาวะล่มสลายลง การปกครองภายในจังหวัดก็เกิดการเปลี่ยนแปลง จนมีการจัดตั้ง "จังหวัดไซตามะ" ขึ้นเมื่อปีเมจิที่ 4 แต่ก็มีเมืองที่ขึ้นอยู่กับจังหวัดไม่มาก จนในช่วงหลังสงครามโลกก็ได้รวบรวมเมืองต่าง ๆ ขึ้นมาจนเป็นจังหวัดในปัจจุบันได้
 
V. สภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิต
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เมืองไซตามะได้เปลี่ยนแปลงจากเมืองกสิกรรมมาเป็นเมืองอุตสาหกรรม ทำให้จำนวนประชากรในเมืองไซตามะเพิ่มสูงขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ของจังหวัด จากการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ประชากรไซตามะมีมากถึง 6.9 ล้านคน ในเดือนมกราคม 2522 ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าจากปี 2493

เพื่อที่จะจัดการกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและเศรษฐกิจให้เหมาะสม รัฐบาลกลางของจังหวัดไซตามะกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจึงได้จัดทำแผนพัฒนาพื้นฐาน 3 แผนขึ้นมา คือ 1. ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างแรก 2. ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชากรจะต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง 3. จะต้องสร้างเมืองไซตามะเพื่ออนาคต

ในด้านการเดินทางนั้น ระบบการคมนาคมได้รับการพัฒนาอย่างดีจากศูนย์กลางในโตเกียว มีรถไฟและทางด่วนหลายสายแล่นผ่านมาจากทางโตเกียว มีการสร้างถนนรอบเมืองโตเกียว ทำให้ไซตามะเป็นจุดสำคัญมากในการเชื่อมต่อกับเขตโตโฮคุ โจชิเน็ตสึ และ จูบุ กับเมืองโตเกียว
 
VI. การศึกษาและวัฒนธรรม
มีมหาวิทยาลัยทั้งรัฐบาลและเอกชนมากมายที่ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ รวมถึงโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นของเอกชนอีกหลายแห่ง นอกจากนั้นยังมีการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจากอาสาสมัครที่สนใจการสอนภาษาญี่ปุ่น
 
VII. สถานที่ท่องเที่ยวและมีชื่อเสียง

สถานีรถไฟอุราวะ
อดีตเมืองหลวงของจังหวัดไซตามะ
ตึกสไตล์โบราณของธนาคารอาซาฮี
เซบุโดม
UFO
หมู่บ้านยูเนสโก
รถลากกับบรรยากาศเมืองเก่า
ย่านร้านขายขนมแบบญี่ปุ่น
 
สวนสาธารณะสำหรับพักผ่อน
 
   
เจดีย์คาวางูจิ
   
ทะเลสาบจิจิบุ
เขตที่มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ซากุระบานริมเขื่อน


Link เว็บไซท์เกี่ยวกับ Saitama
Saitama Prefecture Homepage
Saitama City Website



Copyright©2000 Lighthouse Info Service Co, Ltd. All rights reserved.